
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนไว้วางใจมานานหลายศตวรรษ และในวันนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตลาดการเงิน ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน ดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ หรือเกิดเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลก ราคาทองคำมักเป็นหนึ่งในตัวเลขแรกที่นักลงทุนเปิดดูอยู่เสมอ
แต่ก่อนนักลงทุนจะเริ่มเทรด สิ่งแรกที่ควรรู้คือคู่สกุลเงิน XAUUSD คืออะไร และเราควรอ่านราคาอย่างไรให้ถูกต้อง VT Markets จะพาคุณเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานของความหมายของ XAUUSD ไปจนถึงการวางแผนขั้นต้น ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน
XAUUSD คืออะไร?
XAUUSD คือราคาทองคำ 1 ทรอยออนซ์ (Troy Ounce) เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดย XAU คือรหัสสากลของทองคำ และ USD คือรหัสของดอลลาร์สหรัฐ
ตัวอย่างเช่น หาก XAUUSD อยู่ที่ 4,300 หมายความว่าทองคำ 1 ทรอยออนซ์ (ประมาณ 31.1 กรัม) มีมูลค่า 4,300 ดอลลาร์
XAUUSD (หรือ XAU/USD) เขียนในรูปแบบเดียวกับคู่สกุลเงิน เช่น EURUSD หรือ USDJPY เพียงแต่ฝั่งหน้าเป็นทองคำ และฝั่งหลังเป็นดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหลักการอ่านง่ายมาก คือ ตัวหน้าเป็นสินทรัพย์ที่เราซื้อขาย (Base) และตัวหลังเป็นหน่วยที่ใช้วัดมูลค่า (Quote)
XAU และ USD ย่อมาจากอะไร?
- XAU: รหัสสกุลเงินตามมาตรฐาน ISO 4217 ที่ใช้แทนทองคำ โดย X หมายถึงสินทรัพย์ที่ไม่ผูกกับประเทศใด และ AU มาจากสัญลักษณ์ธาตุทองคำ (Aurum) รหัสรูปแบบเดียวกัน เช่น XAG (เงิน) XPT (แพลทินัม) XPD (แพลเลเดียม)
- USD: ดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินหลักที่ใช้กำหนดราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ของโลก
- ทรอยออนซ์ (Troy Ounce): หน่วยน้ำหนักสำหรับโลหะมีค่า เท่ากับประมาณ 31.1035 กรัม หนักกว่าออนซ์ทั่วไปที่ประมาณ 28.35 กรัม
วิธีอ่านราคา XAUUSD
เมื่อเปิดแพลตฟอร์มเทรด เรามักจะเห็นราคาสองตัวเรียงกัน ได้แก่
- ราคา Bid: ราคาที่โบรกเกอร์รับซื้อจากเรา เป็นราคาที่เราได้เมื่อขาย
- ราคา Ask: ราคาที่โบรกเกอร์เสนอขายให้เรา เป็นราคาที่เราต้องจ่ายเมื่อซื้อ
ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่าสเปรด (Spread) ซึ่งเป็นต้นทุนการเทรดหลักของ CFD ยกตัวอย่าง หาก Bid อยู่ที่ 2,500.00 และ Ask อยู่ที่ 2,500.30 สเปรดคือ 0.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยสเปรดอาจกว้างขึ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง เช่น ช่วงประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ
นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และอัตราดอกเบี้ย
ทองคำไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น การถือครองสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนอย่างพันธบัตรจึงน่าสนใจกว่า ทำให้ทองคำโดนกดลง ในทางกลับกัน เมื่อดอกเบี้ยลดลงหรือตลาดคาดว่าจะลดดอกเบี้ย ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองคำลดลง ราคามักได้รับแรงหนุน การประชุม FOMC และถ้อยแถลงของประธาน Fed จึงเป็นเหตุการณ์ที่เทรดเดอร์ทองคำติดตามอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้ออย่าง CPI ก็มีผลต่อความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยของตลาดเช่นกัน หากสนใจ สามารถดูได้ว่าตลาดทองคำตอบสนองต่อข้อมูล CPI อย่างไร
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
เนื่องจากทองคำตีราคาเป็นดอลลาร์ ความสัมพันธ์ระหว่างสองสินทรัพย์นี้จึงมักเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เมื่อดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่า ผู้ถือเงินสกุลอื่นต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อทองคำ ความต้องการอาจลดลง และราคามักอ่อนตัว เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำมักปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์
เงินเฟ้อ
ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) เมื่อเงินเฟ้อสูง ผู้คนมักมองหาสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ แต่หากเงินเฟ้อสูงจนธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ย ผลกระทบสุทธิต่อทองคำอาจเป็นลบ จึงต้องดูควบคู่กับ “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง” (Real Yield) ด้วย ข้อมูลเงินเฟ้อที่ตลาดให้ความสำคัญ ได้แก่ CPI จากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) และดัชนี PCE จากสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ (BEA) อย่างใกล้ชิด
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
ในช่วงที่เกิดสงคราม วิกฤตการเงิน หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นักลงทุนมักย้ายเงินไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ซึ่งทองคำเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลัก ทำให้ราคามักขยับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนก
การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก
ธนาคารกลางหลายประเทศเพิ่มทุนสำรองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินดอลลาร์ ความต้องการจากภาครัฐนี้เป็นแรงสนับสนุนระยะยาวต่อราคา และสภาทองคำโลก (World Gold Council) เป็นแหล่งข้อมูลที่เทรดเดอร์ใช้ติดตามสถิติการถือครองและการซื้อขายทองคำของธนาคารกลางแต่ละประเทศ
อุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมและเครื่องประดับ
ความต้องการทองคำเพื่อทำเครื่องประดับ โดยเฉพาะจากจีนและอินเดีย รวมถึงการใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ก็มีผลต่อสมดุลอุปสงค์และอุปทาน แม้ผลกระทบต่อราคารายวันจะน้อยกว่าปัจจัยด้านการเงินและภูมิรัฐศาสตร์
กระแสเงินทุนในกองทุน ETF ทองคำ
กองทุนอย่าง SPDR Gold Shares (GLD) ถือครองทองคำจริงไว้รองรับหน่วยลงทุน เมื่อมีเงินไหลเข้าหรือออกจากกองทุนเหล่านี้ ปริมาณทองคำที่ถืออยู่ก็เปลี่ยนไป และสะท้อนมุมมองของนักลงทุนสถาบันต่อทิศทางราคา
ข้อดีของการเทรดทองคำ
สภาพคล่องสูง
ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในตลาดโลก ทำให้เข้าและออกจากสถานะได้สะดวกในภาวะตลาดปกติ
มีความผันผวนเพียงพอสำหรับการเทรด
ราคาเคลื่อนไหวชัดเจนในแต่ละวัน เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
เก็งกำไรได้ทั้งสองทิศทาง
ด้วย CFD สามารถเปิด Buy หรือ Sell ได้ตามมุมมองต่อตลาด
ใช้เงินทุนเริ่มต้นไม่สูง
การเทรดทองคำด้วย Lot ขนาดเล็กและมาร์จิน ทำให้เริ่มต้นได้ด้วยเงินทุนไม่มาก แต่ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
มีข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ให้ศึกษามาก
ทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค ทำให้เรียนรู้และพัฒนาแนวทางการเทรดของตนเองได้
ไม่ต้องเก็บรักษาทองคำจริง
ไม่มีภาระเรื่องการจัดเก็บ ความปลอดภัย หรือค่าประกันภัยแบบการถือทองคำแท่ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. การเทรด XAUUSD (ทองคำเทียบดอลลาร์สหรัฐ) ใช้เงินเท่าไหร่?
การเทรด XAUUSD สามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินฝากขั้นต่ำ $50 ถึง $100 ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีที่เลือก
2. XAU ย่อมาจากอะไร?
XAU คือ รหัสสกุลเงินตามมาตรฐาน ISO 4217 ที่ใช้แทนทองคำ โดย AU มาจาก Aurum
3. 1 ทรอยออนซ์เท่ากับกี่กรัม?
ประมาณ 31.1035 กรัม ส่วน 1 บาททองคำของไทยหนักประมาณ 15.244 กรัม
4. XAUUSD ต่างจากทองคำแท่งในไทยอย่างไร?
XAUUSD เป็นราคาตลาดโลกหน่วยทรอยออนซ์ ตีค่าเป็นดอลลาร์ ส่วนทองคำแท่งไทยใช้หน่วยบาททองคำ ตีค่าเป็นบาท และอ้างอิงความบริสุทธิ์ 96.5%
5. สามารถเทรด XAUUSD ได้ตอนไหน?
คุณสามารถเทรด XAUUSD (ทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ (วันจันทร์-วันศุกร์) ตามเวลาประเทศไทย
บทสรุป
XAUUSD คือราคาทองคำ 1 ทรอยออนซ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นราคาอ้างอิงทองคำตลาดโลก และเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เทรดเดอร์ให้ความสนใจสูง ด้วยสภาพคล่องและความผันผวนที่เปิดโอกาสเก็งกำไรได้ทั้งสองทิศทางผ่าน CFD
สัญญาณที่ควรติดตามต่อไป คือ เงินเฟ้อสหรัฐ ผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์ เพราะตัวแปรเหล่านี้กำหนดความคาดหวังต่อนโยบาย Fed และส่งผลต่อทิศทางทองคำโดยตรง
พร้อมเทรดทองคำอย่างมั่นใจแล้วหรือยัง?
เปิดบัญชีจริงกับ VT Markets แล้วเข้าถึงตลาด XAU/USD ได้ในไม่กี่ขั้นตอน
คำเตือนความเสี่ยง:
การเทรด Contracts for Difference (CFDs) มีระดับความเสี่ยงที่สูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุก-คน การใช้เลเวอเรจสามารถขยายผลกำไรและขาดทุนได้อย่างมากและอาจทำให้เกิดการขาดทุนเกินกว่าการลงทุนเริ่มแรกของคุณ ก่อนที่จะเข้าร่วมในการเทรด CFD คุณควรที่จะมั่นใจว่าคุณเข้าใจในความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาวัตถุประสงค์การลงทุน สถานการณ์ทางการเงิน และระดับประสบการณ์ของคุณอย่างละเอียดและควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอิสระที่จำเป็น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ในอนาคตได้ โปรดดูเอกสารทางกฎหมายของเราเพื่อรับข้อมูลครบถ้วนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเทรด CFD
ข้อจำกัดความรับผิดทั่วไป:
เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์การลงทุน สถานการณ์ทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของคุณแต่อย่างใด การเข้าถึงเว็บไซต์นี้เป็นไปโดยความสมัครใจของคุณเอง VT Markets ไม่รับประกันความถูกต้อง ความทันเวลา ความครบถ้วน หรือความเกี่ยวข้องของข้อมูลใด ๆ ที่ให้ไว้ และปฏิเสธความรับผิดชอบใด ๆ ต่อการพึ่งพาข้อมูลดังกล่าว
VT Markets ไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในเขตอำนาจศาลบางแห่ง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง สหรัฐอเมริกา,สิงคโปร์, อินเดีย, รัสเซีย, และเขตอํานาจศาลที่ถูกระบุโดย Financial Action Task Force (FATF) หรือที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจกจ่ายหรือใช้โดยบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ในเขตอำนาจศาลใด ๆ ที่การแจกจ่ายหรือการใช้งานนั้นจะขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับท้องถิ่น