ดร.เฮนรี ห่าว แห่งคอมเมิร์ซแบงก์ระบุว่า ดัชนี PMI เดือนมีนาคมส่งสัญญาณการขยายตัว โดยได้แรงหนุนจากการเติมสต็อก การใช้จ่าย การส่งออก และการฟื้นตัวของภาคบริการ

    by VT Markets
    /
    Apr 1, 2026
    ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI: ตัวชี้วัดกิจกรรมธุรกิจจากแบบสำรวจผู้จัดการจัดซื้อ; มากกว่า 50 = ขยายตัว, ต่ำกว่า 50 = หดตัว) ของจีนในเดือนมีนาคมกลับเข้าสู่ภาวะขยายตัวอีกครั้ง โดย PMI ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการเพิ่มเป็น 50.4 จาก 49.0 ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าคาดการณ์ของ Commerzbank ที่ 50.2 และค่าเฉลี่ยคาดการณ์ของ Bloomberg ที่ 50.1 การปรับดีขึ้นของภาคการผลิตเชื่อมโยงกับการเติมสต็อกสินค้า (restocking: ซื้อวัตถุดิบ/ผลิตเพิ่มเพื่อเติมสินค้าคงคลัง) และการส่งออก โดยดัชนีย่อยคำสั่งซื้อใหม่ (new orders sub-index: วัดคำสั่งซื้อที่เข้ามาใหม่) เพิ่มเป็น 51.6 จาก 48.6 ขณะที่ดัชนีย่อยสินค้าสำเร็จรูปคงคลัง (finished goods inventory sub-index: ระดับสต็อกสินค้าพร้อมขาย) เพิ่มเป็น 46.7 จาก 45.8

    ประเด็นสำคัญจากตัวเลข PMI เดือนมีนาคม

    ต้นทุนปัจจัยการผลิต (input costs: ต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ค่าแรง) ถูกระบุว่าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ส่วนต่างกำไร (profit margins: กำไรต่อยอดขายหลังหักต้นทุน) ลดลง บทความยังระบุว่าอุปสงค์ในประเทศยังอ่อนแอ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางถูกมองว่ากระทบจีนโดยตรงอย่างจำกัดในตอนนี้ โดยยกเหตุผลว่า จีนมีคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (strategic oil reserves: น้ำมันสำรองของรัฐเพื่อรับมือฉุกเฉิน) และใช้พลังงานหมุนเวียน (renewable energy: พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม ฯลฯ) มากขึ้น ช่วยพยุงเศรษฐกิจ ความเสี่ยงในอนาคตขึ้นอยู่กับว่าความขัดแย้งยืดเยื้อแค่ไหน และจะกระทบเงินเฟ้อโลก (global inflation: ราคาสินค้า/บริการโดยรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้น) หรือไม่ อีกทั้งยังกล่าวถึงการสอบสวนการค้าระหว่างสหรัฐ–จีน (trade investigations: กระบวนการตรวจสอบมาตรการการค้า เช่น ทุ่มตลาด/อุดหนุน) ก่อนการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจกระทบเป้าหมายการเติบโต 4.5% ถึง 5.0% ของจีน

    นัยต่อการจัดพอร์ตและความเสี่ยง

    ข้อมูลล่าสุดยืนยันความกังวลเดิม จีดีพี (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมของประเทศ) ไตรมาส 1 ปี 2026 ของจีนออกมา 4.3% ต่ำกว่าเป้าหมาย สะท้อนการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ยังซบเซา นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: ราคาสินค้าที่ผู้ผลิตขายออกจากโรงงาน) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยังติดลบที่ -0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงว่าบริษัทต่าง ๆ ยังขึ้นราคาขายเพื่อส่งผ่านต้นทุนไม่ได้ ความเสี่ยงภายนอกที่เคยระบุหลังการเยือนของประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนพฤษภาคม 2025 ก็รุนแรงขึ้น โดยสหรัฐเริ่มใช้ภาษีนำเข้าใหม่ 15% ต่อรถยนต์ไฟฟ้า (electric vehicles) และแผงโซลาร์ (solar panels) จากจีนในเดือนมกราคม 2026 ซึ่งกระทบความแข็งแรงของการส่งออกที่เคยเป็นแรงพยุงเศรษฐกิจปีที่แล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายและการเติบโตที่อ่อนแรง คาดว่าความผันผวนของตลาด (market volatility: ราคาขึ้นลงแรงและถี่) จะสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจพิจารณาซื้อ “ความผันผวน” ผ่านคอลออปชัน (call options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อในอนาคต) บนดัชนีความผันผวนฮั่งเส็ง (Hang Seng Volatility Index: ดัชนีคาดการณ์ความผันผวนของตลาดฮ่องกง; VHSI) ซึ่งปัจจุบันซื้อขายแถว 22 เพื่อเก็งการแกว่งตัวแรงของตลาด สำหรับมุมมองทิศทาง (directional bias: มองขึ้นหรือลง) คาดว่าบริษัทที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศและอสังหาริมทรัพย์ยังอ่อนแอ การซื้อพุตออปชัน (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในอนาคต) เดือนพฤษภาคม 2026 บนดัชนีอย่าง FTSE China A50 Index หรือกองทุน ETF กลุ่มสินค้า/บริการไม่จำเป็น (consumer discretionary ETFs: ETF ที่ลงทุนในธุรกิจที่รายได้ผันตามกำลังซื้อ เช่น รถยนต์ ท่องเที่ยว สินค้าฟุ่มเฟือย) เป็นทางเลือกเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง (hedge: ลดผลกระทบจากการลงต่อ) แรงกดดันต่อการเติบโตของจีนมีแนวโน้มกระทบค่าเงินด้วย สามารถวางกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากหยวนอ่อนค่าโดยซื้อคอลออปชัน USD/CNH (คู่เงินดอลลาร์/หยวนนอกประเทศ; CNH คือหยวนที่ซื้อขายนอกจีนแผ่นดินใหญ่) เพื่อรับโอกาสอ่อนค่าต่อจากระดับ 7.32 ที่เห็นเมื่อสัปดาห์ก่อน

    เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

    see more

    Back To Top
    server

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    แชทกับทีมของเราได้ทันที

    แชทสด

    เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

    • โทรเลข
      hold พักไว้
    • เร็วๆ นี้...

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    โทรเลข

    สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

    ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

    QR code