This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

CFD ปะทะ ออปชัน: ศึกเทรดสุดเดือดที่อาจเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนของคุณไปตลอดกาล

by VT Markets
/
Aug 16, 2026

Key Takeaways

  • CFD และออปชันเป็น ตราสารอนุพันธ์ (สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงกับราคาสินทรัพย์อื่น) ที่ทำให้ผู้ลงทุนเก็งกำไรจาก สินทรัพย์อ้างอิง (เช่น หุ้น ทองคำ ดัชนี ค่าเงิน) ได้โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์นั้นจริง
  • CFD (Contract for Difference) คือ “สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา” ที่เคลื่อนไหวตามราคาตลาดของสินทรัพย์อ้างอิงแบบเรียลไทม์ กำไร/ขาดทุนเปลี่ยนตามทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของราคา
  • ออปชัน (Option) คือสัญญาที่ให้ “สิทธิ” แก่ผู้ซื้อ แต่ ไม่บังคับ ให้ต้องซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ ราคาใช้สิทธิ ภายในหรือ ณ วันหมดอายุ
  • CFD มักเข้าใจง่ายกว่า ส่วนออปชันมีปัจจัยมากกว่า เช่น มูลค่าแท้จริง (ส่วนต่างที่คุ้มค่าทันที), มูลค่าเวลา (มูลค่าที่มาจากเวลาคงเหลือ), และ พรีเมียม (ราคา/ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)
  • ทั้งสองมีความเสี่ยง ต้องเข้าใจความเสี่ยงก่อนเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมายการเทรด
  • การเลือกควรดู ความสามารถรับความเสี่ยง, ระยะเวลาถือครอง, เงินทุน, และประเภทสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด

Why the CFD vs Options Debate Matters

หลายคนลังเลระหว่าง เทรด CFD กับ เทรดออปชัน ในปี 2026 การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ของรายย่อยทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง โดยตลาดออปชันในสหรัฐมีมูลค่า Notional (มูลค่าตามหน้าสัญญา เป็นตัวเลขอ้างอิงขนาดสัญญา ไม่ใช่เงินที่จ่ายจริงทั้งหมด) เฉลี่ยต่อวันมากกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ CFD เป็นส่วนสำคัญของการเทรดแบบใช้ เลเวอเรจ (การใช้เงินวางน้อยเพื่อคุมสถานะใหญ่) ในยุโรป เอเชียแปซิฟิก และแคนาดา คู่มือนี้สรุปความต่างให้เข้าใจง่าย

What Are CFDs? A Plain-English Explanation

CFD หรือ Contract for Difference คือ “สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา” เมื่อคุณ เทรด CFD คุณทำสัญญากับโบรกเกอร์เพื่อรับ/จ่าย “ส่วนต่าง” ระหว่างราคาเปิดกับราคาปิดของ สินทรัพย์อ้างอิง คุณไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง สินค้าโภคภัณฑ์จริง ดัชนี หรือสกุลเงินจริง แต่เก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคา

จุดเด่นคือ เลเวอเรจ ทำให้ใช้เงินวาง (มาร์จิน) น้อยแต่คุมมูลค่าสถานะได้มาก เช่น เลเวอเรจ 10:1 วางเงิน 1,000 ดอลลาร์แคนาดา สามารถถือสถานะมูลค่า 10,000 ดอลลาร์แคนาดา ในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือคู่เงินฟอเร็กซ์

How CFD Trading Works

กำไร/ขาดทุนของ CFD คำนวณจากจำนวนหน่วยที่ถือ คูณด้วยส่วนต่างระหว่างราคาสินทรัพย์อ้างอิงตอนเข้าและตอนออก หากราคาเคลื่อนไหวไปทางที่ถูกต้องจะได้กำไร หากสวนทางจะขาดทุน และเพราะมีเลเวอเรจ ผลลัพธ์จะถูก “ขยาย” ทั้งกำไรและขาดทุน

FeatureCFDs
Ownershipไม่ถือครองสินทรัพย์จริง ติดตามราคาอ้างอิงเท่านั้น
Leverageมี ช่วยเพิ่มแรงส่งทั้งกำไรและขาดทุน
Expiryไม่มีวันหมดอายุตายตัว (อาจมีค่าถือข้ามคืน)
Marketsหุ้น, ดัชนี, ฟอเร็กซ์, สินค้าโภคภัณฑ์, คริปโต ฯลฯ
Costสเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) + ค่าสวอป/ค่าถือข้ามคืน (มีต้นทุนการเทรด)
Regulationต่างกันตามประเทศ มักเป็น OTC (ซื้อขายนอกตลาด ผ่านโบรกเกอร์โดยตรง)

What Are Options? The Right Without the Obligation

สัญญาออปชัน คือ สัญญาการเงิน ที่ให้ ผู้ถือออปชัน มี “สิทธิ” แต่ ไม่บังคับ ให้ต้อง ซื้อหรือขาย สินทรัพย์อ้างอิงที่ ราคาใช้สิทธิ (ราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า) ภายในหรือ ณ วันหมดอายุ ผู้ซื้อจ่าย พรีเมียม (ค่าออปชัน/ราคาสัญญาที่จ่ายล่วงหน้า) ให้ผู้ขายหรือ ผู้ออกสัญญา (writer) เพื่อแลกกับสิทธินี้

Call Options and Put Options Explained

ออปชันหลักมี 2 แบบ:

  • Call option: ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาใช้สิทธิ มักซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นเกินราคาใช้สิทธิก่อนหมดอายุ
  • Put option: ให้สิทธิขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาใช้สิทธิ มักซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิก่อนหมดอายุ

หากทางตลาดไม่เป็นใจ ผู้ซื้อออปชันขาดทุนสูงสุดเท่ากับ พรีเมียมที่จ่าย ต่างจาก CFD ที่อาจขาดทุนเกินเงินวางได้เมื่อใช้เลเวอเรจ

Key Options Terminology

TermDefinition
Strike Priceราคาใช้สิทธิ: ราคาคงที่ที่ผู้ซื้อออปชันใช้สิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์อ้างอิง
Expiration Date / Expiry Dateวันหมดอายุ: วันที่ต้องใช้สิทธิภายในหรือ ณ วันนั้น (แล้วแต่ประเภทสัญญา)
Option’s Premiumพรีเมียม: จำนวนเงินที่ผู้ซื้อจ่ายเพื่อได้สิทธิในสัญญาออปชัน
Intrinsic Valueมูลค่าแท้จริง: ส่วนต่างระหว่างราคาตลาดของสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ (เมื่อ “คุ้มค่า”)
Time Valueมูลค่าเวลา: ส่วนของพรีเมียมที่สะท้อน “เวลาที่เหลือ” จนหมดอายุและโอกาสที่ราคาจะไปในทางที่ได้เปรียบ
In the Moneyอยู่ในสถานะคุ้มค่า: ราคาอ้างอิงทำให้ใช้สิทธิแล้วได้เปรียบเมื่อเทียบกับราคาใช้สิทธิ
Out of the Moneyไม่คุ้มค่า: ใช้สิทธิแล้วไม่เกิดประโยชน์ มูลค่าแท้จริงเป็นศูนย์
Open Interestสัญญาคงค้าง: จำนวนสัญญาออปชันที่ยังเปิดอยู่ทั้งหมดในตลาด

CFD vs Options: Side-by-Side Comparison

ตารางนี้สรุปความต่างที่สำคัญระหว่าง CFD vs ออปชัน

CriteriaCFDsOptions
Ownership of underlying assetไม่เป็นเจ้าของไม่เป็นเจ้าของ
Right vs obligationเป็นสัญญาที่ต้องปิดสถานะตามราคาตลาดเป็น “สิทธิ” ไม่บังคับต้องใช้สิทธิ
Leverageมาจาก มาร์จิน (เงินวางประกัน)แฝงอยู่ในพรีเมียม (จ่ายน้อยแต่ได้ผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น)
Maximum lossอาจไม่จำกัดเมื่อใช้เลเวอเรจจำกัดที่พรีเมียม (ฝั่งผู้ซื้อ)
Expiryไม่มีวันหมดอายุมีวันหมดอายุ
Complexityปานกลางสูงกว่า (มีหลายตัวแปร)
Flexibilityสูง เปิด Long/Short ได้ง่ายสูงมาก ทำกลยุทธ์ได้หลายแบบ
Cost structureสเปรดและค่าถือข้ามคืนพรีเมียม + ค่าคอมมิชชั่น
Exchange-traded?ส่วนใหญ่เป็น OTCส่วนใหญ่ซื้อขายในตลาดซื้อขาย (Exchange) ที่มีมาตรฐาน
Suitable for beginners?พอเริ่มได้เหมาะกับระดับกลาง-สูงมากกว่า

Understanding the Underlying Asset

ทั้ง CFD และออปชันมีมูลค่าผูกกับ สินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอาจเป็นหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย หรือ ETF (กองทุนรวมที่ซื้อขายเหมือนหุ้นในตลาด)

CFD จะเคลื่อนไหวตาม “ราคาตลาด” ของสินทรัพย์อ้างอิงใกล้เคียงมาก กำไร/ขาดทุนสะท้อนส่วนต่างราคาตอนเข้า-ออก

แต่ออปชันมีปัจจัยมากกว่า ราคาออปชันขึ้นกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึง เวลาที่เหลือ (มูลค่าเวลา), ความผันผวน (ความแรงของการแกว่งราคา), อัตราดอกเบี้ย, และระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับราคาใช้สิทธิ จึงทำให้ออปชัน “ยืดหยุ่น” แต่ซับซ้อนกว่า

The Strike Price: The Heart of Every Option

ราคาใช้สิทธิ คือหัวใจของออปชัน เป็นราคาที่ระบุไว้ในสัญญาว่าผู้ถือออปชันจะใช้สิทธิ ซื้อ (call) หรือ ขาย (put) สินทรัพย์อ้างอิง

ความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นปัจจุบันกับราคาใช้สิทธิ จะบอกได้ว่าออปชัน “คุ้มค่า” หรือไม่:

Option TypeStock Price vs Strike PriceStatusIntrinsic Value
Call OptionStock price > Strike priceIn the MoneyPositive
Call OptionStock price = Strike priceAt the MoneyZero
Call OptionStock price < Strike priceOut of the MoneyZero
Put OptionStock price < Strike priceIn the MoneyPositive
Put OptionStock price > Strike priceOut of the MoneyZero

หากหมดอายุแบบ “คุ้มค่า” ผู้ถือจะได้รับ มูลค่าแท้จริง หากหมดอายุแบบ “ไม่คุ้มค่า” สัญญาจะหมดมูลค่า และผู้ซื้อเสียแค่ พรีเมียม

Intrinsic Value and Time Value: Two Pillars of Option Pricing

พรีเมียมของออปชันประกอบด้วย 2 ส่วน: มูลค่าแท้จริง และ มูลค่าเวลา

มูลค่าแท้จริง คือส่วนต่างระหว่างราคาสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิเมื่อออปชันอยู่ในสถานะคุ้มค่า เช่น Call ราคาใช้สิทธิ 50 ดอลลาร์แคนาดา ขณะหุ้นอยู่ที่ 60 ดอลลาร์แคนาดา มูลค่าแท้จริงเท่ากับ 10 ดอลลาร์แคนาดา

มูลค่าเวลา คือมูลค่าที่มาจากเวลาคงเหลือและโอกาสที่ราคาจะไปในทางที่ได้เปรียบ โดยทั่วไปเมื่อเข้าใกล้วันหมดอายุ มูลค่าเวลาจะลดลง เรียกว่า Theta decay (การลดลงของมูลค่าเวลา) ทำให้พรีเมียมลดลงแม้ราคาสินทรัพย์อ้างอิงแทบไม่เปลี่ยน

CFD ไม่มีวันหมดอายุ จึงไม่มี “มูลค่าเวลาลดลง” แบบออปชัน แต่จะมีต้นทุนการถือครอง เช่น ค่าสวอป/ค่าถือข้ามคืน

Why Trade Options? Key Benefits Explained

เหตุผลที่นักลงทุนเลือกเทรดออปชัน:

  • ความเสี่ยงสูงสุดชัดเจน: ฝั่งผู้ซื้อ ขาดทุนสูงสุดเท่ากับพรีเมียม
  • ยืดหยุ่น: ทำได้หลายกลยุทธ์ ตั้งแต่เก็งทิศทาง ไปจนถึงกลยุทธ์สร้างรายได้ เช่น covered call (ถือหุ้นจริงแล้วขาย call เพื่อรับพรีเมียม)
  • ได้ “เลเวอเรจ” โดยไม่เจอ margin call (การถูกเรียกเติมเงินวางประกันเมื่อพอร์ตขาดทุน): ผู้ซื้อจ่ายพรีเมียมครั้งเดียวและจบ
  • สร้างรายได้: ฝั่งผู้ขายสัญญารับพรีเมียมเป็นรายได้ (แต่ความเสี่ยงอาจสูงกว่า โดยเฉพาะหากไม่ทำแบบมีสินทรัพย์ค้ำ)
  • เฮดจ์ (การป้องกันความเสี่ยง): เช่น ซื้อ put เพื่อกันพอร์ตหุ้นขาลง คล้ายทำประกัน

Why Trade CFDs? Advantages Worth Knowing

จุดเด่นของ CFD:

  • เข้าใจง่าย: คาดว่าราคาจะขึ้นหรือจะลง
  • ไม่ต้องกังวลวันหมดอายุ
  • เข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายบนแพลตฟอร์มเดียว: หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ ฟอเร็กซ์ และคริปโต
  • เปิดสถานะขาย (Short) ได้ง่าย: ไม่ต้องยืมหุ้นเหมือนการชอร์ตในตลาดหุ้น
  • ใช้เงินเริ่มต้นน้อยกว่า: ด้วยเลเวอเรจ ไม่ต้องซื้อสินทรัพย์เต็มมูลค่า

Understanding Risk: What Every Trader Should Keep in Mind

ข้อควรจำ: ทั้ง CFD และออปชันมีความเสี่ยง ไม่มีเครื่องมือใด “ปลอดภัยกว่า” โดยอัตโนมัติ ความเสี่ยงเพียงแสดงออกต่างกัน

CFD Trading — Points of Caution

  • เลเวอเรจขยายผล: กำไรเพิ่มได้ แต่ขาดทุนก็เพิ่มได้ และอาจเกินเงินวางหากราคาเคลื่อนไหวรุนแรง
  • ค่าถือข้ามคืน: การถือยาวอาจถูกค่าสวอปกัดกินผลตอบแทน
  • ความเสี่ยงคู่สัญญา (ความเสี่ยงที่อีกฝ่ายในสัญญาไม่สามารถชำระได้): CFD มักเป็น OTC จึงพึ่งพาโบรกเกอร์โดยตรง
  • ความผันผวน + เลเวอเรจ: ราคาอาจแกว่งแรงจนคำสั่ง stop-loss (คำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติ) ทำงานไม่ทันหรือได้ราคาคลาดเคลื่อน

Options Trading — Points of Caution

  • ซับซ้อน: ต้องดูราคาอ้างอิง มูลค่าเวลา มูลค่าแท้จริง ราคาใช้สิทธิ และเวลาใกล้หมดอายุ
  • พรีเมียมลดลงตามเวลา: ผู้ซื้อออปชันอาจขาดทุนจาก “มูลค่าเวลาลดลง” แม้ราคาดูเหมือนไปทางที่คาด
  • ออปชัน OTC: หากเป็นการทำสัญญาแบบ OTC ระหว่างเอกชน ความเสี่ยงคู่สัญญามักสูงกว่าออปชันในตลาดซื้อขาย
  • ออปชันแบบยุโรป (European option): ใช้สิทธิได้เฉพาะวันหมดอายุ ไม่สามารถใช้สิทธิก่อนวันนั้น

CFD vs Options: Which Is Right for You?

การเลือก CFD หรือออปชันขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละคน แนวทางโดยสรุป:

Trader ProfileRecommended InstrumentWhy
มือใหม่ เน้นความง่ายCFDดูแค่ขึ้น/ลง
ต้องการจำกัดขาดทุนชัดเจนออปชันขาดทุนสูงสุด = พรีเมียม (ฝั่งผู้ซื้อ)
เทรดสั้นตามโมเมนตัมCFDไม่มีมูลค่าเวลาลดลง เปิด Long/Short ง่าย
ต้องการป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้นออปชันput ทำหน้าที่เหมือนประกันพอร์ต
เน้นรายได้ออปชันขายพรีเมียม เช่น covered call
ต้องการกลยุทธ์หลายขาออปชันทำกลยุทธ์ซับซ้อนได้มากกว่า
อยากเทรดฟอเร็กซ์และสินค้าโภคภัณฑ์CFDเข้าถึงได้กว้างผ่านแพลตฟอร์ม CFD

Options Strategies: Beyond the Basics

จุดแข็งของ การเทรดออปชัน คือทำ กลยุทธ์ออปชัน ได้หลากหลาย โดยเอาหลายสัญญามาผสมเพื่อให้ผลตอบแทน/ความเสี่ยงตรงกับมุมมองตลาด

  • Covered Call: ถือหุ้นจริงแล้วขาย call เพื่อรับพรีเมียม แต่กำไรขาขึ้นจะถูกจำกัดเหนือราคาใช้สิทธิ
  • Protective Put: ซื้อ put บนหุ้นที่ถืออยู่ เพื่อลดความเสี่ยงขาลง เหมือนทำประกัน
  • Bull Call Spread: ซื้อ call ที่ราคาใช้สิทธิต่ำ และขาย call ที่ราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุนพรีเมียม แต่ยังได้ประโยชน์หากราคาขึ้น
  • Iron Condor: กลยุทธ์ 4 ขา ใช้สเปรดฝั่ง call และ put เพื่อหวังผลเมื่อราคาแกว่งอยู่ในกรอบ

กลยุทธ์ลักษณะนี้ทำได้จำกัดใน CFD จึงเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์ออปชันมองว่าเครื่องมือยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องใช้ความเข้าใจมากกว่า

Costs and Fees: What You Actually Pay

ต้นทุนการเทรดเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อเทียบ CFD vs ออปชัน:

Cost TypeCFDsOptions
Entry costสเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย)พรีเมียมของออปชัน
Ongoing costค่าสวอป/ค่าถือข้ามคืนไม่มีแบบค่าถือครอง (แต่พรีเมียมอาจลดลงจากมูลค่าเวลา)
Exit costสเปรดตอนปิดสถานะสเปรดตอนปิด + อาจมีค่าใช้สิทธิ
Leverage costรวมอยู่ในอัตราสวอป/ต้นทุนการถือผู้ซื้อไม่มี (พรีเมียมคือค่าใช้จ่ายหลัก)
Commissionบางโบรกเกอร์คิดตามแพลตฟอร์มมักคิดเป็นค่าธรรมเนียมต่อสัญญา

พรีเมียมของออปชันเป็นต้นทุนครั้งเดียว ที่รวมทั้ง มูลค่าแท้จริง และ มูลค่าเวลา ต่างจาก CFD ที่ผลลัพธ์หลักมาจากส่วนต่างราคาอ้างอิงระหว่างตอนเข้าและออก

Exchange-Traded vs OTC: Understanding Where You Trade

อีกประเด็นคือ “ซื้อขายที่ไหน”

ออปชันในตลาดซื้อขาย (Exchange-traded) ซื้อขายบนตลาดที่ถูกกำกับดูแล (เช่น CBOE ในสหรัฐ หรือ Montreal Exchange ในแคนาดา) มี สัญญามาตรฐาน (เงื่อนไขสัญญากำหนดชัดเจนเหมือนกันทั้งตลาด) ราคาโปร่งใส มีหน่วยงานชำระบัญชีกลาง ลดความเสี่ยงคู่สัญญา และมีข้อมูล open interest กับปริมาณซื้อขายให้ดู

ขณะที่ CFD ส่วนใหญ่เป็น OTC คือทำสัญญาระหว่างลูกค้ากับโบรกเกอร์โดยตรง ทำให้ รายละเอียดสัญญา อาจต่างกันตามแพลตฟอร์ม และคุณมีโบรกเกอร์เป็นคู่สัญญา ไม่ใช่ตลาดกลาง

โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจะช่วยลดความเสี่ยงด้วยการแยกเงินลูกค้า เกณฑ์มาร์จิน และการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับ

The Role of the Stock Price in Both Instruments

ไม่ว่าคุณเทรด CFD หรือออปชัน “ราคา” ของสินทรัพย์อ้างอิงคือจุดตั้งต้นของการตัดสินใจ

ฝั่ง CFD หากราคาเพิ่ม สถานะซื้อ (Long) จะได้กำไรตามสัดส่วน ทุกการขยับของราคาจะสะท้อนเป็นกำไร/ขาดทุนทันที

ฝั่งออปชัน ราคาที่ขึ้นมักส่งผลบวกต่อ call แต่ผลจริงอาจซับซ้อนเพราะเกี่ยวกับความผันผวนและระยะห่างจากราคาใช้สิทธิ หากราคาขยับจนจาก “ไม่คุ้มค่า” กลายเป็น “คุ้มค่า” ราคาออปชันอาจกระโดดแรง โดยเฉพาะเมื่อยังเหลือเวลามากก่อนหมดอายุ

When to Consider Using Both: Combining CFDs and Options

บางสถานการณ์สามารถใช้ทั้ง CFD และออปชันร่วมกันได้:

  • ใช้ CFD สำหรับเทรดสั้นที่ต้องการความเร็วและความง่าย
  • ใช้ออปชันเพื่อเฮดจ์สถานะ CFD เช่น ซื้อ put เพื่อกันความเสี่ยงของสถานะซื้อ CFD ที่ใช้เลเวอเรจในหุ้นผันผวน
  • ผสมกลยุทธ์ออปชันกับ CFD เพื่อออกแบบความเสี่ยง/ผลตอบแทนให้เหมาะกับหลายกรณีและหลายกรอบเวลา

Frequently Asked Questions (FAQs)

1. What is the main difference between a CFD and an option contract?

ความต่างหลักคือ “ภาระผูกพัน” CFD เป็นสัญญาที่เมื่อปิดสถานะต้องรับ/จ่ายส่วนต่างราคาอ้างอิง หากราคาไปผิดทาง ขาดทุนอาจไม่จำกัดเมื่อใช้เลเวอเรจ ส่วน ออปชัน ให้สิทธิแต่ไม่บังคับ ผู้ซื้อขาดทุนสูงสุดเท่ากับ พรีเมียม

2. Can I lose more than my initial investment with CFDs?

ได้ เพราะ CFD มีเลเวอเรจ หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางแรง ขาดทุนอาจเกินเงินมาร์จินที่วางไว้ โบรกเกอร์ที่ถูกกำกับดูแลหลายแห่งมี negative balance protection (ระบบป้องกันยอดติดลบ ไม่ให้บัญชีต่ำกว่า 0) แต่ยังควรใช้ stop-loss และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง

3. What happens when an option expires out of the money?

หากออปชันหมดอายุแบบ out of the money (ไม่คุ้มค่า) สัญญาจะหมดมูลค่า ผู้ซื้อเสียพรีเมียมทั้งหมด แต่ไม่เสียมากกว่านั้น ต่างจาก CFD ที่ความเสี่ยงอาจขยายจากเลเวอเรจ

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code