
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนี Nikkei ร่วงลงต่ำสุดตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น (ภูมิรัฐศาสตร์ = ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบเศรษฐกิจและตลาดการเงิน)
- หุ้นเทคโนโลยีนำการปรับลง โดย SoftBank และหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปถูกกดดัน (ชิป = ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญในคอมพิวเตอร์/สมาร์ตโฟน)
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทั่วโลก ทำให้นักลงทุนหันไปหา “สินทรัพย์ปลอดภัย” มากขึ้น (สินทรัพย์ปลอดภัย = การลงทุนที่มักผันผวนน้อยกว่า เช่น พันธบัตรรัฐบาล เงินสด ทองคำ)
วันพุธ ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน หลังนักลงทุนลดการถือ “สินทรัพย์เสี่ยง” เพราะความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น (สินทรัพย์เสี่ยง = การลงทุนที่ราคาขึ้นลงแรง เช่น หุ้น)
ช่วงบ่ายดัชนีร่วงแรงสุดราว 4.7% ก่อนทรงตัวแถว 54,000 และเป็นการติดลบ 3 วันติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี Topix ซึ่งครอบคลุมหุ้นกว้างกว่า ก็ลดลงมากกว่า 4% สะท้อนแรงขายในตลาดญี่ปุ่นหลายกลุ่ม (Topix = ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นที่รวมบริษัทจำนวนมากกว่าดัชนี Nikkei 225)
แรงกดดันมาจากการปะทะทางทหารที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้ตลาดโลกผันผวน และนักลงทุนทบทวนการถือหุ้น
ความผันผวนบ่งชี้ความกังวลของตลาดเพิ่มขึ้น
ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นพร้อมกับการขายหุ้น
ดัชนี Nikkei Volatility Index ของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับสูงสุดตั้งแต่สิงหาคม 2024 สะท้อนว่ามีคนต้องการ “ป้องกันความเสี่ยง” จากการลงต่อของตลาดหุ้นมากขึ้น (ดัชนีความผันผวน = ตัวเลขที่บอกว่าตลาดคาดว่าราคาจะขึ้นลงแรงแค่ไหน; การป้องกันความเสี่ยง = การลดโอกาสขาดทุน เช่น ใช้เครื่องมือคุ้มครองพอร์ต)
โดยทั่วไป ความผันผวนที่สูงขึ้นหมายถึงความไม่แน่นอนของนักลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีความตึงเครียดระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโดยรวมไม่มั่นคง (เศรษฐกิจมหภาค = ภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย การเติบโต)
ราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังดันราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้บรรยากาศการลงทุนยิ่งระวังความเสี่ยง
พลังงานที่แพงขึ้นอาจทำให้กังวลเรื่องเงินเฟ้อ และเพิ่มต้นทุนของธุรกิจ โดยเฉพาะประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันอย่างญี่ปุ่น การพุ่งขึ้นของ ราคาน้ำมันดิบ หลังการโจมตีทางทหารล่าสุด จึงเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก (น้ำมันดิบ = น้ำมันก่อนกลั่น; เงินเฟ้อ = ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้น)
โครงสร้างทางเทคนิค
ดัชนี Nikkei 225 ถูกขายอีกครั้ง โดยซื้อขายใกล้ 53,926 ลดลงราว 2.3% ในวันนั้น หลังการขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปลายธันวาคมเริ่มอ่อนแรง ดัชนีถอยลงแรงจากจุดสูงล่าสุดแถว 60,077 หลุดระดับแรงส่งระยะสั้น และอาจเข้าสู่ช่วง “ปรับฐาน” (ปรับฐาน = ราคาย่อลงหลังขึ้นมามาก เพื่อพักแรง/ลดความร้อนแรงของราคา)
ในเชิงเทคนิค ราคาไหลลงต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน (56,797) และ 10 วัน (57,287) ซึ่งบอกว่าแรงขึ้นระยะสั้นแผ่วลง (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ = ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม; แรงส่ง/โมเมนตัม = ความแรงของทิศทางราคา)
ตอนนี้ดัชนีกำลังเข้าใกล้ ค่าเฉลี่ย 20 วัน (57,110) จากด้านล่าง ขณะที่ ค่าเฉลี่ย 30 วัน (55,913) อยู่สูงกว่าราคาปัจจุบันเล็กน้อย การที่เส้นค่าเฉลี่ยหลายช่วงมาอยู่ใกล้กัน มักหมายถึงแนวโน้มขาขึ้นกำลังอ่อนลง และอาจเข้าสู่การแกว่งตัวพักฐาน หรือย่อลึกกว่าเดิม (พักฐาน/แกว่งตัว = ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ ไม่ไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน)

แนวรับใกล้สุดอยู่แถว 53,500–54,000 ซึ่งเป็นบริเวณที่กำลังพยายามหยุดการลง หากหลุดโซนนี้ อาจลงต่อไปแถว 52,000 และมีแนวรับสำคัญใกล้ระดับจิตวิทยา 50,000 (แนวรับ = โซนที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา; ระดับจิตวิทยา = ตัวเลขกลม ๆ ที่คนในตลาดให้ความสำคัญ) ด้านบน โซน 56,800–57,000 กลายเป็นแนวต้านแรก ตามด้วยแนวต้านแข็งแกร่งใกล้ 60,000 ซึ่งเป็นจุดที่รอบก่อนขึ้นไปไม่ผ่าน (แนวต้าน = โซนที่มักมีแรงขายทำให้ขึ้นต่อยาก)
หากดัชนียังกลับขึ้นไปยืนเหนือ 57,000 ไม่ได้ในระยะใกล้ มุมมองอาจยังเอนลง นักลงทุนจึงน่าจะระวัง หลังราคากลับทิศลงแรงจากจุดสูงล่าสุด
ผลต่อภาพรวมตลาด
การร่วงแรงของ Nikkei ชี้ว่าความเสี่ยงระดับโลกสามารถเปลี่ยนท่าทีของนักลงทุนได้เร็ว
ตอนนี้ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความผันผวนของตลาด กดดันหุ้นญี่ปุ่นมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ จนกว่าความเชื่อมั่นทั่วโลกจะนิ่งขึ้น ดัชนีอาจยังไวต่อข่าวและเหตุการณ์จากต่างประเทศที่กระทบตลาดการเงินวงกว้าง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets