
ประเด็นสำคัญ
- ทองคำซื้อขายใกล้ $4,550 โดยสัญญาล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงราคาวันนี้ ส่งมอบ/ชำระภายหลัง) ในตลาด COMEX (ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ในสหรัฐ) เพิ่มขึ้น 0.6%
- น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเหนือ $115 เพิ่มขึ้น 60% ภายในเดือนเดียว
- ทองคำลดลงมากกว่า 15% ในเดือนนี้ หนักที่สุดนับตั้งแต่ ตุลาคม 2008
ราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อยในวันจันทร์ โดยสัญญา COMEX เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.6% เป็น $4,550 ต่อออนซ์
การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐทำให้ผู้ซื้อทั่วโลกซื้อทองได้ถูกลง จึงช่วยพยุงราคาในระยะสั้นให้กับทองคำแท่ง (bullion: ทองคำแท่งสำหรับลงทุน)
เงิน (Silver) ปรับขึ้นตาม เพิ่มขึ้น 1.1% เป็น $70.520 ต่อออนซ์ สะท้อนความต้องการโลหะมีค่าโดยรวม
แต่การขึ้นยังจำกัด เพราะแรงกดดันจากภาพเศรษฐกิจใหญ่ (macro: ปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ค่าเงิน) ยังกดความเชื่อมั่น
ทองคำอาจทรงตัวในระยะใกล้ แต่โอกาสขึ้นอาจถูกจำกัด หากดอลลาร์ไม่อ่อนค่าต่อเนื่อง
ช็อกน้ำมันดันความกังวลเงินเฟ้อ
ตลาดพลังงานยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม
น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเหนือ $115 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 60% ในเดือนมีนาคม จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น
การโจมตีล่าสุดของกลุ่มฮูตีจากเยเมนต่ออิสราเอล ทำให้กังวลว่าความติดขัดจะยืดเยื้อ และย้ำความเสี่ยงเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้น)
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งต่อไปยังความคาดหวังเงินเฟ้อ ทำให้แนวโน้มของธนาคารกลาง (central bank: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินและดอกเบี้ยของประเทศ) ยากขึ้น
คาดการณ์ดอกเบี้ยของเฟดเปลี่ยนเร็ว
ตลาดปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินสหรัฐอย่างมาก
ตอนนี้นักลงทุนมองว่า โอกาสลดดอกเบี้ยปีนี้มีน้อยมาก ต่างจากก่อนหน้าที่เคยคาด ลด 2 ครั้งก่อนความขัดแย้งรุนแรงขึ้น
แรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานทำให้คาดว่าดอกเบี้ยจะอยู่ระดับสูงนานขึ้น
สิ่งนี้เป็นลบต่อทองคำ เพราะดอกเบี้ยสูงทำให้ “ต้นทุนเสียโอกาส” (opportunity cost: สิ่งที่เสียไปเมื่อเลือกถือทองแทนสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย) ของการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (non-yielding asset: สินทรัพย์ที่ไม่จ่ายดอกเบี้ย เช่น ทองคำ) สูงขึ้น
เงินเฟ้อที่ยืดเยื้ออาจกดดันทองคำ แม้ทองมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อไม่มั่นใจหรือเกิดความเสี่ยง)
ทองคำถูกกดดัน แม้มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ปกติทองคำได้ประโยชน์เมื่อมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) แต่รอบนี้ภาพราคาซับซ้อนกว่า
แม้ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่ ทองคำร่วงมากกว่า 15% ในเดือนนี้ หนักที่สุดนับตั้งแต่ ตุลาคม 2008
การร่วงนี้มาจากดอลลาร์ที่แข็งขึ้นเป็นหลัก โดยดอลลาร์เพิ่มขึ้นกว่า 2% ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน เริ่มต้น
แรงซื้อเพื่อความปลอดภัยกับผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น (rising yields: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น ซึ่งมักทำให้เงินไหลออกจากทอง) ส่งสัญญาณสวนทางต่อราคาทอง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ทองคำซื้อขายแถว 4536 พยายามดีดขึ้นหลังปรับฐานแรง (corrective move: การปรับลงเพื่อพักตัวหลังขึ้นแรง) จากการไม่ผ่านจุดสูง 5598 โครงสร้างเปลี่ยนจากขาขึ้นชัดเจนเป็นการย่อตัวระดับกลาง (medium-term pullback: การถอยลงช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน) ตอนนี้ราคากำลังทดสอบว่าจะสร้างฐานได้หรือไม่ (base: โซนที่ราคาเริ่มหยุดลงและมีแรงรับ)
โครงสร้างแนวโน้มและแรงโมเมนตัม
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (moving averages: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) บอกว่าแนวโน้มอ่อนลงชัดเจน:
- MA5: 4479 (ค่าเฉลี่ย 5 ช่วง)
- MA10: 4577 (ค่าเฉลี่ย 10 ช่วง)
- MA20: 4843 (ค่าเฉลี่ย 20 ช่วง)
- MA30: 4938 (ค่าเฉลี่ย 30 ช่วง)
ตอนนี้ราคา:
- สูงกว่า MA5 เล็กน้อย แต่
- ยัง ต่ำกว่า MA10, MA20 และ MA30
แปลว่าการเด้งยัง เพิ่งเริ่มและเปราะ ยังไม่ใช่สัญญาณกลับตัวที่ยืนยันได้
ช่วงก่อนหน้าขายลงแรง มีแท่งเทียนลงยาวต่อเนื่อง (bearish candles: แท่งเทียนที่ปิดต่ำกว่าจุดเปิด) แต่การรีบาวด์ตอนนี้เล็กกว่า จึงสื่อว่าเป็นการปิดสถานะขาย (short-covering: คนที่เปิด “ขายก่อน” รีบซื้อคืนเพื่อปิดสัญญา) มากกว่ามีแรงซื้อใหม่จริงจัง

ระดับสำคัญที่ควรจับตา
- แนวต้านใกล้ (Immediate Resistance: โซนที่ราคามักขึ้นต่อยาก): 4575 → 4650
- แนวต้านแข็งแรง (Stronger Resistance): 4760 → 4850
- แนวรับ (Support: โซนที่ราคามักหยุดลง/เด้ง): 4400 → 4275
- ระดับหลุดลง (Breakdown Level: หลุดแล้วมักลงต่อ): ต่ำกว่า 4275 มีโอกาสลงลึกไปแถว 4100
โซน 4575 (MA10) คือด่านทดสอบแรก ถ้าผ่านไม่ได้ ฝั่งขายยังคุมเกม
มุมมองพฤติกรรมราคา
การขึ้นจาก ~3900 ไป 5598 เป็นการพุ่งขึ้นแรงจากปัจจัยเศรษฐกิจรวม ตอนนี้ที่เห็นคือ:
- ช่วงกระจายของใกล้จุดสูง (distribution: รายใหญ่ทยอยขายทำกำไรบริเวณยอด)
- ตามด้วยการคลายสถานะแรง (sharp unwind: ราคาไหลลงเร็วจากการขาย/ปิดสถานะ)
- กำลังเข้าสู่ช่วงอาจแกว่งออกข้างหรือพักฐาน (consolidation/corrective range: ช่วงราคาแกว่งในกรอบเพื่อพักตัว)
การเด้งจากจุดต่ำสุดบอกว่ามีแรงซื้อบ้าง แต่:
- ยังไม่มีแท่งเทียนที่พุ่งแรงชัดเจน (impulsive candles: แท่งเทียนที่วิ่งแรงในทิศทางเดียว)
- แนวต้านยังกดอยู่
- โครงสร้างยังเป็น ยอดต่ำลง (lower highs: ยอดแต่ละรอบต่ำลง บ่งชี้แนวโน้มอ่อน)
สิ่งที่ควรดูต่อไป
โฟกัสพฤติกรรมราคาแถว 4575–4650:
- ถูกปฏิเสธ (Rejection: ขึ้นไปแล้วโดนขายกดลง): มีโอกาสลงต่อไปแถว 4400
- ทะลุและยืนเหนือ 4650 ได้ (Break and hold: ทะลุแล้วไม่กลับลง): เปิดทางไป 4760
ติดตามปัจจัยเศรษฐกิจรวมด้วย:
- ทิศทางดอลลาร์สหรัฐ (USDX: ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงิน)
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields: ผลตอบแทนจากพันธบัตร ซึ่งมีผลต่อดอกเบี้ยและค่าเงิน)
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนด้วยราคาพลังงาน
ทองคำมักตอบสนองเร็วต่อการเปลี่ยนมุมมองเรื่องดอกเบี้ย ดังนั้นถ้าเรื่องนี้เปลี่ยน ราคามักขยับแรง
มุมมองแบบระมัดระวัง
มุมมองยังเป็น พักฐานถึงขาลง หากต่ำกว่า 4650 การเด้งยังเสี่ยงโดนขายกด ต้องเห็นราคายืนเหนือ 4760–4850 ต่อเนื่องเพื่อให้โครงสร้างเริ่มนิ่ง ก่อนหน้านั้นยังเสี่ยง ลงต่ออีกระลอกหรือแกว่งออกข้างนาน แถวระดับปัจจุบัน
สิ่งที่นักเทรดควรจับตาต่อไป
ทองคำไวต่อข่าวเศรษฐกิจและความเสี่ยงระหว่างประเทศ ปัจจัยหลักคือ:
- ทิศทางดอลลาร์สหรัฐ
- การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน และความคาดหวังเงินเฟ้อ
- สัญญาณนโยบายของเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ)
- ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ตอนนี้ทองคำถูกดึงด้วยแรงหลายด้าน โดยความเสี่ยงเงินเฟ้อและมุมมองดอกเบี้ยเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะสั้น
คำถามจากนักเทรด
ทำไมทองขึ้นเล็กน้อยทั้งที่ภาพยังเป็นลบ?
ดอลลาร์ที่อ่อนลงทำให้ทองถูกลงสำหรับผู้ซื้อทั่วโลก จึงช่วยพยุงราคา แม้แรงกดดันโดยรวมยังอยู่
ทำไมทองร่วงเกิน 15% ในเดือนนี้?
ทองร่วงมากกว่า 15% หนักที่สุดนับตั้งแต่ ตุลาคม 2008 เพราะดอลลาร์แข็งขึ้น และตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะสูงนานขึ้น
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระทบทองอย่างไร?
น้ำมันแพงเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งอาจช่วยทองได้ แต่ก็ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยน้อยลง จึงกดดันทอง
ทำไมมุมมองดอกเบี้ยของเฟดสำคัญกับทอง?
ดอกเบี้ยสูงทำให้ต้นทุนเสียโอกาสของการถือทองสูงขึ้น เพราะทองไม่จ่ายดอกเบี้ย จึงดูไม่น่าถือเท่าสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ย
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets