
ประเด็นสำคัญ
- ราคาน้ำมันปรับขึ้น หลังการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลต่ออิหร่านทวีความรุนแรง กระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (เช่น โรงกลั่น ท่อส่ง ท่าเรือส่งออก) ในตะวันออกกลาง
- การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง ทำให้ตลาดคาดว่าปริมาณน้ำมันจะตึงตัว (มีของน้อยลงเมื่อเทียบกับความต้องการ)
- อิรักลดกำลังผลิตไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง เนื่องจากการส่งออกสะดุด
- แนวคิดให้กองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือ อาจช่วยให้เส้นทางขนส่งปลอดภัยขึ้น แต่ยังไม่ทำให้ตลาดมั่นใจ
วันพุธราคาน้ำมันขยับขึ้น หลังความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรง จนกระทบการส่งผ่านพลังงานในตะวันออกกลาง
น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงของยุโรป/ตลาดโลก) เพิ่มราว 1.4% อยู่ที่ 82.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่มกราคม 2025 ในวันก่อนหน้า ส่วนน้ำมันดิบสหรัฐฯ เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI: น้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐฯ) ขึ้นมาประมาณ 75.37 ดอลลาร์ เป็นระดับปิดที่แข็งแกร่งสุดนับตั้งแต่มิถุนายน
การขึ้นของราคาล่าสุดสะท้อนความกังวลว่า หากความขัดแย้งยังทำลายแหล่งผลิตและระบบส่งออก ปัญหาซัพพลายของภูมิภาคอาจหนักขึ้น
เส้นทางส่งออกถูกกดดัน
ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดกดดันหลักของตลาดพลังงานโลก
กองกำลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านเส้นทางน้ำนี้ จนการสัญจรถูกหยุดเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยราว 1 ใน 5 ของน้ำมันโลกและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG: ก๊าซที่ทำให้เย็นจนเป็นของเหลวเพื่อขนส่งทางเรือ) ต้องผ่านช่องแคบนี้ ทำให้แม้หยุดชั่วคราวก็ส่งผลมากต่อห่วงโซ่อุปทานโลก (การไหลของสินค้า/พลังงานจากผู้ผลิตไปผู้ใช้)
ความขัดแย้งทำให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการขนส่งต้องทบทวนการวางแผนขนส่งในภูมิภาค
อิรักลดกำลังผลิต หลังช่องทางส่งออกปิด
อิรัก ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับสองของโอเปก (OPEC: กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน) ลดกำลังผลิตราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะพื้นที่เก็บสำรองมีจำกัดและเส้นทางส่งออกถูกปิดกั้น
เจ้าหน้าที่เตือนว่า หากการส่งออกยังไม่กลับมา ภายในไม่กี่วันกำลังผลิตเกือบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันอาจต้องหยุดทั้งหมด
หากลดลงระดับนั้น จะทำให้ปริมาณน้ำมันโลกตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (ความเสี่ยงจากการเมือง/ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) สูงอยู่แล้ว
การคุ้มกันทางทหารอาจช่วยให้การขนส่งนิ่งขึ้น
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากจำเป็น เพื่อให้การค้ากลับมาเดินได้
วอชิงตันยังสั่งให้บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US International Development Finance Corporation: หน่วยงานรัฐที่ช่วยสนับสนุนเงินทุน/ค้ำประกัน) จัดประกันความเสี่ยงทางการเมือง (คุ้มครองความเสียหายจากเหตุการเมือง/สงคราม) และการค้ำประกันทางการเงินสำหรับการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย
มาตรการเหล่านี้อาจช่วยลดความเสี่ยง แต่ผู้เล่นในตลาดยังระวัง เจ้าของเรือและนักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า การคุ้มกันด้วยทหารอย่างเดียวจะพอทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาหรือไม่
วิเคราะห์ทางเทคนิค
ราคาน้ำมันยังอยู่ระดับสูง โดย UKOUSD (Brent Crude) ซื้อขายแถว 82.40 ดอลลาร์ ใกล้จุดสูงล่าสุด หลังพุ่งแรงจากจุดต่ำเดือนธันวาคมแถว 58.96 ดอลลาร์ โครงสร้างกราฟรายวัน (ดูแนวโน้มจากกราฟแต่ละวัน) ยังเป็นขาขึ้นชัดเจน จากรูปแบบ “จุดสูงใหม่สูงขึ้น” และ “จุดต่ำใหม่สูงขึ้น” ตั้งแต่ต้นปี

ตัวชี้วัดโมเมนตัม (เครื่องมือดูแรงซื้อขายและทิศทางราคา) ยังหนุนฝั่งขึ้น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 5 วัน (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้ม) อยู่ที่ 77.52 และ 10 วันอยู่ที่ 74.56 กำลังไต่ขึ้นเร็ว ขณะที่เส้น 20 วัน (71.65) และ 30 วัน (70.31) ยังต่ำกว่าราคาปัจจุบันมากและยังค่อย ๆ สูงขึ้น ระยะห่างระหว่างราคากับเส้นระยะยาวที่กว้างสะท้อนแรงขาขึ้น หลังทะลุระดับ 80 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยา (ตัวเลขกลม ๆ ที่คนในตลาดให้ความสำคัญ)
แนวต้านใกล้สุดอยู่แถว 85.40 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่การขึ้นล่าสุดเริ่มแผ่ว หากทะลุผ่านได้ชัดเจน (ราคาไปต่อและยืนเหนือได้) อาจขยับไปทาง 87.50 ดอลลาร์ ด้านล่าง แนวรับแรกอยู่แถว 80.00–81.00 ดอลลาร์ และแนวรับสำคัญกว่าอยู่แถว 75.00–77.00 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นมารวมกัน (บ่งชี้จุดที่มีแรงซื้อพยุง) ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือโซน 80 ดอลลาร์ มุมมองระยะสั้นยังเป็นบวก แต่อาจมีการพักฐาน (แกว่งออกข้าง/ย่อลงเล็กน้อยเพื่อสะสมแรง) ก่อนเลือกทิศทางรอบต่อไป
ผู้ซื้อทั่วโลกมองหาแหล่งใหม่
เมื่อเส้นทางขนส่งในตะวันออกกลางไม่แน่นอน ประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่เริ่มหาแหล่งซื้ออื่น อินเดียและอินโดนีเซียมองหาล็อตนำเข้าแทน ขณะที่โรงกลั่นบางแห่งในจีนลดการเดินเครื่องหรือเลื่อนแผนซ่อมบำรุงให้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบีย อารามโก (Aramco: บริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย) มีรายงานว่าพยายามเปลี่ยนเส้นทางส่งออกบางส่วนผ่านทะเลแดง เพื่อเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
การปรับแผนเหล่านี้สะท้อนว่าระบบขนส่งพลังงานโลกกำลังถูกรบกวนในวงกว้าง
คำถามที่พบบ่อย
- ทำไมราคาน้ำมันถึงขึ้น?
ราคาน้ำมันขึ้นเพราะซัพพลายสะดุด จากความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือ ทำให้กังวลว่าน้ำมันในตลาดโลกจะมีน้อยลง - ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญกับตลาดน้ำมัน?
ช่องแคบฮอร์มุซรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลก หากการสัญจรถูกขัดขวาง จะกระทบซัพพลายพลังงานโลกและดันราคาได้มาก - อิรักลดกำลังผลิตไปแล้วเท่าไร?
อิรักลดกำลังผลิตราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะพื้นที่เก็บไม่พอและส่งออกไม่ได้ เจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจลดได้มากกว่านี้หากการส่งออกยังไม่กลับมา - การคุ้มกันของกองทัพเรือสหรัฐฯ จะทำให้เส้นทางกลับมาเปิดได้ไหม?
อาจช่วยปกป้องเรือบรรทุกน้ำมันและเพิ่มความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย แต่ยังไม่แน่ว่าจะทำให้การเดินเรือกลับสู่ภาวะปกติได้ทั้งหมดหรือไม่ - ผู้ซื้อทั่วโลกปรับตัวยังไง?
หลายประเทศหาแหล่งซื้ออื่น อินเดียและอินโดนีเซียมองหาเส้นทาง/แหล่งนำเข้าใหม่ ขณะที่โรงกลั่นบางแห่งในจีนปรับการเดินเครื่องเพราะซัพพลายไม่แน่นอน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets