ตลาดสะท้อนความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ที่ลดลง
แม้จะมีการหยุดยิงในเดือนเมษายน รายงานระบุว่าความเสียหายอาจกดดันหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่องถึงปลายปี โดยชี้ 2 สัญญาณ: การคาดการณ์ดัชนี S&P 500 สิ้นปีที่ลดลง และสัญญาณถดถอยของวอลมาร์ต (Walmart Recession Signal: ตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบหุ้น Walmart กับหุ้นกลุ่มสินค้าหรู เพื่อดูว่าผู้บริโภคเริ่มรัดเข็มขัดหรือไม่) WRS ติดตามราคาหุ้น Walmart เทียบกับดัชนี S&P Global Luxury Index (ดัชนีหุ้นสินค้าหรูของ S&P Global) และอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 (financial crisis: ช่วงระบบการเงินล้มและเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง) Wells Fargo ปรับเป้าหมาย S&P 500 สิ้นปีลงเหลือ 7,300 จาก 7,800 หมายถึงคาดเพิ่มขึ้น 6% แทน 14% และ JPMorgan ปรับเป้าหมายลงเหลือ 7,200 จาก 7,500 รายงานเสริมว่า แม้มีการหยุดยิง ราคาน้ำมันอาจยังสูง เพราะโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซของภูมิภาคอ่าวฯ ประมาณหนึ่งในสามได้รับความเสียหายตั้งแต่สงครามเริ่มเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ วันนี้ตลาดฟื้นตัวจากความหวังว่าสงครามอาจซาลง แต่เป็นจังหวะวางแผนรับความอ่อนแอที่ยังอยู่ ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ตัวเลขวัดความกลัว/ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากราคาสัญญาออปชัน) ลดลงต่ำกว่า 15 ทำให้ต้นทุนการซื้อ “ประกัน” กันตลาดลงถูกลง ประวัติศาสตร์ชี้ว่าการลดลงแรงของความผันผวนระหว่างวิกฤตมักอยู่ไม่นาน สัดส่วนราคาหุ้น Walmart เมื่อเทียบกับหุ้นสินค้าหรู (Walmart Recession Signal) เป็นสัญญาณเตือนเศรษฐกิจ แนวโน้มนี้สอดคล้องกับสัดส่วนของกองทุน ETF (ETF: กองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น) กลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต (consumer staples: ของใช้จำเป็น เช่น อาหาร ของใช้ในบ้าน) XLP เทียบกับ ETF กลุ่มใช้จ่ายตามใจ/ไม่จำเป็น (discretionary spending: ของฟุ่มเฟือย เช่น แฟชั่น ท่องเที่ยว) XLY ซึ่งเพิ่งทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่การชะลอตัวสั้น ๆ ปี 2020 สำหรับผู้เทรด (trader: ผู้ซื้อขายระยะสั้น) สิ่งนี้ชี้ว่าอาจซื้อพุตออปชัน (put option: สัญญาที่ได้สิทธิขายในราคาที่กำหนด ใช้ทำกำไรเมื่อราคาลง/กันความเสี่ยง) บน ETF กลุ่มค้าปลีกที่พึ่งพาการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และพิจารณาขายพุตแบบมีเงินสดค้ำ (cash-secured put: ขายพุตโดยกันเงินสดไว้พอสำหรับซื้อหุ้นหากถูกใช้สิทธิ) ในกลุ่มสินค้าจำเป็นวางพอร์ตเพื่อรับสภาพแวดล้อมที่ผันผวนมากขึ้น
ธนาคารใหญ่ เช่น Wells Fargo และ JPMorgan ปรับลดเป้าหมาย S&P 500 สิ้นปี สะท้อนว่ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่คาดอัพไซด์ (upside: โอกาสขึ้น) จำกัดจากระดับนี้ ทำให้ดัชนีอาจทำจุดสูงสุดใหม่ได้ยากตลอดปี การขายคอลสเปรดแบบนอกเงินบน SPX (out-of-the-money call spread: กลยุทธ์ออปชันที่ขายคอลที่ยังไม่คุ้มใช้สิทธิ และซื้อคอลอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง โดยจะได้กำไรหากตลาดทรงตัวหรือลง) อาจเป็นวิธีสร้างรายได้ เพราะได้ประโยชน์เมื่อราคาไม่ขึ้นแรง แม้มีการหยุดยิง ราคาน้ำมันอาจยังสูงระยะหนึ่งเพราะความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวฯ น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent crude: ราคามาตรฐานน้ำมันดิบอ้างอิงของตลาดโลก) ยืนเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้เศรษฐกิจถูกกดดันต่อเนื่อง ระดับนี้ในอดีตมักมาก่อนเศรษฐกิจชะลอตัว สภาพนี้ทำให้หุ้นพลังงานไม่แน่นอน และทำให้กลยุทธ์ลองสแตรดเดิล (long straddle: ซื้อออปชันทั้งคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังได้กำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) บน ETF พลังงานหลักน่าสนใจในมุมมองความผันผวนในอนาคต
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets