
ประเด็นสำคัญ
- Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.8% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาด
- WTI พุ่ง 4.6% เหนือ 65 ดอลลาร์ ขณะที่ Brent ปิดเหนือ 70 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 สัปดาห์
หุ้นเอเชียปรับขึ้น หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฟื้นแรง และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งช่วยหนุนตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.8% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% ช่วยให้บรรยากาศการลงทุนทรงตัว หลังช่วงก่อนหน้าผันผวนจากความกังวลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: ระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้และช่วยตัดสินใจ) อาจกระทบผลประกอบการของบริษัท
ดัชนี MSCI Asia Pacific (ดัชนีที่ติดตามหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ปรับขึ้นเป็นวันที่สอง หุ้นใน ออสเตรเลียและญี่ปุ่น พุ่งขึ้น ขณะที่ดัชนีหลักของเกาหลีใต้ทำ จุดสูงสุดใหม่
บางตลาดซื้อขายค่อนข้างเงียบ เพราะจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันปิดทำการช่วงวันหยุดตรุษจีน
การฟื้นตัวของหุ้นเทคสหรัฐสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มทบทวนความกังวลเดิมว่า AI จะทำให้รายได้ (earnings) ของบริษัท “สะดุด” นักลงทุนสถาบัน (เช่น กองทุน บลจ.) บางส่วนเริ่มกลับเข้าไปลงทุนเป็นรายตัวหลังราคาปรับลงก่อนหน้า
ข้อมูลสหรัฐแข็งแกร่ง หนุนความกล้าเสี่ยง
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นแรงที่สุดในเดือนมกราคม คำสั่งซื้อเครื่องจักร/อุปกรณ์ธุรกิจ (business equipment orders: ยอดสั่งซื้อเครื่องมือและเครื่องจักรที่บริษัทใช้ทำงาน) เดือนธันวาคมเพิ่มมากกว่าคาด และการเริ่มสร้างบ้าน (housing starts: จำนวนโครงการบ้านที่เริ่มก่อสร้าง) แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
ข้อมูลเหล่านี้ชี้ว่าแรงส่งการเติบโตยังไปต่อได้ในช่วงต้นปี 2026
แต่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) ยังระมัดระวัง การขาย พันธบัตรอายุ 20 ปี มูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์ มีความต้องการซื้อไม่มาก ทำให้ราคาพันธบัตรอ่อนลงในช่วงตลาดนิวยอร์ก ดัชนีดอลลาร์ (dollar index: ค่าความแข็งของดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินสกุลหลัก) เพิ่มขึ้น 0.5% ในวันพุธ แต่ในการซื้อขายเอเชีย ดอลลาร์อ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ในกลุ่ม G10 (G10: กลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่มีสกุลเงินหลักในการซื้อขาย)
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
NAS100 ซื้อขายแถว 24,900 ปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังแกว่งในกรอบสะสม (consolidation: ราคาแกว่งแคบ ๆ ยังไม่เลือกทางชัด) หลังไม่ผ่านจุดสูงปลายเดือนมกราคมใกล้ 26,300
ภาพรายวันราคาแกว่งแรงขึ้นลง และทำ “ยอดที่ต่ำลง” ต่อเนื่องจากจุดสูงล่าสุด สะท้อนว่าแรงขึ้นเริ่มแผ่ว

ราคาขณะนี้อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (MA: เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้ม) 20 วัน (25,235) และ 30 วัน (25,326) เล็กน้อย ขณะที่เส้นระยะสั้น 5 วัน (24,776) และ 10 วัน (24,934) เริ่มแบน (หมายถึงแนวโน้มไม่ชัด)
ภาพรวมยังออกกลาง ๆ ไปทางอ่อน เพราะดัชนียังขึ้นต่อเนื่องไม่ค่อยได้ แนวต้านใกล้ ๆ อยู่ที่โซน 25,200–25,300 (แนวต้าน: บริเวณที่ราคามักขึ้นต่อยาก) ซึ่งมีเส้นค่าเฉลี่ยหลายเส้นมารวมกัน ส่วนแนวรับระยะสั้น (แนวรับ: บริเวณที่ราคามักลงต่อยาก) อยู่แถว 24,350 และถัดไปคือจุดต่ำเดิมช่วงพฤศจิกายนใกล้ 23,850
หากทะลุ 25,300 ได้ชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อกลับมาและมีโอกาสไปทดสอบ 26,000 และสูงกว่า แต่ถ้ายังกลับไปยืนเหนือระดับนี้ไม่ได้ ดัชนีอาจแกว่งในกรอบต่อ และความเสี่ยงขาลงจะเพิ่มขึ้นหากหลุด 24,350
มุมมองยังต้องระวัง
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น (yields: ผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรได้รับ) และแรงซื้อพันธบัตรที่ไม่สม่ำเสมอ สะท้อนว่าตลาดยังจับตาความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายรัฐ ทิศทางถัดไปน่าจะขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจยังโตต่อได้โดยไม่ทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาหรือไม่
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets