This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

การเทรดความผันผวนคืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์ปี 2026

by VT Markets
/
Aug 16, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • ความผันผวน (Volatility: ระดับที่ราคาขยับแรงและเร็วในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง) ไม่ได้ดีหรือแย่โดยตัวมันเองสำหรับเทรดเดอร์
  • ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) หรือ “ดัชนีความกลัว” ของตลาด เป็นเครื่องมือหลักสำหรับติดตามความผันผวนที่คาดการณ์ของดัชนี S&P 500
  • ความผันผวนในอดีต (Historical Volatility: ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงในอดีต) กับความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility: ความผันผวนที่ตลาดออปชันสะท้อนว่าคาดไว้) เป็นคนละเรื่อง ต้องเข้าใจทั้งคู่เพื่อวางกลยุทธ์เทรดความผันผวน
  • กลยุทธ์เทรดความผันผวนมีตั้งแต่ Straddle/Strangle ในตลาดออปชัน ไปจนถึง ETF อ้างอิงดัชนีความผันผวน และ CFD
  • ความผันผวนสูงเปิดโอกาสทำกำไร แต่ต้องยกระดับวินัยบริหารความเสี่ยงให้เข้มขึ้นตามสัดส่วน
  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: ค่าทางสถิติที่บอกว่าผลตอบแทน “กระจาย” ห่างจากค่าเฉลี่ยมากแค่ไหน) คือฐานหลักที่มืออาชีพใช้คำนวณและวัดความผันผวน

ความผันผวน (Volatility) คืออะไร

ในตลาดการเงิน ความผันผวน หมายถึงระดับที่ราคาของสินทรัพย์ขยับขึ้นลงภายในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นตัวชี้วัดเชิงสถิติของการกระจายตัวของผลตอบแทน (Dispersion: ผลตอบแทนกระจายกว้างหรือแคบ) โดยวิธีวัดที่ใช้บ่อยคือ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: ยิ่งค่าสูงยิ่งแกว่งมาก) ถ้าราคาแกว่งแรงถือว่าความผันผวนสูง หากราคาแกว่งในกรอบแคบถือว่าความผันผวนต่ำ

ความผันผวนเป็นเหมือน “พลังการเคลื่อนไหว” ของตลาด วันไหนตลาดหุ้นนิ่ง ราคาขยับน้อย ความผันผวนจะต่ำ แต่หาก S&P 500 พุ่งหรือร่วงแรงหลังธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ประกาศดอกเบี้ย ค่าความผันผวนจะสูงขึ้น ตลาดมักสลับช่วงนิ่งกับช่วงแกว่งแรงอยู่เสมอ

ความผันผวนเกิดได้ในทุกสินทรัพย์ เช่น หุ้น คู่เงิน (Forex: ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา) โภคภัณฑ์ (Commodities: ทองคำ น้ำมัน ฯลฯ) ดัชนี และพันธบัตร โดยลักษณะการแกว่งต่างกันตามประเภทสินทรัพย์ หุ้นตลาดเกิดใหม่หรือกลุ่มอุตสาหกรรมระยะเริ่มต้นมักผันผวนมากกว่าหุ้นบลูชิพ (Blue-chip: หุ้นขนาดใหญ่ ฐานะการเงินแข็งแรง) ในตลาด Forex คู่เงินที่ผูกกับเศรษฐกิจที่พึ่งพาโภคภัณฑ์มักแกว่งมากเมื่อมีข่าวราคาสินค้าโภคภัณฑ์

What Is Volatility Trading

การเทรดความผันผวน (Volatility Trading) คืออะไร

การเทรดความผันผวน คือการเปิดสถานะจากการคาดการณ์ว่า “ระดับความผันผวน” จะเปลี่ยนอย่างไร มากกว่าการเดาทิศทางราคาอย่างเดียว เทรดเดอร์ทั่วไปถามว่า “ราคาจะขึ้นหรือลง” แต่ เทรดเดอร์ความผันผวน จะถามว่า “ตลาดจะนิ่งลงหรือแกว่งแรงขึ้น และแรงแค่ไหน”

ข้อแตกต่างนี้สำคัญ เพราะกลยุทธ์เทรดความผันผวนอาจทำกำไรได้ทั้งตอนตลาดขึ้นหรือลง หาก “ขนาดการแกว่ง” เป็นไปตามที่คาดไว้ จึงเป็นแนวทางที่ถูกใช้ทั้งเดย์เทรดเดอร์ ทีมเทรดสถาบัน และระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic: ใช้โปรแกรม/กฎคำนวณเพื่อส่งคำสั่ง)

⚠ ข้อควรรู้

การเทรดความผันผวนไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป แต่เปลี่ยน “รูปแบบความเสี่ยง” ข้อแตกต่างหลัก:

  • ·การเทรดทั่วไป = เสี่ยงด้านทิศทางราคา (ขึ้นหรือลง)
  • ·การเทรดความผันผวน = เสี่ยงด้าน “ขนาดการแกว่ง” (ราคาแกว่งมากพอ และเกิดทันเวลาหรือไม่)
  • ·ความเสี่ยงหลักคือความแม่นยำในการคาดการณ์ความผันผวน ไม่ใช่ทิศทางตลาดอย่างเดียว
  • ·เป็นความเสี่ยงที่ซับซ้อน ต้องศึกษาและเตรียมแผนก่อนใช้เงินจริง

VIX: ดัชนีความกลัวที่ดังที่สุดของวอลล์สตรีท

การพูดถึง การเทรดความผันผวน มักต้องกล่าวถึง ดัชนีความผันผวน CBOE หรือ VIX เปิดตัวโดย Chicago Board Options Exchange (CBOE: ตลาดซื้อขายออปชันในสหรัฐ) ปี 1993 และปรับสูตรปี 2003 VIX เป็น ดัชนีตลาด (Market index: ค่าที่สะท้อนภาพรวมตลาด/กลุ่มสินทรัพย์) แบบเรียลไทม์ วัด ความผันผวนที่คาดการณ์ (Expected volatility: ตลาดคาดว่าราคาจะแกว่งแค่ไหน) ของ S&P 500 ใน 30 วันข้างหน้า แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์รายปี (Annualised: แปลงค่าให้เทียบเป็น “ต่อปี” เพื่อเทียบกันง่าย)

VIX คำนวณจากข้อมูล การตั้งราคาออปชัน (Options pricing: ราคาสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขาย) โดยรวมราคาแบบถ่วงน้ำหนัก (Weighted prices: ให้ความสำคัญกับบางสัญญามากกว่า) จากหลายระดับ ราคาใช้สิทธิ (Strike price: ราคาที่ออปชันให้สิทธิซื้อ/ขาย) ทั้งคอลและพุต (Call/Put: สิทธิซื้อ/สิทธิขาย) ของออปชันบนดัชนี S&P 500 เมื่อกิจกรรมในตลาดออปชันสะท้อนว่าตลาดคาดการแกว่งแรง VIX จะขึ้น แต่ถ้าคาดว่านิ่ง VIX จะลง

ช่วง VIXสัญญาณตลาดมุมมองของเทรดเดอร์
ต่ำกว่า 15ผันผวนต่ำ ตลาดนิ่งเริ่มชะล่าใจ มีโอกาสกลับทิศแรง
15 – 25ผันผวนระดับปกติระดับความเสี่ยงมาตรฐานของกลยุทธ์ส่วนใหญ่
25 – 35ความกังวลสูงขึ้น ความไม่แน่นอนมากต้องระวังมากขึ้น กลยุทธ์เล่นความผันผวนเริ่มเด่น
มากกว่า 35ตลาดตึงเครียดรุนแรงระดับวิกฤต มีโอกาสเกิดความผิดปกติของราคา

ช่วงช็อกตลาดจากโควิด-19 เดือนมีนาคม 2020 VIX พุ่งเหนือ 80 สูงกว่าช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 มาก ในปี 2026 ดัชนีความผันผวน CBOE ยังเป็นตัวชี้วัดหลักที่เทรดเดอร์ใช้อ้างอิงเพื่อประเมินความผันผวนในตลาดโลก

ความผันผวนในอดีต vs ความผันผวนโดยนัย: ต่างกันอย่างไร

ความผันผวนที่สำคัญมี 2 แบบ: ความผันผวนในอดีต และ ความผันผวนโดยนัย ใช้ตอบคนละคำถามและใช้คนละจุดประสงค์

ความผันผวนในอดีต (HV)

ความผันผวนในอดีต (เรียกได้ว่า Realised/Statistical volatility: ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงและวัดด้วยสถิติ) วัดว่าในอดีตราคาของสินทรัพย์แกว่งจริงแค่ไหนใน ช่วงเวลา ที่กำหนด โดยคำนวณจาก ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของราคา/ผลตอบแทนในอดีต เทรดเดอร์ใช้ HV เพื่อดูพฤติกรรมการแกว่งที่ผ่านมา วิธีคำนวณทั่วไปคือใช้ผลตอบแทนรายวันในช่วงเลื่อน (Rolling window: เลื่อนกรอบเวลาไปเรื่อย ๆ เช่น 20 หรือ 30 วันทำการ) หาค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วทำให้เป็นรายปีด้วยการคูณ รากที่สอง (Square root: ค่าราก) ของจำนวนวันซื้อขายต่อปี (ประมาณรากของ 252)

ความผันผวนโดยนัย (IV)

ความผันผวนโดยนัย คือค่าที่มองไปข้างหน้า สะท้อนว่าตลาด ออปชัน (Options market: ตลาดสัญญาสิทธิซื้อ/ขาย) โดยรวมคาดว่าราคาของ สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying: หุ้นหรือดัชนีที่ออปชันอ้างถึง) จะผันผวนแค่ไหนในอนาคต โดยอ่านจากราคาสัญญาออปชันปัจจุบัน ไม่ใช่จากราคาในอดีต เมื่อ IV สูง ออปชันมักแพงขึ้น; เมื่อ IV ต่ำ ออปชันมักถูกลง ส่วนต่างระหว่าง IV (ที่ตลาดคาด) กับ HV (ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต) เป็นสัญญาณที่เทรดเดอร์จำนวนมากใช้หา “ราคาออปชันที่อาจแพง/ถูกเกินไป” และสร้าง กลยุทธ์เทรด

⚠ ข้อเตือน

IV เป็น “การคาดการณ์” ไม่ใช่คำยืนยัน ควรจำไว้ว่า:

แนวคิดความหมายต่อการใช้งาน
ผลงานในอดีตของ IVไม่ได้บอกได้ดีว่า IV จะทำนายการเคลื่อนไหวในอนาคตแม่นแค่ไหน
ความผันผวนที่คาดอาจต่างจากความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง (HV) ได้มากในแต่ละช่วง
แนวทางที่เหมาะสมมอง IV เป็น “กรอบความเป็นไปได้” ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่แน่นอน

วิธีวัดความผันผวน: เครื่องมือและวิธีที่ใช้จริง

การวัด ความผันผวน เป็นทักษะพื้นฐาน โดยเครื่องมือที่ใช้แพร่หลายในปี 2026 ได้แก่

  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation): ตัวชี้วัดหลักที่บอกว่าราคา/ผลตอบแทนกระจายกว้างแค่ไหน ค่ายิ่งสูงยิ่งผันผวน
  • Average True Range (ATR): อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค (Technical indicator: สูตรคำนวณจากราคาบนกราฟ) วัดช่วงแกว่งเฉลี่ยของราคา (สูงสุด-ต่ำสุด) ในจำนวนแท่งที่กำหนด และปรับให้คำนึงถึง “ช่องว่างราคา” (Gap: ราคาเปิดกระโดดจากวันก่อน) เดย์เทรดเดอร์มักใช้ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop) และประเมินแรงแกว่ง
  • Bollinger Bands: เส้นกรอบบน/ล่างที่วางห่างจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving average: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังแบบเลื่อน) ประมาณ 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ช่วยให้เห็นช่วงที่ความผันผวนขยาย/หด
  • Relative Volatility Index (RVI): อินดิเคเตอร์ความผันผวนแบบเปรียบเทียบ ปรับแนวคิดจาก RSI (RSI: ดัชนีความแข็งแรงของราคา) แต่ใช้ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแทนการเปลี่ยนแปลงราคา เพื่อดูแรงเคลื่อนไหวเชิงทิศทางในสินทรัพย์ที่ผันผวน
  • VIX และตราสารที่อ้างอิงดัชนีความผันผวน: ใช้เป็นภาพรวมแบบเรียลไทม์ของความคาดหวังเรื่องความผันผวนของตลาดวงกว้าง

กลยุทธ์เทรดความผันผวน: ทำกำไรจากตลาดแกว่งแรง

มีกลยุทธ์เทรดความผันผวนหลายแบบ การเลือกขึ้นอยู่กับมุมมองว่าความผันผวนจะเพิ่มหรือลด ระยะเวลาถือ และระดับความเสี่ยงที่รับได้

1) Long Straddle และ Long Strangle (อิงออปชัน)

Long Straddle คือการซื้อคอลและพุตพร้อมกัน ที่ ราคาใช้สิทธิ และวันหมดอายุเดียวกัน เหมาะเมื่อคาดว่าจะมีการแกว่งแรงใน สินทรัพย์อ้างอิง แต่ไม่มั่นใจทิศทาง จะกำไรได้หากราคาแกว่งแรงพอให้ชดเชยต้นทุนออปชันทั้งสองฝั่ง ส่วน Long Strangle คล้ายกัน แต่ใช้สัญญาที่อยู่นอกเงิน (Out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิไกลจากราคาปัจจุบัน) คนละราคาใช้สิทธิ เพื่อลดต้นทุนเริ่มต้น

2) เทรดสินค้าที่อ้างอิงความผันผวนโดยตรง

ตราสารที่ซื้อขายในตลาดและอ้างอิง VIX เพิ่มทางเลือกให้เทรดเดอร์เทรดความผันผวนโดยตรง เช่น ฟิวเจอร์ส VIX (Futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ออปชัน VIX และ ETF ความผันผวน (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) ช่วยแสดงมุมมองต่อความผันผวนโดยไม่ต้องถือหุ้นรายตัว

3) แนวทางผ่าน CFD

สำหรับผู้ที่คุ้นกับเครื่องมือเดิม ๆ สินค้าที่มีเลเวอเรจ (Leveraged products: ใช้เงินวางประกันเพื่อควบคุมมูลค่าสัญญาที่ใหญ่ขึ้น) เช่น สัญญาซื้อขายส่วนต่างหรือ CFD (Contracts for Difference: เก็งกำไรจากส่วนต่างราคา ไม่ได้รับสินทรัพย์จริง) ช่วยเข้าถึงความผันผวนในดัชนี Forex และโภคภัณฑ์ หากคาดว่าความตึงเครียดทั่วตลาดจะพุ่งและดันดัชนีความผันผวนขึ้น อาจเลือกเปิดสถานะซื้อในตราสารที่ติดตาม VIX หรือขายดัชนีที่นิ่ง เพื่อรับมือความเสี่ยงขาลงที่มาจาก IV ที่เพิ่มขึ้นในตลาดออปชัน

4) กลยุทธ์กลับสู่ค่าเฉลี่ย (Mean Reversion)

เนื่องจากความผันผวนมักกลับสู่ระดับเฉลี่ยเมื่อเวลาผ่านไป เทรดเดอร์จำนวนหนึ่งใช้กลยุทธ์กลับสู่ค่าเฉลี่ย เช่น “ขายความผันผวน” ผ่านการเขียนออปชัน (Writing options: เป็นฝั่งขายออปชัน รับพรีเมียม) เมื่อ IV สูงมากเมื่อเทียบกับ HV โดยคาดว่า IV จะลดลง วิธีนี้มีความเสี่ยงสูง ต้องกำหนดขนาดสถานะ (Position sizing: ปรับขนาดการลงทุนต่อครั้ง) และวางแผนส่งคำสั่งอย่างเคร่งครัด

อะไรทำให้ความผันผวนพุ่ง: ปัจจัยสำคัญในปี 2026

การรู้ตัวกระตุ้น ความผันผวนของตลาด ช่วยให้เตรียมรับจังหวะเปลี่ยนของตลาดได้ โดยปัจจัยที่พบบ่อยในปี 2026 ได้แก่

ปัจจัยตัวอย่างผลต่อความผันผวนการเปลี่ยนของมุมมองตลาด
นโยบายธนาคารกลาง (เช่น เฟด)การตัดสินใจดอกเบี้ยที่ต่างจากคาด ทำให้ราคาหุ้น พันธบัตร และค่าเงินแกว่งเร็วสลับโหมดรับ/เลี่ยงความเสี่ยงตามทิศทางนโยบาย
เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น เพิ่มความไม่แน่นอน ดัน VIX ขึ้นแรงความกลัวนำ กระแสเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
งบการเงินบริษัทที่ผิดคาดราคาหุ้นอาจกระโดด (Gap) แรงจากผลประกอบการดีกว่าหรือแย่กว่าคาดความผันผวนเฉพาะตัวหุ้นเพิ่ม
ปัจจัยเศรษฐกิจและข้อมูลช็อกเงินเฟ้อ การจ้างงาน หรือ GDP ที่ผิดคาด ทำให้ราคาซื้อขายแกว่งในหลายสินทรัพย์ความผันผวนตลาดโดยรวมเพิ่ม
การทะลุแนวรับ/แนวต้านเมื่อราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ ความผันผวนมักขยายตัวเร็วแรงส่งตามทิศทางเพิ่ม

ตลาดผันผวนต่ำ vs ผันผวนสูง: ปรับวิธีเทรดอย่างไร

เทรดในช่วงผันผวนต่ำ

ช่วง ผันผวนต่ำ ราคามักแกว่งในกรอบ (Range-bound: ขึ้นลงในช่วงจำกัด) เทรนด์ไม่ชัด เดย์เทรดเดอร์จำนวนมากอาจไม่ถนัดกับกลยุทธ์ตามโมเมนตัม แต่ช่วงนี้เหมาะกับกลยุทธ์เล่นกรอบ และการขายพรีเมียมออปชัน (Premium: ราคาค่าเบี้ยของออปชัน) รวมถึงการเตรียมพร้อมก่อนความผันผวนกลับมาสูง

เทรดในช่วงผันผวนสูง

ช่วง ผันผวนสูง มี โอกาสทำกำไร ต่อครั้งมากขึ้นเพราะราคาแกว่งแรง แต่ขาดทุนก็ขยายเร็วเมื่อผิดทาง สินทรัพย์ที่ผันผวนในช่วงนี้ควรลดขนาดสถานะ ใช้จุดตัดขาดทุนให้เหมาะสม และกำหนดแผนออกจากสถานะล่วงหน้า

⚠ ข้อควรระวัง — ใช้เลเวอเรจในตลาดผันผวน

หากเทรด CFD หรือสินค้าที่มีเลเวอเรจในช่วงผันผวนสูง ควรระวัง:

  • ความเสี่ยงขยาย: เลเวอเรจทำให้กำไรและขาดทุนขยายจากการขยับของราคา
  • การแกว่งแรง: สินทรัพย์ที่ปกติแกว่งแคบ อาจเหวี่ยงหลายเปอร์เซ็นต์ในช่วงตลาดผันผวน
  • ประเมินฐานะการเงิน: ใช้เงินที่ติดตามและบริหารความเสี่ยงได้จริง
  • ตั้งจุดตัดขาดทุน (คำสั่งขาย): กำหนดระดับออกจากสถานะก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง
  • ประเมินรายสินทรัพย์: ตรวจความผันผวนและสภาพคล่อง (Liquidity: ความง่ายในการซื้อขายโดยไม่กระทบราคา) ก่อนเทรด

วิธีรับมือความผันผวนสำหรับนักลงทุนรายย่อย

นักลงทุนรายย่อยควรใช้กรอบการตัดสินใจที่เป็นระบบ แทนการตอบสนองตามอารมณ์ต่อราคาที่เปลี่ยนเร็ว

  • ติดตาม VIX และดัชนีความผันผวนที่เกี่ยวข้องทุกวัน เพื่อปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสภาพตลาด “ดัชนีความกลัว” ช่วยบอกระดับความตึงเครียดของตลาด
  • ใช้ตัวชี้วัดความผันผวนกำหนดขนาดสถานะ เมื่อผันผวนสูง ควรลดขนาดสถานะ โดยเฉพาะหุ้นรายตัวหรือสินทรัพย์ที่ ATR สูง
  • แยก IV ออกจาก HV หากสองค่านี้ต่างกันมาก อาจสะท้อนออปชันที่ราคาแพง/ถูกเกินไป หรืออารมณ์ตลาดที่ตอบสนองเกินจริง
  • หลีกเลี่ยงการเทรดถี่ช่วงประกาศข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น Non-farm payrolls (ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ), CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค), หรือการประกาศของธนาคารกลาง เพราะราคาอาจ “กระโดด” ในเวลาไม่กี่นาที ทำให้การเทรดออปชันและสินทรัพย์อื่นเสี่ยงสูง
  • บันทึกสถิติการเทรด ในช่วงผันผวนต่าง ๆ เพื่อรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองในตลาดที่แกว่งแรง

ความผันผวนในตลาดหุ้น: นักลงทุนควรรู้อะไรในปี 2026

นักลงทุนจำนวนมากมองความผันผวนเป็นเรื่องลบ แต่จริง ๆ แล้ว ความผันผวนของตลาด คือช่องทางที่ทำให้ราคาหุ้น “ปรับใหม่” ตามข้อมูลใหม่ S&P 500 ในอดีตเคยมีการปรับฐานระหว่างปีเฉลี่ยราว 14% แม้บางปีปิดบวก สะท้อนว่าความผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนหุ้น

ตลาดหุ้นปี 2026 ถูกขับเคลื่อนด้วยการปรับคาดการณ์กำไรจาก AI (AI-driven earnings revisions: การใช้ระบบ AI ช่วยประเมินและปรับประมาณการกำไร), การย้าย/ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานจากภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนจากวัฏจักรดอกเบี้ยหลายปี ทำให้เกิด “ช่วงนิ่งสลับช่วงแกว่งแรง” เมื่อความคาดหวังของตลาดถูกกระทบ ทั้งหุ้นรายตัวและดัชนีเจอรูปแบบนี้ โดยการสลับกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector rotation: เงินย้ายจากกลุ่มหนึ่งไปอีกกลุ่ม) ทำให้การขยับเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์เกิดขึ้นภายในไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมง

สำหรับนักลงทุนระยะยาว การเข้าใจความผันผวนช่วยลดการตัดสินใจตามกระแสในช่วงที่ราคาผิดปกติระยะสั้น ซึ่งอาจทำให้แผนลงทุนเสียหาย

เริ่มเทรดความผันผวนกับ VT Markets

ความผันผวนไม่ใช่ศัตรู แต่คือสภาพสนามแข่งขัน ผู้ที่อ่าน IV ได้ ติดตาม VIX และใช้กลยุทธ์อย่างมีวินัย อาจใช้ตลาดผันผวนเป็นโอกาส ทั้งการเก็งทิศทางราคา หรือเทรดความผันผวนผ่านตราสารอ้างอิงดัชนีและ CFD

สิ่งสำคัญคือเข้าใจวิธี วัดความผันผวน และมีกรอบบริหารความเสี่ยง รู้จักสินทรัพย์ที่เทรด เข้าใจว่าตลาดอยู่ในช่วงผันผวนระดับไหน ตั้งจุดตัดขาดทุนเสมอ และใช้เงินที่บริหารได้

ด้วย VT Markets คุณเข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายทั้ง Forex ดัชนี โภคภัณฑ์ และหุ้น ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ไม่ว่าจะสร้างพอร์ตระยะยาวหรือเทรดในช่วงตลาดแกว่งแรง VT Markets มีเครื่องมือ คุณภาพการส่งคำสั่ง (Execution: ความเร็ว/ความแม่นยำในการจับคู่คำสั่ง) และการสนับสนุนเพื่อช่วยให้คุณเทรดได้อย่างมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดความผันผวน

  1. ความต่างระหว่างการเทรดความผันผวนกับการเทรดทั่วไปคืออะไร

การเทรดทั่วไปคือมองทิศทางราคา เช่น หุ้น คู่เงิน หรือโภคภัณฑ์ คาดว่าขึ้นก็ซื้อ คาดว่าลงก็ขายหรือชอร์ต (Short: เปิดสถานะขายก่อนเพื่อหวังซื้อคืนถูกกว่า) แต่การเทรดความผันผวนคือวางสถานะจาก “ระดับการแกว่งของราคา” มากกว่าทิศทางอย่างเดียว เทรดเดอร์ความผันผวนอาจทำกำไรได้ทั้งตลาดขึ้นหรือลง หากราคาแกว่งแรงพอตามที่คาด วิธีนี้จึงเน้นความน่าจะเป็นและมีความซับซ้อนมากกว่า

  1. ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) วัดอะไร

VIX วัดความผันผวนที่ตลาดคาดของ S&P 500 ใน 30 วันข้างหน้า แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์รายปี โดยคำนวณจากราคาออปชันของ S&P 500 หลายระดับราคาใช้สิทธิ เพราะสะท้อนความผันผวนโดยนัย (IV) จากตลาดออปชัน จึงถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความกลัวของนักลงทุน ค่า VIX สูงหมายถึงตลาดกังวลและคาดการแกว่งแรง ค่า VIX ต่ำหมายถึงตลาดนิ่งและคาดการแกว่งน้อย

  1. คำนวณความผันผวนของหุ้นหรือดัชนีอย่างไร

การคำนวณความผันผวนในอดีต (HV) เริ่มจากรวบรวมราคาปิดตามช่วงที่เลือก (เช่น 20 หรือ 30 วันทำการ) จากนั้นคำนวณผลตอบแทนรายวันเป็นเปอร์เซ็นต์ (เทียบราคาปิดวันนี้กับเมื่อวาน) แล้วหาค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของผลตอบแทนรายวัน สุดท้ายทำให้เป็นรายปีโดยคูณด้วย รากที่สองของ 252 (จำนวนวันซื้อขายโดยประมาณต่อปี) จะได้ HV เป็นเปอร์เซ็นต์รายปี เพื่อนำไปเทียบกับ IV จากตลาดออปชัน

  1. การเทรดความผันผวนเหมาะกับมือใหม่หรือไม่

การเทรดความผันผวน โดยเฉพาะกลยุทธ์อิงออปชันอย่าง Straddle/Strangle ต้องเข้าใจการตั้งราคาออปชัน การเปลี่ยนของ IV และการบริหารความเสี่ยง จึงมักไม่เหมาะเป็นจุดเริ่มต้น มือใหม่สามารถเริ่มจากติดตาม VIX ทำความเข้าใจส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ ATR และฝึกในบัญชีเดโมก่อนใช้เงินจริง รวมถึงเริ่มจากเครื่องมือที่ง่ายกว่า เช่น CFD บนดัชนี แล้วสังเกตว่าราคาเปลี่ยนตามความผันผวนอย่างไร

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code