ราคาน้ำมันทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ ขณะที่ความเสี่ยงด้านอุปทานทวีความรุนแรงขึ้น

    by VT Markets
    /
    Mar 30, 2026

    ประเด็นสำคัญ

    • WTI ขยับขึ้นถึง $100.98 ขณะที่ Brent เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น $115.45
    • Brent เพิ่มขึ้นเกือบ 60% ภายในเดือนนี้ สะท้อนความเสี่ยงด้านอุปทาน (ปริมาณน้ำมันในตลาดอาจขาดหาย)
    • ความสามารถของซาอุฯ ในท่อส่งน้ำมัน 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน กลายเป็นจุดที่ตลาดจับตา (บาร์เรล = หน่วยวัดปริมาณน้ำมัน)

    ราคาน้ำมันยังปรับขึ้นต่อในช่วงเปิดตลาด โดย WTI ยืนเหนือ $100 ที่ $100.98 ส่วน Brent เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น $115.45 ต่อบาร์เรล

    การขึ้นรอบนี้มาจากความกังวลว่าเหตุขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังขยายวง และกลุ่มกบฏฮูตีจากเยเมนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

    ทำให้ตลาดไม่ได้กังวลแค่ “น้ำมันส่งออกสะดุด” แต่หันไปกังวลว่า “เส้นทางส่งออกทางเลือก” จะเปราะบางแค่ไหน

    ราคาน้ำมันอาจทรงตัวสูงต่อ หากความขัดแย้งลุกลามหรือกระทบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (เช่น ท่อส่ง โรงกลั่น ท่าเรือ)

    การปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางขนส่ง

    เมื่อช่องแคบฮอร์มุซ (ทางผ่านเรือบรรทุกน้ำมันสำคัญของโลก) แทบใช้งานไม่ได้ ผู้ผลิตจึงต้องหาเส้นทางอื่น

    ซาอุดีอาระเบียหันมาใช้ท่อส่งน้ำมันตะวันออก–ตะวันตก เพื่อขนส่งได้ถึง 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปยังทะเลแดง

    เส้นทางนี้กลายเป็นทางหลักสำคัญของการไหลเวียนน้ำมันโลก ช่วยลดผลกระทบบางส่วนจากการสะดุดของเส้นทางเดิม

    แต่การเปลี่ยนเส้นทางก็เพิ่มความเสี่ยงใหม่

    นักวิเคราะห์เตือนว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้อาจกลายเป็นเป้าหมาย โดยเฉพาะถ้าความขัดแย้งขยายวง

    หากท่อส่งนี้หยุดชะงัก ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นแรงอีกระลอก

    ความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศเพิ่มความไม่แน่นอนของตลาด

    ความตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างประเทศ (ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ทวีความรุนแรงหลายด้าน

    มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาปฏิบัติการทางทหารเพื่อยึดยูเรเนียมจากอิหร่านเกือบ 1,000 ปอนด์ (ปอนด์ = หน่วยน้ำหนัก) ทำให้เสี่ยงต่อการยกระดับความขัดแย้ง

    ขณะเดียวกัน เหตุโจมตีที่เชื่อมโยงกับกลุ่มในภูมิภาคทำให้ความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเส้นทางเดินเรือเพิ่มขึ้น

    บรรยากาศแบบนี้ทำให้ราคาน้ำมันมี “ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยง” (ราคาที่บวกเพิ่มเพราะความไม่แน่นอน) เพราะผู้ค้าคาดว่าอาจสะดุดยาว

    แรงกระแทกด้านพลังงานเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ

    ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นส่งผลต่อความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้น) ทั่วโลกโดยตรง

    เมื่อ Brent เพิ่มขึ้นเกือบ 60% ในเดือนนี้ ต้นทุนพลังงานก็ปรับขึ้นแรง

    ทำให้ธนาคารกลางลำบากขึ้น เพราะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเลื่อนหรือยกเลิกแผน “ผ่อนคลาย” (เช่น ลดดอกเบี้ยหรือเพิ่มสภาพคล่อง) อาจทำให้ต้องชะลอหรือยกเลิกการผ่อนคลาย

    ผลคือสภาพการเงินตึงตัว (กู้ยากขึ้น ดอกเบี้ยสูงขึ้น) ซึ่งอาจกดการเติบโตเศรษฐกิจ

    หากราคาน้ำมันสูงนาน เงินเฟ้ออาจสูงต่อ และทำให้นโยบายยืดหยุ่นได้น้อยลง

    การวิเคราะห์ทางเทคนิค

    น้ำมันดิบซื้อขายใกล้ 102.00 หลังพุ่งขึ้นไปแถวจุดสูง 119.40 โดยราคาทรงตัวเหนือระดับจิตวิทยา 100 (ระดับกลม ๆ ที่คนในตลาดให้ความสำคัญ) ตอนนี้ตลาดเริ่มพักตัว/แกว่งแคบ (consolidation = ราคาแกว่งในกรอบเพื่อพักแรง) หลังขึ้นแรง แต่ภาพรวมยังมีแรงฝั่งขาขึ้น เพราะยังมีแรงซื้อเมื่อราคาย่อลง (buyers on dips = ซื้อเมื่อราคาลงเพื่อหวังขึ้นต่อ)

    มุมมองทางเทคนิค (การดูกราฟราคา) แนวโน้มยังเป็นขาขึ้นชัดเจน ราคาอยู่เหนือ “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” (moving average = ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังแบบไหลไปตามเวลา ใช้ดูแนวโน้ม) ทุกเส้นสำคัญ โดยเส้น 5 วัน (95.30) และ 10 วัน (95.20) อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันและทำหน้าที่เป็นแนวรับใกล้ ๆ ส่วนเส้น 20 วัน (90.97) และ 30 วัน (82.70) ยังชี้ขึ้น ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นระยะกว้าง

    ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

    • แนวรับ (Support): 100.00 → 95.00 → 90.00
    • แนวต้าน (Resistance): 102.00 → 105.00 → 110.00

    ตอนนี้ราคากำลังพักตัวเหนือโซน 100–102 ซึ่งเป็นจุดหมุนระยะสั้น (pivot = จุดที่ราคาเปลี่ยนทิศหรือเลือกทาง) หากยืนเหนือ 105.00 ได้ต่อเนื่อง อาจทำให้แรงขึ้นกลับมาและไปหา 110.00 และอาจไปต่อได้ถ้าแรงซื้อเพิ่ม

    ฝั่งลง 100.00 เป็นแนวรับทันที หากหลุดระดับนี้ อาจย่อลึกไป 95.00 แต่โดยมากยังน่าจะเป็นการย่อเพื่อพัก (corrective = ย่อลงชั่วคราวในแนวโน้มเดิม) เว้นแต่ความเชื่อมั่นตลาดเปลี่ยนไปจริง ๆ

    สิ่งที่ผู้ค้าควรจับตาต่อไป

    ตลาดน้ำมันยังไวต่อข่าวการเมืองระหว่างประเทศ ปัจจัยหลักได้แก่:

    • ความปลอดภัยของเส้นทางส่งออกทางเลือก โดยเฉพาะท่อส่งของซาอุฯ
    • การยกระดับความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มในภูมิภาค เช่น ฮูตี
    • ความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และผลต่ออุปทาน
    • คาดการณ์เงินเฟ้อและการตอบสนองของธนาคารกลาง

    ขณะนี้ราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูง เพราะความเสี่ยงด้านอุปทานและความตึงเครียดยังคุมทิศทางตลาด

    คำถามจากผู้ค้า

    ทำไมน้ำมันถึงซื้อขายเหนือ $100?

    ราคาน้ำมันขึ้นเพราะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเส้นทางส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซถูกรบกวน

    ช่วงนี้น้ำมันขึ้นมาเท่าไร?

    น้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นเกือบ 60% ในเดือนนี้ ส่วน WTI อยู่แถว $100.98 ต่อบาร์เรล

    ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างไรต่อราคาน้ำมัน?

    ช่องแคบนี้เป็นทางผ่านของการขนส่งน้ำมันโลกจำนวนมาก หากสะดุดจะทำให้อุปทานตึง (ของมีน้อยลง) และดันราคาให้สูงขึ้น

    ซาอุฯ รับมือกับการส่งน้ำมันสะดุดอย่างไร?

    ซาอุฯ ใช้ท่อส่งน้ำมันตะวันออก–ตะวันตก ขนส่งได้ถึง 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านทะเลแดง

    ทำไมท่อส่งของซาอุฯ ถึงสำคัญตอนนี้?

    เป็นเส้นทางทางเลือกที่สำคัญ แต่ก็อาจกลายเป็นเป้าหมาย ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มขึ้น


    เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

    Back To Top
    server

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    แชทกับทีมของเราได้ทันที

    แชทสด

    เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

    • โทรเลข
      hold พักไว้
    • เร็วๆ นี้...

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    โทรเลข

    สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

    ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

    QR code