USDJPY ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย

    by VT Markets
    /
    Mar 6, 2026

    ประเด็นสำคัญ

    • วันศุกร์ เงินเยนเคลื่อนไหวแถว 157.5 เยนต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้ม อ่อนค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 เพราะดอลลาร์ยังแข็ง
    • การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเข้าสู่วันที่ 7 ทำให้คนกังวลเรื่องพลังงานเพิ่ม และกดดันญี่ปุ่นที่ต้องนำเข้าพลังงาน
    • USDJPY อยู่แถว 157.486 (-0.060, -0.04%) โดยราคายังสูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ: MA5 157.419, MA10 156.620, MA20 155.341, MA30 155.235 (MA = เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลังตามจำนวนวันที่กำหนด ใช้ดูแนวโน้ม)

    วันศุกร์ เงินเยนเคลื่อนไหวแถว 157.5 เยนต่อดอลลาร์ และยังมีแนวโน้ม อ่อนค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 สาเหตุหลักคือ เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น นักเทรดมักเลือกถือ “สกุลเงินหลักสำรอง” (สกุลเงินที่ใช้เก็บเป็นทุนสำรองของโลก โดยมากคือดอลลาร์สหรัฐ) ทำให้ดอลลาร์แข็งเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน

    เมื่อความกลัวเพิ่มขึ้น นักเทรดมักลดการถือ “แครี่เทรด” (carry trade: กลยุทธ์กู้/ขายสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำ แล้วไปถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูงเพื่อกินส่วนต่าง) แล้วหันไปถือเงินดอลลาร์สด และสินทรัพย์ดอลลาร์อายุสั้น (เช่น พันธบัตรระยะสั้น) จึงทำให้ USDJPY อยู่สูงได้ แม้ราคาจะดูขึ้นมามาก เพราะแรงซื้อเพื่อความปลอดภัยอาจแรงกว่าความกังวลเรื่องราคาแพงในระยะสั้น

    หากข่าวความขัดแย้งยังออกต่อเนื่องและคนยังไม่กล้าเสี่ยง USDJPY อาจทรงตัวแถวช่วง 150 ปลาย ๆ และอาจเด้งขึ้นได้เมื่อความต้องการดอลลาร์พุ่ง หากข่าวเริ่มผ่อนคลายและตลาดมั่นใจขึ้น USDJPY อาจอ่อนลงกลับไปหาโซนรับเดิม แต่มีแนวโน้มจะผันผวนเป็นช่วง ๆ

    ราคาน้ำมันเป็นแรงกดดันอีกด้านต่อเงินเยน

    ความขัดแย้งเข้าสู่ วันที่ 7 และเตหะรานยิงขีปนาวุธและโดรนเป็นระลอกใหม่ทั่วอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ตลาดพลังงานยังกังวล และช่วยพยุง “พรีเมียมความเสี่ยงของน้ำมัน” (ส่วนเพิ่มของราคาที่มาจากความเสี่ยง เช่น สงคราม/การขนส่ง) ให้ยังอยู่

    เรื่องนี้สำคัญต่อเงินเยน เพราะญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานมาก ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ “ดุลการค้า” (มูลค่าส่งออกลบมูลค่านำเข้า) แย่ลง และดัน “เงินเฟ้อนำเข้า” (ราคาสินค้าที่แพงขึ้นเพราะนำเข้ามาในราคาสูง) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าได้ แม้บางช่วงตลาดโลกมองเยนเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อกลัวความเสี่ยง) เพราะต้นทุนนำเข้าเป็นแรงกดโดยตรง

    ถ้าน้ำมันยังแพงและความเสี่ยงการขนส่งยังสูง เงินเยนอาจถูกกดดันต่อ และ USDJPY ยังมีแรงพยุง หากน้ำมันลดลงและพรีเมียมความเสี่ยงจางลง เงินเยนอาจทรงตัว แต่ตลาดยังจับตาช่องว่างนโยบายระหว่างเฟดกับบีโอเจ

    บีโอเจส่งสัญญาณ “รอ” เพราะความเสี่ยงสงครามทำให้ภาพเศรษฐกิจไม่ชัด

    ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คาซูโอะ อุเอดะ เตือนว่าความขัดแย้งอาจกระทบเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทำให้เหตุผลในการ “รอ” เรื่องดอกเบี้ยมีน้ำหนักมากขึ้น เมื่อผู้กำหนดนโยบายเจอแรงกระแทกจากภายนอก เช่น ต้นทุนพลังงานและการเติบโตโลก มักเลี่ยงการขึ้นดอกเบี้ยแบบฉับพลัน (tightening: ทำให้นโยบายการเงินตึงตัว เช่น ขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่อง) ที่อาจกระทบการใช้จ่ายในประเทศ

    เรื่องนี้สำคัญต่อ USDJPY เพราะนักเทรดให้น้ำหนักกับ “ส่วนต่างดอกเบี้ย” (rate gap: ความต่างของอัตราดอกเบี้ยสองประเทศ) หากเฟดยังคงนโยบายเข้ม (restrictive: คุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) แต่บีโอเจยังระมัดระวัง ส่วนต่างอาจยังช่วยพยุง USDJPY เมื่อย่อตัว

    หากความไม่แน่นอนจากพลังงานยังอยู่ บีโอเจอาจ “คงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น” ทำให้เงินเยนไวต่อการปรับขึ้นของ “ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ” (US yields: อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้จากการถือพันธบัตร) หากเงินเฟ้อญี่ปุ่นยังลดลงยากและเศรษฐกิจยังพอไปได้ บีโอเจอาจส่งสัญญาณเข้มขึ้นในภายหลัง แต่ตลาดมักรอการลงมือชัดเจนก่อนค่อยคาดหวังแนวโน้มเยนแข็งจริงจัง

    ญี่ปุ่นยังเปิดทาง “แทรกแซงค่าเงิน”

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ซัตสึกิ คาตายามะ กล่าวสัปดาห์นี้ว่า “การแทรกแซงตลาดเงิน” (currency market intervention: รัฐเข้าไปซื้อ/ขายเงินตราเพื่อชะลอหรือเปลี่ยนทิศทางค่าเงิน) ยังเป็นตัวเลือก พร้อมบอกว่าทางการติดตามการอ่อนค่า “ด้วยความเร่งด่วนสูง” และประสานงานใกล้ชิดกับสหรัฐฯ

    ถ้อยคำแบบนี้มักทำให้พฤติกรรมการเทรดเปลี่ยน เพราะลดแรงเล่น “ทางเดียว” (one-way momentum trade: ไล่ซื้อตามขึ้นหรือไล่ขายตามลงทางเดียว) เนื่องจากตลาดรู้ว่าทางการอาจลงมือหากราคาแกว่งผิดปกติ อย่างไรก็ดี คำเตือนไม่ได้ทำให้ USDJPY ลงทันที แต่ช่วยจำกัดการขึ้นต่อ โดยเฉพาะช่วงสภาพคล่องบาง (thin liquidity: ช่วงที่มีคนซื้อขายน้อย ราคาจึงแกว่งง่าย)

    ถ้า USDJPY กระโดดทะลุจุดสูงใหม่เร็ว ความเสี่ยงถูกแทรกแซงจะสูงขึ้น และความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคา) อาจเพิ่ม หากค่อย ๆ ไต่ขึ้น ทางการอาจเริ่มจากการเตือนก่อน ซึ่งก็ยังทำให้ราคาย่อลึกได้เมื่อคนถือสถานะฝั่งเดียวกันมากเกินไป (positioning crowded: คนส่วนใหญ่ถือฝั่งเดียวกัน)

    การวิเคราะห์ทางเทคนิค

    คู่เงิน USDJPY เทรดใกล้ 157.49 อยู่แถวด้านบนของกรอบฟื้นตัวล่าสุด ขณะที่ดอลลาร์แข็งระดับกลางเมื่อเทียบกับเยน คู่เงินฟื้นตัวต่อเนื่องจากจุดต่ำปลายเดือนมกราคมแถว 152 และกลับมามีแรงขาขึ้น (bullish momentum: แรงส่งฝั่งขึ้น) หลังจากปรับลงแรงจากจุดสูง 159.45 ต้นปีนี้

    ในมุมเทคนิค ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น โดย เส้นเฉลี่ย 5 วันอยู่ที่ 157.42 และ 10 วันอยู่ที่ 156.62 ทั้งสองเส้นกำลังชี้ขึ้น

    เส้นเฉลี่ย 20 วัน (155.34) และ 30 วัน (155.24) ยังอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน บอกว่าโครงสร้างขาขึ้นในภาพกว้างยังไม่เสีย เพราะราคายังค่อย ๆ ทำ “จุดต่ำที่สูงขึ้น” (higher lows: จุดต่ำใหม่สูงกว่ารอบก่อน มักสื่อแนวโน้มขาขึ้น)

    แนวต้านใกล้สุดอยู่แถว 158.50–159.45 ซึ่งเป็นบริเวณที่รอบก่อนขึ้นไปชน หากยืนเหนือโซนนี้ได้ต่อเนื่อง อาจเปิดทางไปหา 160.00 ซึ่งเป็น “ระดับจิตวิทยา” (psychological level: ตัวเลขกลม ๆ ที่คนในตลาดให้ความสำคัญเป็นพิเศษ)

    ฝั่งลง แนวรับแรกอยู่แถว 156.50–157.00 ถัดไปเป็นแนวรับสำคัญใกล้ 155.00 ซึ่งใกล้กับเส้นเฉลี่ย 20 วันและ 30 วัน

    โดยรวม ภาพเทคนิคยัง เป็นขาขึ้นระดับกลาง ตราบใดที่ USDJPY ยังอยู่เหนือโซนแนวรับ 155–156 แต่อาจพักตัวระยะสั้น (consolidation: แกว่งแคบ ๆ เพื่อสะสมแรง) เมื่อเข้าใกล้ขอบบนของกรอบเทรดช่วงหลัง

    สิ่งที่นักเทรดควรจับตาต่อไป

    • ความขัดแย้งยังยกระดับต่อหลัง วันที่ 7 หรือไม่ เพราะกระทบทั้งแรงซื้อดอลลาร์เพื่อความปลอดภัย และความเสี่ยงด้านน้ำมัน
    • การเปลี่ยนน้ำเสียงของบีโอเจจากอุเอดะ เมื่อประเมินผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
    • ถ้อยคำเรื่องแทรกแซงจากคาตายามะ โดยเฉพาะถ้า USDJPY เร่งขึ้นเร็วแทนที่จะค่อย ๆ ขึ้น
    • พฤติกรรมราคาแถว 159.452 ด้านบน และโซนเส้นค่าเฉลี่ยแถว 156.620 ถึง 155.341 ด้านล่าง

    คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

    1. ทำไม USDJPY ถึงทำให้เยนอ่อนค่า ทั้งที่โลกมีความเสี่ยง?
      โดยมากช่วงวิกฤต เยนมักแข็งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้ดอลลาร์ดึงแรงซื้อเพื่อความปลอดภัยไปมากกว่า นักลงทุนมักย้ายเงินไปตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasury: พันธบัตรที่รัฐบาลสหรัฐออก) และถือดอลลาร์ที่ซื้อขายได้ง่าย (dollar liquidity: เงินดอลลาร์ที่เปลี่ยนเป็นเงินสด/ซื้อขายได้สะดวก) เมื่อเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical stress: ความเสี่ยงจากการเมืองระหว่างประเทศ) จึงทำให้ USDJPY อยู่แถว 157.5 เยนต่อดอลลาร์ แม้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกจะเปราะบาง
    2. ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระทบเงินเยนอย่างไร?
      ญี่ปุ่นนำเข้าพลังงานเป็นส่วนใหญ่ เมื่อน้ำมันขึ้นแรง ประเทศต้องจ่ายค่านำเข้าเพิ่ม ทำให้ขาดดุลการค้ามากขึ้น ค่านำเข้าที่สูงมักทำให้เยนอ่อน เพราะต้องใช้เยนแลกเป็นเงินต่างประเทศมากขึ้นเพื่อจ่ายค่าส่งมอบพลังงาน
    3. ทำไมนโยบายการเงินถึงสำคัญมากต่อ USDJPY?
      ตลาดเงินมักตาม “ส่วนต่างดอกเบี้ย” หากดอกเบี้ยสหรัฐยังสูง แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงต้นทุนการกู้ยืมต่ำ เงินทุนมักไหลไปสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ช่องว่างนี้ทำให้ USDJPY อยู่สูงได้ แม้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะยังทรงตัว
    4. คำว่า “อ่อนค่าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3” ของเยนบอกอะไร?
      การอ่อน 3 สัปดาห์ติดมักบอกว่าแรงกดดันต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอบสนองข่าวครั้งเดียว หมายถึงนักเทรดยังชอบดอลลาร์ และยังไม่เห็นเหตุผลชัดพอที่จะกลับมาถือเยนจำนวนมาก
    5. ทำไมเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นพูดถึงการแทรกแซงค่าเงิน?
      ทางการอาจเข้าไปจัดการเมื่อค่าเงินเคลื่อนไหวเร็วหรือผิดปกติ รัฐมนตรีคลัง ซัตสึกิ คาตายามะ บอกว่ายังเป็นตัวเลือก และกำลังจับตาตลาด “ด้วยความเร่งด่วนสูง” คำพูดแบบนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการเก็งกำไร และย้ำว่ารัฐบาลสามารถลงมือได้หากความผันผวนเพิ่ม

    เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

    Back To Top
    server

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    แชทกับทีมของเราได้ทันที

    แชทสด

    เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

    • โทรเลข
      hold พักไว้
    • เร็วๆ นี้...

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    โทรเลข

    สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

    ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

    QR code