ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทาน

    by VT Markets
    /
    Feb 27, 2026

    ประเด็นสำคัญ

    • น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent: น้ำมันอ้างอิงจากทะเลเหนือ) ลดลง 1.8% สัปดาห์นี้; WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันอ้างอิงของสหรัฐฯ) มีแนวโน้มลดลง 2.2% ในสัปดาห์นี้
    • การเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน ลดความเสี่ยงระยะสั้นที่น้ำมันจะขาดจากการหยุดชะงักของอุปทาน
    • คาดว่า OPEC+ (กลุ่มโอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน) จะพิจารณาเพิ่มการผลิต 137,000 บาร์เรลต่อวัน (bpd: บาร์เรล/วัน)
    • มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเพิ่มกำลังผลิต เพื่อเตรียมแผนสำรอง

    ราคาน้ำมันค่อย ๆ ลดลง เมื่อ “ส่วนเพิ่มความเสี่ยง” ของตลาดโลกแผ่วลง

    วันศุกร์ราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย โดย เบรนต์ซื้อขายใกล้ 70.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ใกล้ 65.20 ดอลลาร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านผ่อนคลาย ทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานสะดุดลดลง

    ทั้งสัปดาห์ เบรนต์มีแนวโน้มลดลง 1.8% ส่วน WTI คาดว่าลดลงราว 2.2% ซึ่งเป็นการย่อตัวหลังราคาขึ้นเพราะความเสี่ยงด้านการเมืองระหว่างประเทศในสัปดาห์ก่อน

    ตลาดเปลี่ยนจาก “แห่ซื้อเพราะตื่นตระหนก” ไปเป็น “รอดูสถานการณ์”

    การคุยสหรัฐฯ-อิหร่าน ลดความเสี่ยงเหตุปะทะในระยะสั้น

    สหรัฐฯ และอิหร่านมีการคุยทางอ้อมที่เจนีวา เกี่ยวกับข้อขัดแย้งนิวเคลียร์ที่ยืดเยื้อมานาน ทำให้ความกังวลว่าอาจเกิดการยกระดับทางทหารในเร็ว ๆ นี้ลดลงชั่วคราว

    ช่วงแรก ราคาน้ำมันเคยขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีข่าวว่าการเจรจาติดขัดจากประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (uranium enrichment: กระบวนการเพิ่มสัดส่วนยูเรเนียมชนิดที่ใช้ได้มากขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังงานนิวเคลียร์) แต่ต่อมาราคาก็อ่อนลง หลังรัฐมนตรีต่างประเทศโอมานยืนยันว่ามีความคืบหน้า และจะมีการคุยเชิงเทคนิค (technical discussions: คุยรายละเอียดด้านวิธีการ/ตัวเลข) ที่เวียนนาในสัปดาห์หน้า

    แม้การคุยจะช่วยลดความกลัวระยะสั้นเรื่องอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางสะดุด แต่เส้นเวลายังตึง เพราะมีเส้นตายในช่วงต้นมีนาคม นักวิเคราะห์มองว่าโอกาสเกิดเหตุยกระดับลดลง แต่ยังไม่หายไป

    สรุปคือ “ส่วนเพิ่มความเสี่ยง” (risk premium: ราคาที่ถูกบวกเพิ่มเพราะตลาดกังวลเหตุไม่คาดคิด) ลดลง แต่ยังไม่หมด

    การตัดสินใจผลิตของ OPEC+ เพิ่มแรงกดดันด้านอุปทาน

    ตอนนี้ตลาดจับตา การประชุม OPEC+ ที่คาดว่าจะพิจารณาเพิ่มกำลังผลิตราว 137,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน

    หลังเคยหยุดแผนเพิ่มการผลิตไปก่อนหน้านี้ หากกลับมาเพิ่มกำลังผลิตอีก จะสะท้อนว่ามั่นใจว่าอุปทานไม่น่ามีปัญหา แต่ก็ทำให้ราคาถูกกดลงได้

    นอกจากนี้มีรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเพิ่มการผลิตและการส่งออก เพื่อเตรียมแผนสำรอง หากเกิดเหตุสะดุดในภูมิภาค ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการขาดแคลนแบบฉับพลัน (supply shock: อุปทานหายหรือเพิ่มเร็วผิดปกติจนราคากระโดด)

    หากทั้งความคืบหน้าทางการทูตและการเพิ่มการผลิตของ OPEC+ เกิดขึ้นจริง ภาพอุปทานจะสมดุลขึ้น และจำกัดโอกาสที่ราคาจะพุ่งแรง

    มุมมองทางเทคนิคของน้ำมันดิบ WTI

    WTI ซื้อขายราว 65.30 ดอลลาร์ ยังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (moving average/MA: ค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลัง เพื่อดูแนวโน้ม):

    • MA5: 65.72
    • MA10: 65.22
    • MA20: 64.41
    • MA30: 63.56

    ระดับสำคัญทางเทคนิค:

    • แนวต้านใกล้สุด (resistance: ระดับราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก): 67.20 ดอลลาร์
    • แนวรับ (support: ระดับราคาที่มักลงต่อได้ยาก): โซน 63.50–64.00 ดอลลาร์
    • กรอบกว้าง: 60–70 ดอลลาร์

    ถ้าราคาไม่ผ่าน 67 ดอลลาร์ อาจย้ำว่าราคายังแกว่งในกรอบ (range-bound: ขึ้นลงในช่วงเดิม) แต่ถ้าอ่อนต่อเนื่องหลุด 63.50 ดอลลาร์ อาจเปิดทางลงไปแถว 60 กว่าดอลลาร์

    แนวโน้มตลาดน้ำมัน: อุปทาน vs ภูมิรัฐศาสตร์

    ทิศทางระยะสั้นของราคาน้ำมันขึ้นกับ 2 แรงหลักที่สวนกัน:

    1. ความเสี่ยงต่อโลกในตะวันออกกลาง
    2. นโยบายอุปทานของ OPEC+

    หากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคืบหน้า และ OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต ราคาน้ำมันอาจถูกจำกัดให้อยู่ในกรอบ 60–70 ดอลลาร์ แต่ถ้าการคุยล่มหรือเกิดเหตุปะทะทางทหารแบบไม่คาดคิด ความผันผวน (volatility: ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) อาจกลับมาเร็ว

    ตอนนี้ผู้ซื้อขายดูเหมือนจะระวังก่อนเข้าช่วงสุดสัปดาห์

    คำถามที่พบบ่อย

    1. ทำไมราคาน้ำมันสัปดาห์นี้ถึงลดลง? เพราะความคืบหน้าในการคุยนิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้กังวลเรื่องอุปทานจากตะวันออกกลางสะดุดลดลง อีกทั้งตลาดคาดว่า OPEC+ อาจเพิ่มการผลิต จึงกดดันราคา
    2. เบรนต์และ WTI ลดลงเท่าไรในสัปดาห์นี้? เบรนต์มีแนวโน้มลดลงราว 1.8% ส่วน WTI ลดลงราว 2.2% ทำให้กำไรจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในสัปดาห์ก่อนหายไปบางส่วน
    3. การคุยนิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านมีผลต่อราคาน้ำมันอย่างไร? โดยทั่วไปถ้าความตึงเครียดสูง ราคาน้ำมันมักขึ้น เพราะเสี่ยงต่อเส้นทางและปริมาณอุปทานจากตะวันออกกลาง แต่ถ้าการคุยคืบหน้า “ส่วนเพิ่มความเสี่ยง” ทางการเมือง (geopolitical risk premium: ราคาที่บวกเพิ่มเพราะกังวลเหตุขัดแย้งระหว่างประเทศ) จะลดลง ทำให้ราคามีโอกาสอ่อนลง
    4. OPEC+ กำลังเพิ่มการผลิตหรือไม่? คาดว่า OPEC+ จะพิจารณาเพิ่มกำลังผลิตราว 137,000 บาร์เรลต่อวันในการประชุมที่จะถึงนี้ หากยืนยันจริง อุปทานที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้ราคาใกล้ ๆ นี้ทรงตัวหรือขึ้นได้จำกัด
    5. ซาอุดีอาระเบียมีบทบาทอะไรในตลาดตอนนี้? มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียเพิ่มการผลิตและการส่งออก เพื่อเตรียมรับมือหากเกิดเหตุสะดุดในภูมิภาค ซึ่งอาจช่วยลดแรงกระทบหากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น
    6. กรอบราคาปัจจุบันของ WTI อยู่แถวไหน? WTI ซื้อขายแถวกลาง ๆ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยกรอบทางเทคนิคกว้างอยู่ระหว่าง 60 ถึง 70 ดอลลาร์ แนวต้านใกล้ 67 ดอลลาร์ แนวรับอยู่โซน 63–64 ดอลลาร์
    7. ราคาน้ำมันมีโอกาสขึ้นอีกเร็ว ๆ นี้ไหม? มี หากการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด หรือความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันอาจเด้งขึ้นเร็วจากความกังวลเรื่องอุปทาน
    8. ผู้ซื้อขายควรจับตาอะไรต่อไป? ควรติดตามผลประชุม OPEC+ ความคืบหน้าการคุยสหรัฐฯ-อิหร่าน และการปรับคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก (global demand forecasts: การประเมินการใช้น้ำมันในอนาคต) ซึ่งน่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางรอบถัดไปของราคาน้ำมันดิบ

    เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

    Back To Top
    server

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    แชทกับทีมของเราได้ทันที

    แชทสด

    เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

    • โทรเลข
      hold พักไว้
    • เร็วๆ นี้...

    สวัสดี 👋

    ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

    โทรเลข

    สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

    ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

    QR code