
ประเด็นสำคัญ
- ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์
- ข่าวว่าอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้กังวลเรื่องการขาดแคลนอุปทานและเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้น)
- ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่า แต่แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยยังหนุนทองคำแท่ง (ทองคำในรูปแท่ง/สัญญามาตรฐาน)
- ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงขึ้น และทำให้คาดการณ์เรื่องการปรับดอกเบี้ยของเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ยากขึ้น
ราคาทองคำปรับขึ้นต่อในวันอังคาร เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5 หลังความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น
ทองคำสปอต (ราคาซื้อขายทันที) เคลื่อนไหวใกล้ 5,363 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (ฟิวเจอร์ส: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคา/วันส่งมอบ) ใกล้ 5,377 ดอลลาร์ การขึ้นรอบนี้ตามหลังการยกระดับทางทหารต่อเนื่องระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน โดยตลาดเริ่มสะท้อนความเสี่ยงว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อในภูมิภาค
แรงซื้อแบบ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง) เพิ่มขึ้น เพราะยังไม่ชัดว่าความขัดแย้งจะยาวนานและขยายวงแค่ไหน
ปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
สื่ออิหร่านรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC: หน่วยทหารสำคัญของอิหร่าน) ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และเตือนว่าเรือที่พยายามผ่านจะถูกโจมตี
ช่องแคบนี้รองรับการขนส่งน้ำมันราว 1 ใน 5 ของโลก แม้สะดุดเพียงชั่วคราวก็ทำให้คาดการณ์ว่าอุปทานพลังงานจะตึงตัวขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโดยรวม (ความเสี่ยงมหภาค: ความเสี่ยงที่กระทบทั้งระบบเศรษฐกิจ)
ความตึงเครียดในตลาดน้ำมันส่งผลโดยตรงต่อ “คาดการณ์เงินเฟ้อ” (inflation expectations: สิ่งที่ตลาดเชื่อว่าเงินเฟ้อจะเป็นในอนาคต) และไปกระทบ “ผลตอบแทนที่แท้จริง” (real yields: ผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อราคาทองคำ
แม้สถานะการเดินเรือจริงจะยังเปลี่ยนแปลงได้ แต่ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนว่าผู้ลงทุนไวต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานมากขึ้น
ทองคำและดอลลาร์ปรับขึ้นพร้อมกัน
ดอลลาร์สหรัฐยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ เพราะถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน
ปกติดอลลาร์แข็งค่ามักกดดันทองคำ แต่ความสัมพันธ์แบบสวนทาง (inverse relationship: ตัวหนึ่งขึ้นอีกตัวมักลง) มักอ่อนลงในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงมาก (acute geopolitical stress: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่แรงและฉับพลัน) ผู้ค้าหลายรายจึงซื้อทั้งสองพร้อมกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง
การที่ทั้งคู่แข็งพร้อมกันบ่งชี้ว่าเงินทุนไหลเพราะต้องการรักษามูลค่าเงิน (capital preservation: เน้นไม่ให้เงินต้นลด) มากกว่าปัจจัยค่าเงินล้วน ๆ
แรงกดดันเงินเฟ้อและผลต่อแนวทางนโยบาย
ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและปริมาณการขนส่งที่ลดลงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังตอกย้ำความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
หากราคาพลังงานยังสูง คาดการณ์เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น เพราะตลาดปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับจังหวะที่เฟดจะลดดอกเบี้ย
การขึ้นของทองคำรอบนี้สะท้อนทั้ง:
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในทันที
- ความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจอยู่สูงนาน (inflation persistence: เงินเฟ้อไม่ลดง่าย)
แรงผลักเหล่านี้จะกำหนดความผันผวนระยะใกล้ (volatility: ราคาแกว่งแรงขึ้นลง)
ภาพทางเทคนิค
ทองคำ (XAUUSD: สัญลักษณ์ราคาทองเทียบดอลลาร์) ซื้อขายใกล้ 5,365 เพิ่มราว 0.8% ในวันนี้ ขณะที่ราคาค่อย ๆ ขยับขึ้นไปทดสอบจุดสูงเดิมที่ 5,598.60 โครงสร้างรายวันยังเป็นขาขึ้นชัดเจน (bullish: แนวโน้มขึ้น) โดยราคาทำ “จุดสูงใหม่” และ “จุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้น” ต่อเนื่องตั้งแต่การย่อตัวในเดือนกุมภาพันธ์ (pullback: ย่อลงชั่วคราว)

ราคายังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หลัก (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้ม) โดยเส้น 5 วัน (5,264) และ 10 วัน (5,177) กำลังไต่ขึ้น ขณะที่เส้น 20 วัน (5,074) และ 30 วัน (5,057) ยังต่ำกว่าราคาปัจจุบันมากและค่อย ๆ สูงขึ้น จัดเรียงแบบนี้บอกว่าแรงส่งขาขึ้นยังแข็งแรง (upside momentum: แรงดันให้ราคาขึ้น) และยืนยันแนวโน้มขาขึ้น
แนวต้านใกล้สุดอยู่แถว 5,550–5,600 ซึ่งเป็นบริเวณที่ยอดเดิมเคยกดไว้ หากยืนเหนือ 5,600 ได้ต่อเนื่อง จะยืนยันการขึ้นต่อ และอาจเปิดทางไปโซน 5,750
ฝั่งลง แนวรับแรกอยู่แถว 5,250–5,300 ถัดไปคือแนวรับสำคัญใกล้ 5,100 ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือเส้นเฉลี่ย 20 วัน โครงสร้างขาขึ้นยังไม่เสีย และการย่อตัวมีแนวโน้มเป็นการพักฐาน (corrective: ย่อลงเพื่อพัก) มากกว่าการกลับทิศ
คำถามที่พบบ่อย
- ทำไมทองคำถึงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5? ทองคำได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง หลังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านรุนแรงขึ้น และความไม่แน่นอนเรื่องช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น
- ช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อราคาทองอย่างไร? ช่องแคบนี้รองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก หากสะดุดจะดันราคาน้ำมันขึ้น และทำให้กังวลเงินเฟ้อมากขึ้น เมื่อคาดว่าเงินเฟ้อจะสูง ผลตอบแทนที่แท้จริงมักถูกกด ซึ่งมักเป็นบวกต่อทองคำ
- ทำไมทองยังขึ้นทั้งที่ดอลลาร์แข็ง? ในช่วงความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศสูง ผู้ค้าหลายคนมักซื้อทั้งทองและดอลลาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้ความสัมพันธ์แบบสวนทางที่พบได้บ่อยอ่อนลง
- ราคาน้ำมันที่ขึ้นจะดันทองขึ้นต่อได้ไหม? ได้ หากต้นทุนพลังงานสูงต่อเนื่อง จะหนุนคาดการณ์เงินเฟ้อ และทำให้การตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางซับซ้อนขึ้น ซึ่งมักเอื้อต่อทองคำแท่ง
- อะไรอาจจำกัดการขึ้นของทองจากจุดนี้? หากความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตลาดน้ำมันนิ่งขึ้น หรือผลตอบแทนที่แท้จริงพุ่งขึ้นแรง อาจทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงและราคาเริ่มแกว่งออกข้าง (consolidation: เคลื่อนไหวในกรอบ)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets