
ประเด็นสำคัญ
- ทองคำเพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 5,136.22 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม
- ดอลลาร์อ่อนค่า หลังศาลฎีกาสหรัฐยกเลิก “ภาษีนำเข้า” (tariff: ภาษีที่เก็บเมื่อสินค้านำเข้าประเทศ) หลายรายการของทรัมป์
- แนวต้านอยู่ใกล้ 5,400 ดอลลาร์; ข้อมูลเงินเฟ้อทำให้ความหวังเรื่องลดดอกเบี้ยลดลง (แนวต้าน: ระดับราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก)
วันจันทร์ราคาทองคำปรับขึ้นต่อ ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เพราะความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายการค้าของสหรัฐกลับมาอีกครั้ง กดดันค่าเงินดอลลาร์ และทำให้คนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย (สินทรัพย์ปลอดภัย: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง เช่น ทองคำ)
ทองคำตลาดสปอต (spot: ซื้อขายส่งมอบใกล้ทันที) เพิ่มขึ้น 0.6% เป็น 5,136.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนเมษายน (สัญญาล่วงหน้า: ข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดราคาและวันส่งมอบ) เพิ่มขึ้น 1.5% เป็น 5,157.50 ดอลลาร์ สะท้อนความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
การปรับขึ้นเกิดขึ้นหลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินสำคัญ ยกเลิกภาษีนำเข้าจำนวนมากที่เคยประกาศใช้ภายใต้อำนาจฉุกเฉิน
คำตัดสินนี้เพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาดโลก และกดดันเงินดอลลาร์ (greenback: ชื่อเรียกเงินดอลลาร์สหรัฐ) ช่วยให้ราคาทองคำฟื้นตัวต่อ
จากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะขึ้น ภาษีนำเข้าชั่วคราวจาก 10% เป็น 15% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ ทำให้ภาพรวมการค้ายิ่งไม่ชัดเจน (ภาษีชั่วคราว: ภาษีที่ใช้ช่วงเวลาหนึ่งแล้วอาจเปลี่ยนแปลง)
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นวอลล์สตรีท (futures: สัญญาที่อิงราคาหุ้น/ดัชนีในอนาคต) และเงินดอลลาร์อ่อนลงระหว่างการซื้อขายในเอเชีย ทำให้แนวคิด “ขายสินทรัพย์สหรัฐ” (sell America: นักลงทุนลดการถือครองหุ้น/พันธบัตร/ดอลลาร์สหรัฐ) กลับมา ซึ่งมักเป็นผลดีกับทองคำ
ความผันผวนจากภาษีนำเข้าและเงินเฟ้อทำให้ภาพซับซ้อน
แม้ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีนำเข้าจะหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ข้อมูลเศรษฐกิจโดยรวมทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยซับซ้อนขึ้น ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดชี้ว่าแรงกดดันด้านราคา “พื้นฐาน” (underlying: แนวโน้มเงินเฟ้อที่ตัดปัจจัยผันผวนบางอย่างออก) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนธันวาคม และคาดว่าจะเร่งขึ้นต่อในเดือนมกราคม
เงินเฟ้อที่สูงขึ้นลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ) จะลดดอกเบี้ยเร็ว ทำให้ทองคำมีโอกาสขึ้นได้จำกัดในระยะสั้น ตอนนี้ตลาดคาดว่าอาจเริ่มผ่อนคลาย (easing: ลดความเข้มงวดของนโยบาย เช่น ลดดอกเบี้ย) ราวเดือนมิถุนายน
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ยังมีอยู่ อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจา เรื่องโครงการนิวเคลียร์ (nuclear programme: โครงการพัฒนานิวเคลียร์ของประเทศ) เพื่อลดโอกาสเกิดปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ ซึ่งอาจช่วยลดความตึงเครียดหากมีความคืบหน้า แต่ความไม่แน่นอนของกระบวนการยังทำให้เงินไหลเข้าการลงทุนเชิงป้องกันความเสี่ยง (defensive flows: เงินลงทุนที่ไหลไปสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ) ต่อเนื่อง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ทองคำ (XAUUSD: สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) ซื้อขายใกล้ 5,125 เพิ่มขึ้นราว 0.35% ในรอบวันนี้ และยังแกว่งตัวสะสม (consolidate: เคลื่อนไหวในกรอบแคบ) ใต้จุดสูงก่อนหน้าที่ 5,598.60 (swing high: จุดสูงชั่วคราวก่อนราคาอ่อนลง)
แนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น แต่การเคลื่อนไหวช่วงหลายสัปดาห์สะท้อนการชะลอตัว หลังราคาพุ่งแรงปลายเดือนมกราคม แล้วอ่อนลง (pullback: การย่อตัวลงชั่วคราวในแนวโน้มเดิม)

ในกราฟรายวัน ราคาอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) โดยเส้น 5 วัน (5,016) และ 10 วัน (5,014) อยู่ใกล้ระดับปัจจุบัน
เส้น 20 วัน (5,019) ก็อยู่ใกล้กัน แปลว่าราคาเริ่ม “บีบตัว” (compression zone: ช่วงที่ความผันผวนแคบลง) ซึ่งอาจนำไปสู่การ “เบรกกรอบ” (breakout: ทะลุกรอบขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน) ขณะที่เส้น 30 วัน (4,933) ยังชี้ขึ้น ยืนยันโครงสร้างขาขึ้นตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือระดับนี้
แนวรับใกล้สุดอยู่แถว 5,000–5,020 ถัดไปเป็นแนวรับที่แข็งแรงกว่าแถว 4,850–4,900 ซึ่งเป็นบริเวณที่เคยสะสมราคาหลังการย่อตัวจากการพุ่งแรง (แนวรับ: ระดับราคาที่มักลงต่อได้ยากเพราะมีแรงซื้อ)
ด้านบน หากราคายืนเหนือ 5,200 ได้ต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มแรงโมเมนตัมขาขึ้น (momentum: แรงส่งของแนวโน้มราคา) และทำให้มีโอกาสทดสอบโซนสูง 5,500–5,600 อีกครั้ง ตอนนี้ทองคำดูเหมือนกำลังสร้างฐาน (building a base: สะสมแรงก่อนเลือกทิศ) ภายในแนวโน้มขาขึ้น มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวเต็มรูปแบบ (reversal: เปลี่ยนแนวโน้มจากขึ้นเป็นลงหรือกลับกัน)
มุมมองแบบระมัดระวัง
การขึ้นของทองคำรอบนี้สะท้อนความไม่แน่นอนด้านนโยบายและดอลลาร์อ่อนค่า มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนรอบดอกเบี้ยอย่างชัดเจน (rate cycle: ช่วงขาขึ้น/ขาลงของดอกเบี้ย) หากความไม่ชัดเจนเรื่องภาษีนำเข้ายังอยู่ และดอลลาร์ยังถูกกดดัน ทองคำอาจยังได้แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ดี การขึ้นต่อไปหา 5,400 ดอลลาร์ น่าจะขึ้นอยู่กับว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงหรือไม่ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้นหรือสงบลง หากเงินเฟ้อยังสูงและผลตอบแทนพันธบัตร (yields: ผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรได้รับ) ปรับขึ้นต่อ การปรับขึ้นของทองคำอาจชะงัก แม้ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการค้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets