
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USDX) ลดลงมาอยู่ที่ 97.62 ลดลง 0.19% (ดัชนีที่ใช้วัดความแข็งค่า/อ่อนค่าของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก)
- ทรัมป์ยังยืนกรานเรื่อง ภาษีนำเข้า (Tariffs); ภาษีชั่วคราวทั่วโลก 10% อาจเพิ่มเป็น 15% (ภาษีนำเข้า = ค่าภาษีที่เก็บจากสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ)
- เจ้าหน้าที่ เฟด (Fed) ยังเอนเอียงไปทางคงดอกเบี้ย แม้ตลาดคาดว่าจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้ง (เฟด = ธนาคารกลางสหรัฐ)
- แนวรับสำคัญของ DXY ที่ 96.38; แนวต้านแถว 98.00–99.30 (แนวรับ/แนวต้าน = จุดราคาที่มักมีแรงซื้อ/แรงขายมาก)
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐวันนี้: ทำไมดอลลาร์ถึงอ่อนลง?
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USDX) ลดลงต่ำกว่า 97.8 ในวันพุธ คืนกำไรบางส่วนจากรอบก่อนหน้า เพราะความไม่แน่นอนรอบนโยบายการค้ายังกดดันเงินดอลลาร์ (greenback = คำเรียกเงินดอลลาร์สหรัฐ)
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะผ่อนคลายนโยบายภาษีนำเข้าในสุนทรพจน์ State of the Union (สุนทรพจน์รายปีต่อรัฐสภา) เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลต่างประเทศจะทำตาม ข้อตกลงการค้า และบอกเป็นนัยว่าในอนาคตภาษีนำเข้าอาจมาแทนภาษีเงินได้
สหรัฐเริ่มเก็บ ภาษีนำเข้าทั่วโลก 10% แบบชั่วคราว ในสัปดาห์นี้ และมีรายงานว่าทำเนียบขาวต้องการเพิ่มเป็น 15% หลังศาลฎีกาปฏิเสธกรอบภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียมของทรัมป์ (reciprocal tariff framework = แนวคิดเก็บภาษีตอบโต้ประเทศอื่นในอัตราใกล้เคียงกัน)
การไม่มีความชัดเจนของนโยบายทำให้ตลาดเงินผันผวนมากขึ้น (volatility = ความผันผวนของราคา)
แนวโน้มนโยบายเฟดและผลต่อเงินดอลลาร์
ความเห็นจากเฟดโดยรวมยังสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม
ซูซาน คอลลินส์กล่าวว่า การคงดอกเบี้ยปัจจุบันน่าจะเหมาะสม เพราะ:
- ตลาดแรงงานสหรัฐดีขึ้น (labour market = ภาพรวมการจ้างงาน คนมีงานทำ/ว่างงาน)
- ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังมีอยู่ (inflation = เงินเฟ้อ ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น)
โทมัส บาร์กินกล่าวคล้ายกันว่า นโยบายการเงินตอนนี้อยู่ในจุดที่รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจได้ (monetary policy = การกำหนดดอกเบี้ยและมาตรการทางการเงินของธนาคารกลาง)
แต่ตลาดการเงินยังประเมินว่าจะมีการ ลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้ง ครั้งละ 25 จุดพื้นฐานในปีนี้ ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสิ่งที่เฟดสื่อสารกับสิ่งที่ตลาดคาด (basis point = หน่วยวัดดอกเบี้ย 1 จุดพื้นฐานเท่ากับ 0.01% ดังนั้น 25 จุดพื้นฐาน = 0.25%)
ความไม่ตรงกันนี้ทำให้เงินดอลลาร์ขึ้นต่อเนื่องได้ยาก
วิเคราะห์ทางเทคนิคดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USDX)
ดัชนีดอลลาร์ซื้อขายอยู่ที่ 97.626 (-0.19%) ใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (moving average = ค่าเฉลี่ยของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ใช้ดูแนวโน้ม)
ระดับสำคัญทางเทคนิค:
- MA5: 97.702 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 ช่วงเวลา)
- MA10: 97.363 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 10 ช่วงเวลา)
- MA20: 97.209 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 ช่วงเวลา)
- MA30: 97.402 (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 ช่วงเวลา)

ราคายังถูกกดไว้ใต้ระดับจิตวิทยา 98.00 (psychological level = ตัวเลขกลมที่คนมักใช้เป็นจุดตัดสินใจ) แนวต้านใกล้สุดอยู่แถว 99.30 ถัดไปคือจุดสูงก่อนหน้า 100.32 (swing high = จุดสูงเด่นรอบก่อน)
ฝั่งขาลง:
- แนวรับแรก: 96.38
- แนวรับสำคัญ: 95.34 (จุดต่ำล่าสุด)
หากยืนเหนือ 97.00 ไม่ได้ อาจทำให้แรงลงเพิ่มขึ้นไปที่โซน 96.00 (momentum = แรงไปต่อของราคา)
ภาษีนำเข้ากระทบเงินดอลลาร์อย่างไร
ความไม่แน่นอนด้านการค้ากลับมาเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเงินดอลลาร์อีกครั้ง (structural risk = ความเสี่ยงระยะยาวที่เกิดจากโครงสร้างนโยบาย/ระบบ ไม่ใช่แค่เหตุการณ์สั้นๆ)
การขึ้นภาษีนำเข้าอาจ:
- ทำให้การค้าทั่วโลกลดลง
- เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ
- ทำให้เฟดตัดสินใจเรื่องเวลาลดดอกเบี้ยยากขึ้น (timeline = ช่วงเวลาที่คาดว่าจะเกิด)
แม้ในทางทฤษฎี ภาษีนำเข้าอาจหนุนดอลลาร์ผ่านเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ความคาดเดานโยบายไม่ได้มักทำให้ความเชื่อมั่นแย่ลง และทำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์สหรัฐ (diversification = กระจายความเสี่ยงด้วยการถือหลายสินทรัพย์)
ตอนนี้ตลาดตอบสนองกับ “ความไม่แน่นอน” มากกว่าผลของภาษีต่อเงินเฟ้อ
คาดการณ์ดัชนีดอลลาร์: ต่อไป USDX จะเป็นอย่างไร?
ดัชนีดอลลาร์ยังแกว่งในกรอบ แต่ยังเสี่ยงอ่อนลง (range-bound = เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคา)
ระยะสั้น:
- ถ้าขึ้นเหนือ 98.00–98.50 จะเป็นสัญญาณว่าแรงขึ้นกลับมา (bullish momentum = แรงซื้อ/แนวโน้มขึ้น)
- ถ้าหลุด 96.50 อาจเปิดทางไปทดสอบจุดต่ำ 95.30
ปัจจัยที่จะชี้ทิศทางต่อไปน่าจะมาจาก:
- ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ
- ข้อมูลตลาดแรงงาน
- ความชัดเจนเรื่องการเริ่มใช้ภาษีนำเข้า
ถ้าข้อมูลเศรษฐกิจไม่ชี้ชัดว่าการลดดอกเบี้ยควรถูกเลื่อนออกไป เงินดอลลาร์อาจกลับขึ้นต่อเนื่องได้ยาก
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets