
ประเด็นสำคัญ
- USDX ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 99.576 หลังจากวันก่อนหน้าปรับขึ้นแรง
- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยของเฟด (Fed funds futures: สัญญาที่ใช้คาดการณ์/เก็งกำไรทิศทางดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ) ชี้ว่า มีโอกาส 64.4% ที่ดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงภายในเดือนธันวาคม
- ตลาดยัง ผันผวนตามข่าวรายวัน เพราะความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงเล็กน้อยในการซื้อขายเอเชีย โดย USDX ลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 99.576 หลังจากทำผลงานรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหนึ่งสัปดาห์
การย่อตัวนี้สะท้อนว่าตลาดปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) โดยนักลงทุนลดการคาดการณ์ว่าเฟดจะ “คุมเข้ม” เพิ่ม (tightening: ขึ้นดอกเบี้ยหรือทำให้นโยบายการเงินตึงตัวขึ้น) ตอนนี้ตลาดประเมินว่า มีโอกาส 64.4% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม เพิ่มจาก 60.2% เมื่อวันก่อน
การปรับมุมมองนี้ชี้ว่า “ความรู้สึกของตลาด” (sentiment: บรรยากาศ/ความเชื่อของนักลงทุน) เปลี่ยนเร็ว เพราะตลาดประเมิน “คาดการณ์เงินเฟ้อ” (inflation expectations: การคาดว่าราคาสินค้าและบริการจะเพิ่มขึ้นในอนาคต) ใหม่จากเหตุการณ์ล่าสุด
ดอลลาร์อาจแกว่งสะสมแรงแถวระดับปัจจุบัน (consolidate: ราคาแกว่งในกรอบ ยังไม่เลือกทิศ) ระหว่างรอสัญญาณนโยบายที่ชัดขึ้น
‘Strait Talk’ ทำให้ตลาดยังตึงเครียด
ภาพรวมตลาดยังระมัดระวัง โดยนักลงทุนติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
อิหร่านระบุว่ากำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐเพื่อยุติความขัดแย้ง แต่ก็ย้ำว่า ไม่ตั้งใจจะเจรจาโดยตรง ทำให้ความไม่แน่นอนยังสูง
ตลาดตอบสนองต่อ “พาดหัวข่าว” ทุกชิ้น โดยนักวิเคราะห์มองว่าสภาพตลาดตอนนี้ “ขับเคลื่อนด้วยข่าวเป็นหลัก” นักลงทุนพยายามประเมินว่าสัญญาณล่าสุดหมายถึงความตึงเครียดลดลง (de-escalation: ลดระดับความรุนแรง/ความตึงเครียด) หรือจะยืดเยื้อ
ความไม่แน่นอนนี้ทำให้การเลือกทิศทางของตลาดยังไม่ชัด (directional conviction: ความมั่นใจว่าจะขึ้นหรือลง) ทั้งในค่าเงินและหุ้น
สัญญาณที่ยังปนกันอาจทำให้ความผันผวน (volatility: การแกว่งขึ้นลงแรง) สูงต่อ และทำให้เกิดแนวโน้มชัด ๆ ได้ยาก
ราคาน้ำมันและคาดการณ์เงินเฟ้อกำหนดมุมมองนโยบาย
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ก่อนหน้านี้ดันราคาพลังงานขึ้น ทำให้ตลาดต้องทบทวนความเสี่ยงเงินเฟ้อ
แต่เมื่อราคาน้ำมันเริ่มทรงตัว นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า “แรงกระแทกเงินเฟ้อ” (inflation shock: เงินเฟ้อพุ่งจากเหตุการณ์เฉียบพลัน) จะอยู่นานพอให้ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มขึ้นหรือไม่
เริ่มมีมุมมองมากขึ้นว่า ธนาคารกลางรวมถึงเฟดอาจ “มองข้าม” เงินเฟ้อที่มาจากพลังงานช่วงสั้น (look through: ไม่รีบตอบสนองต่อแรงกดดันชั่วคราว) แทนที่จะขึ้นดอกเบี้ยแรง
การเปลี่ยนมุมมองนี้ทำให้ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลดลง และเริ่มส่งผลต่อการวางตำแหน่งลงทุนในค่าเงิน (currency positioning: การถือสถานะซื้อ/ขายในสกุลเงินต่าง ๆ)
สัญญาณธนาคารกลางที่ต่างกันทำให้ค่าเงินตึงตัว
ตลาดค่าเงินถูกขับเคลื่อนมากขึ้นด้วยความคาดหวังที่ต่างกันของธนาคารกลางแต่ละประเทศ
เงินยูโรขยับขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ $1.1570 ได้แรงหนุนจากความเห็นของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank/ECB: ธนาคารกลางของกลุ่มยูโร) ที่บอกว่ายังอาจขึ้นดอกเบี้ยได้ หากเงินเฟ้อยังอยู่
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์อ่อนลง 0.1% มาอยู่ที่ 159.39 เมื่อเทียบกับเยน แม้ยังอยู่ใกล้ระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่ปี 2024
ในญี่ปุ่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น (bond yields: ผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร ยิ่งสูงยิ่งสะท้อนว่าตลาดต้องการผลตอบแทนเพิ่ม) และความคาดหวังว่านโยบายจะเข้มขึ้น ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น ตลาดประเมินว่า มีโอกาส 61.9% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1% ในการประชุมวันที่ 28 เม.ย. ของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น
สิ่งนี้อาจทำให้ความต่างของดอกเบี้ยระหว่างประเทศเปลี่ยน (relative rate dynamics: ความสัมพันธ์ของระดับดอกเบี้ยระหว่างประเทศ) โดยเฉพาะถ้าเฟดคงดอกเบี้ย แต่ธนาคารกลางอื่นมีแนวโน้มคุมเข้ม
คู่เงินอาจแกว่งในกรอบ (range-bound: ขึ้นลงในช่วงเดิม) เพราะความต่างนโยบายกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index/USDX: ดัชนีที่วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) เคลื่อนไหวแถว 99.45 สูงขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยดอลลาร์ยัง แกว่งสะสมแรงต่ำกว่าระดับ 100 การเคลื่อนไหวของราคา (price action: การขึ้นลงของราคา) สะท้อนการพักตัวหลังจากฟื้นจาก จุดต่ำ 95.33 โดยแรงส่งเริ่มแผ่วในระยะสั้น
เชิงเทคนิค โครงสร้างยังดูพอไปต่อได้ แต่ยังไม่ชัด (constructive but indecisive: มีโอกาสดีขึ้นแต่ยังไม่เลือกทิศ) เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน (5-day MA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 5 วัน) ที่ 99.20 และ 10 วัน ที่ 99.38 เกาะกันใกล้ราคาปัจจุบัน สะท้อนว่ายังไม่มีแรงไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน ขณะเดียวกัน เส้น 20 วัน ที่ 99.06 และ 30 วัน ที่ 98.52 ยังไต่ขึ้น บอกว่าภาพฟื้นตัวในกรอบใหญ่ยังอยู่

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:
- แนวรับ (Support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุง): 99.00 → 98.50 → 97.80
- แนวต้าน (Resistance: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้): 100.30 → 100.70 → 101.00
ตอนนี้ดัชนีแกว่งใน กรอบแคบระหว่าง 99.00 และ 100.30 และถูกกดลงซ้ำใกล้ แนวต้าน 100.30 ระดับนี้ยังเป็นด่านสำคัญ หากทะลุขึ้นไปได้ (breakout: หลุดกรอบขึ้น) มักบอกว่าแรงขึ้นกลับมา และอาจไปต่อที่ 100.70 หรือสูงกว่า
ฝั่งลง 99.00 เป็นแนวรับใกล้สุด หากหลุดลงมา อาจย่อลงไปที่ 98.50 ซึ่งมีเส้นค่าเฉลี่ย 20 วันช่วยรองรับเพิ่ม
ปริมาณการซื้อขาย (volume: จำนวน/มูลค่าการซื้อขาย) ลดลงเล็กน้อย ย้ำว่าตลาดอยู่ในช่วง แกว่งสะสมแรงมากกว่ามีแนวโน้มชัด
โดยรวม USDX เหมือน กำลังสะสมแรงใต้แนวต้านใหญ่ โดยภาพรวมยังเอนเอียงไปทางบวกเล็กน้อย การเคลื่อนไหวที่ชัดเจนเหนือ 100.30 หรือหลุด 99.00 น่าจะเป็นตัวกำหนด “ขาถัดไป” (directional leg: ช่วงการเคลื่อนไหวไปทางเดียวกันรอบใหม่) โดยเฉพาะเมื่อดอลลาร์ตอบสนองต่อความคาดหวังดอกเบี้ยและปัจจัยเศรษฐกิจภาพใหญ่ (macro: ปัจจัยเศรษฐกิจระดับประเทศ/โลก)
สิ่งที่นักเทรดควรจับตาต่อไป
ตลาดยังตอบสนองไวต่อทั้งปัจจัยเศรษฐกิจภาพใหญ่และภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical: การเมืองระหว่างประเทศที่กระทบเศรษฐกิจ/ตลาด) ตัวแปรสำคัญ ได้แก่:
- ความคืบหน้าการเจรจาในตะวันออกกลาง
- ทิศทางราคาน้ำมันและสถานการณ์อุปทาน (supply conditions: ปริมาณการผลิต/การส่งมอบที่มีต่อราคา)
- สัญญาณนโยบายของเฟดและข้อมูลเงินเฟ้อ
- ทิศทางที่แตกต่างกันของธนาคารกลางทั่วโลก
ตอนนี้ดอลลาร์ยังทรงตัวได้ แต่แรงยังไม่ชัด นักลงทุนรอสัญญาณที่ชัดขึ้นก่อนเลือกทิศทางรอบถัดไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets