This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

กองทุนรวมหลายสินทรัพย์คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับนักลงทุน

by VT Markets
/
Aug 19, 2026

ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • กองทุนหลายสินทรัพย์ (Multi asset funds) คือการรวบรวมเงินลงทุนแล้วกระจายไปหลาย ประเภทสินทรัพย์ (asset classes) ภายใน กองทุน (fund) เดียว เช่น หุ้น (equities), ตราสารหนี้/พันธบัตร (bonds), ตราสารรายได้固定 (fixed income) (ตราสารที่ให้ดอกเบี้ย เช่น พันธบัตร), เงินสด (cash) และสินค้าโภคภัณฑ์
  • การลงทุนหลายสินทรัพย์ (Multi asset investing) เป็นแนวทางที่ช่วยลด ความเสี่ยงขาลง (downside risk) (โอกาสขาดทุนเมื่อราคาลดลง) ใน วัฏจักรตลาด (market cycles) ที่ต่างกัน โดยไม่ต้องปรับพอร์ตเองตลอดเวลา
  • ตลาด กองทุนรวม (mutual fund) สหรัฐมี สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (assets) (AUM: มูลค่าเงินลงทุนรวมที่กองทุนดูแล) 31.68 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 สะท้อนความต้องการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง
  • กองทุนหลายสินทรัพย์ มีตั้งแต่ กองทุนผสม (balanced funds) และ กองทุนเป้าหมายตามปี (target date funds) ไปจนถึงกลยุทธ์เติบโตที่ บริหารเชิงรุก (actively managed) (ผู้จัดการกองทุนปรับสัดส่วนบ่อยตามมุมมองตลาด) เพื่อรองรับความต้องการนักลงทุนที่หลากหลาย
  • ก่อนเลือก กลยุทธ์หลายสินทรัพย์ (multi asset strategy) ควรประเมิน ระดับความเสี่ยงที่รับได้ (risk tolerance), ระยะเวลาลงทุน (investment time horizon) และ เป้าหมายการเงิน (financial goals)
  • ผลการดำเนินงานในอดีต (past performance) ไม่รับประกัน ผลลัพธ์ในอนาคต (future results) ควรอ่าน หนังสือชี้ชวน (prospectus) หรือ สรุปหนังสือชี้ชวน (summary prospectus) (เอกสารสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุน) ก่อนลงทุน

ทำไมนักลงทุนจำนวนมากกระจายความเสี่ยงผิดวิธี — และกองทุนหลายสินทรัพย์ช่วยแก้ได้อย่างไร

นักลงทุนส่วนใหญ่รู้ว่าควร “ไม่ใส่ไข่ไว้ตะกร้าใบเดียว” แต่หลายคนยังนำเงินไปกองไว้ใน ประเภทสินทรัพย์เดียว (single asset class) โดยมากคือ หุ้น (equities) และจะเห็นปัญหาชัดเมื่อตลาดพลิกทิศ

กองทุนหลายสินทรัพย์ ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องว่างนี้ โดยกระจายเงินลงทุนไปหลาย ประเภทสินทรัพย์ พร้อมกัน ทำให้ กองทุน เดียวรับโอกาสจากสภาพตลาดได้หลายแบบ ผลคือ พอร์ตการลงทุน (investment portfolio) ที่ทนต่อความผันผวนได้ดีกว่าการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ประเภทเดียว

ปี 2026 ตลาดเผชิญมูลค่าประเมินที่สูง เงินเฟ้อที่ลดช้า และความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ทำให้ กลยุทธ์หลายสินทรัพย์ ยิ่งสำคัญ ตาม มุมมองหลายสินทรัพย์ปี 2026 ของ AllianceBernstein แนวคิด การกระจายความเสี่ยง (diversification) และ การจัดสรรสินทรัพย์ (asset allocation) (การกำหนดสัดส่วนหุ้น/ตราสารหนี้/เงินสด ฯลฯ) กลับมาเป็นหัวใจของการลงทุนสถาบัน สำหรับนักลงทุนทั่วไป นี่หมายถึง กองทุนหลายสินทรัพย์ ควรถูกพิจารณาจริงจัง ไม่ว่าจะอยู่ช่วงไหนของเส้นทางการลงทุน

What Are Multi Asset Funds

การลงทุนหลายสินทรัพย์ (Multi Asset Investing) คืออะไร?

การลงทุนหลายสินทรัพย์ คือ กลยุทธ์การลงทุน (investment strategy) ที่จัดสรรเงินไปอย่างน้อย 2 ประเภทสินทรัพย์ ขึ้นไปในโครงสร้างเดียว แทนที่จะถือกองทุนหุ้นล้วนหรือกองทุนตราสารหนี้ล้วน กองทุนหลายสินทรัพย์ จะผสมทั้งสองอย่าง และอาจรวม เงินสด สินค้าโภคภัณฑ์ หลักทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ (real estate securities) (เช่น กองทรัสต์/REITs) และสินทรัพย์อื่น ๆ ตาม เป้าหมายการลงทุน (investment objectives)

เหตุผลง่าย ๆ คือ ประเภทสินทรัพย์ ต่างกันมักตอบสนองต่อ สภาวะตลาด (market conditions) ไม่เหมือนกัน เมื่อ หุ้น ร่วงแรง ตราสารหนี้ มักทรงตัวหรือปรับขึ้น เมื่อเงินเฟ้อเร่ง สินค้าโภคภัณฑ์อาจทำได้ดีกว่า การถือหลายสินทรัพย์ช่วยให้ พอร์ตโดยรวม (overall portfolio) ไม่ผันผวนหนักตามสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว

แนวทางนี้มีมานาน แต่ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Precedence Research ระบุว่าตลาดกองทุนรวมทั่วโลกมีมูลค่า 717.12 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 และคาดโตเฉลี่ยต่อปีที่ CAGR 6.77% (อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น) ถึงปี 2035 โดยกองทุนหลายสินทรัพย์และกองทุนผสมเป็นกลุ่มที่โตเร็ว ขณะที่สหรัฐมี สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ของกองทุนรวม 31.68 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2026 ตาม Mordor Intelligence


กองทุนหลายสินทรัพย์ทำงานอย่างไร?

กองทุนหลายสินทรัพย์ บริหารโดย ผู้จัดการกองทุน (fund managers) หรือทีม ผู้จัดการพอร์ต (portfolio managers) ที่ตัดสินใจเรื่อง การจัดสรรสินทรัพย์ แทนผู้ลงทุน เมื่อคุณลงทุน คุณจะได้ถือ พอร์ตที่กระจายความเสี่ยง (diversified portfolio) ทันที โดยไม่ต้องซื้อ หุ้น ตราสารหนี้ หรือ หลักทรัพย์ (securities) (เครื่องมือการเงินที่ซื้อขายได้ เช่น หุ้น พันธบัตร กองทุน) รายตัว

กองทุนจะถือสัดส่วนสินทรัพย์แบบกำหนดไว้ล่วงหน้าหรือปรับตามสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น:

ประเภทสินทรัพย์ช่วงสัดส่วนที่พบบ่อยบทบาทในพอร์ต
หุ้น (Equities)30–70%ขับเคลื่อนการเติบโต
ตราสารรายได้固定 (Fixed income) / ตราสารหนี้ (Bonds)20–50%เพิ่มความเสถียรและ รายได้ (income) (ดอกเบี้ย/เงินปันผล)
เงินสดเทียบเท่า (Cash equivalents)5–20%กันชนสภาพคล่อง (เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย)
สินค้าโภคภัณฑ์ / สินทรัพย์จริง (Real assets) (เช่น ทองคำ)5–15%ช่วยรับมือเงินเฟ้อ
หลักทรัพย์ทางเลือก (Alternative securities)0–10%เพิ่มการกระจายความเสี่ยง

ผู้จัดการกองทุน จะปรับสัดส่วนตาม สภาวะตลาด ภาพเศรษฐกิจ และ เป้าหมายการลงทุน ที่กองทุนระบุไว้ บางกองทุน บริหารเชิงรุก คือปรับสัดส่วนบ่อย ขณะที่บางกองใช้กติกา/สูตรชัดเจนตาม ระยะเวลาลงทุน


ประเภทของกองทุนหลายสินทรัพย์ที่ควรรู้

กองทุนหลายสินทรัพย์ มีหลายรูปแบบ การเข้าใจโครงสร้างจะช่วยเลือกกองทุนให้ตรง เป้าหมายการเงิน และ ความเสี่ยงที่รับได้

กองทุนผสม (Balanced Funds)

กองทุนผสม มักคงสัดส่วนค่อนข้างตายตัว เช่น 60% หุ้น และ 40% ตราสารหนี้ ตั้งเป้าเติบโตระดับปานกลางพร้อมมี รายได้ สม่ำเสมอ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความนิ่งของพอร์ตและไม่อยากรับความผันผวนสูง และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าใจง่ายสำหรับการลงทุนหลายสินทรัพย์

กองทุนเป้าหมายตามปี (Target Date Funds)

กองทุนเป้าหมายตามปี ผูกกับปีเป้าหมาย เช่น ปีเกษียณ เมื่อใกล้ถึงปีเป้าหมาย กองทุนจะค่อย ๆ ลดสัดส่วน หุ้น เพิ่ม ตราสารรายได้固定 และ เงินสด กระบวนการนี้เรียก glide path (การปรับพอร์ตให้อนุรักษ์มากขึ้นตามเวลา) จึงเหมาะกับการวางแผนเกษียณ เพราะปรับ การจัดสรรสินทรัพย์ ให้สอดคล้องกับ ระยะเวลาลงทุน ที่สั้นลงโดยอัตโนมัติ

กองทุนหลายสินทรัพย์แบบบริหารเชิงรุก (Actively Managed Multi Asset Funds)

กองทุนแบบ บริหารเชิงรุก เปิดให้ ผู้จัดการพอร์ต ปรับ การจัดสรรสินทรัพย์ ได้มากตาม สภาวะตลาด เป้าคือทำผลตอบแทนให้สม่ำเสมอใน วัฏจักรตลาด โดยมองหาโอกาสใน หุ้น ตราสารรายได้固定 เงินสด หรือ สินทรัพย์ทางเลือก ข้อแลกเปลี่ยนคือมักมี ค่าธรรมเนียมการจัดการ (management fees) สูงกว่าแนวทางแบบไม่ปรับบ่อย

กองทุนหลายสินทรัพย์เน้นรายได้ (Multi Asset Class Income Funds)

กองทุนกลุ่มนี้เน้นสร้าง รายได้ ให้ผู้ลงทุน โดยจ่ายจากดอกเบี้ย ตราสารหนี้ เงินปันผลของ หุ้น หลักทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด เหมาะกับผู้ใกล้เกษียณหรือผู้ต้องการกระแสเงินสดต่อเนื่องมากกว่าการเติบโตของเงินต้น


เหตุผลที่การลงทุนหลายสินทรัพย์น่าจับตาในปี 2026

ภาพการลงทุนปี 2026 สนับสนุนแนวทาง หลายสินทรัพย์ โดย มุมมองการจัดสรรสินทรัพย์ปี 2026 ของ Brown Advisory ชี้ว่า นโยบายภาษีนำเข้าที่เปลี่ยนไป ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ มูลค่าประเมินที่สูง และการกระจุกตัวของตลาด เป็นเหตุผลที่ทำให้การสร้าง พอร์ตกระจายความเสี่ยง สำคัญขึ้น

AllianceBernstein มองว่าแม้ภาพเศรษฐกิจโดยรวมยังเอื้อต่อ สินทรัพย์เสี่ยง (risk assets) (สินทรัพย์ที่ผันผวนและมีโอกาสขาดทุน เช่น หุ้น) แต่ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีช่วงกว้างผิดปกติ ในสภาพแบบนี้ กองทุนหลายสินทรัพย์ ได้เปรียบเพราะไม่บังคับให้นักลงทุน “เดิมพัน” กับฉากทัศน์เดียว

ปัจจัยที่หนุนการลงทุนหลายสินทรัพย์ในปี 2026 ได้แก่:

  • ตราสารรายได้固定 (Fixed income) กลับมาช่วยพยุงพอร์ตได้จริง เพราะอัตราดอกเบี้ยทำให้ได้ รายได้ มากขึ้น ขณะที่ duration (ความไวของราคาพันธบัตรต่อการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย) กลับมามีบทบาท
  • สินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำ มีความทนทานขึ้นในฐานะตัวช่วยรับมือเงินเฟ้อและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
  • หุ้นตลาดเกิดใหม่ (emerging market equities) ดึงดูดเงินย้ายพอร์ตมากขึ้น เปิดโอกาสเติบโตที่เกี่ยวกับ AI ด้วยมูลค่าประเมินต่ำกว่าสหรัฐ
  • การถือ เงินสด ยังสำคัญเพื่อเป็นกันชนเมื่อเกิดความผันผวนเป็นช่วง ๆ
  • ตาม บทวิเคราะห์ปี 2026 ของ Tata Mutual Fund ผู้จัดการกองทุนหลายสินทรัพย์ที่กระจายไปยังสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวไม่ค่อยไปทางเดียวกัน (low correlations) เช่น หุ้น กับทองคำ ช่วยลดแรงกระแทกขาลงในช่วงความผันผวนของหุ้นปี 2025 ได้

ข้อดีของกองทุนหลายสินทรัพย์

กระจายความเสี่ยงได้มากขึ้นในหลายวัฏจักรตลาด

ข้อเด่นของ กองทุนหลายสินทรัพย์ คือกระจายความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว เพราะถือ หุ้น ตราสารหนี้ เงินสด และสินทรัพย์อื่น ๆ พร้อมกัน จึงมีโอกาสรับผลตอบแทนจาก วัฏจักรตลาด ที่ต่างกัน และช่วยลดความเสียหายเมื่อบางส่วนทำผลงานแย่

มีมืออาชีพดูแลการจัดสรรสินทรัพย์

การสร้างและปรับสมดุลพอร์ตหลายสินทรัพย์ต้องใช้เวลาและความรู้ กองทุนหลายสินทรัพย์ จึงให้ ผู้จัดการกองทุน และ ผู้จัดการพอร์ต ติดตาม สภาวะตลาด และปรับ สัดส่วนสินทรัพย์ ให้ เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่สะดวกจัดสรรสินทรัพย์เอง

มีตัวเลือกหลากหลาย

กองทุนหลายสินทรัพย์มีตั้งแต่แบบอนุรักษ์นิยมที่เน้น ตราสารรายได้固定 ไปจนถึงแบบเน้นเติบโตที่ถือ หุ้น มาก ผู้ลงทุนจึงเลือกให้เข้ากับ เป้าหมายการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และ ระยะเวลาลงทุน ได้

บริหารง่ายสำหรับเป้าหมายระยะยาว

แทนที่จะถือหลายกองทุนแยกกัน กองทุนหลายสินทรัพย์ รวมไว้ใน การลงทุนเดียว ช่วยลดความซับซ้อน และทำให้โฟกัสที่ เป้าหมายการเงิน มากกว่าความผันผวนรายวัน


สิ่งที่ควรระวังเมื่อเลือกกองทุนหลายสินทรัพย์

ข้อควรรู้: แม้ กองทุนหลายสินทรัพย์ มีข้อดี แต่ยังมีประเด็นที่ควรพิจารณาก่อนลงทุน

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย

กองทุนบริหารเชิงรุก มักมี ค่าธรรมเนียมการจัดการ และ ค่าใช้จ่าย (expenses) สูงกว่ากองทุนดัชนี (กองทุนที่พยายามทำผลตอบแทนให้ใกล้ดัชนี) ระยะยาวค่าธรรมเนียมจะกินผลตอบแทนได้มาก ควรอ่าน หนังสือชี้ชวน หรือ สรุปหนังสือชี้ชวน เพื่อดู “ต้นทุนรวม” ก่อนตัดสินใจ ข้อความการตลาดของกองทุนไม่แทนรายละเอียดในเอกสารทางการ

ไม่มีการการันตีผลตอบแทน

กองทุนหลายสินทรัพย์ ไม่ได้การันตีว่าจะได้กำไร การกระจายความเสี่ยง ช่วยลดแต่ไม่ทำให้ ความเสี่ยง (risk) หายไป ในช่วงตลาดร่วงแรงพร้อมกันหลายสินทรัพย์ กองทุนก็อาจขาดทุนและเงินต้นลดลงได้ และ ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้บอกผลในอนาคต

ความซับซ้อนของกองทุนบริหารเชิงรุก

กลยุทธ์ บริหารเชิงรุก อาจซับซ้อนกว่าที่เห็น การปรับพอร์ตบ่อยและการขยับสัดส่วนระยะสั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการจับจังหวะพลาด หรือการใช้ เลเวอเรจ (leverage) (การกู้/ใช้วงเงินเพื่อขยายขนาดการลงทุน ทำให้กำไร-ขาดทุนแกว่งแรงขึ้น) ผ่านเครื่องมืออนุพันธ์ ผู้ลงทุนควรอ่านกลยุทธ์จากเอกสารกองทุน และขอ คำแนะนำการลงทุน (investment advice) (คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาต) หากจำเป็น

เลือกให้ตรงกับโปรไฟล์ความเสี่ยงของคุณ

ไม่มี กลยุทธ์หลายสินทรัพย์ ที่เหมาะกับทุกคน เป้าหมายการลงทุน เป้าหมายการเงิน ความเสี่ยงที่รับได้ และ ระยะเวลาลงทุน ควรเป็นตัวนำทางในการเลือก กองทุนหลายสินทรัพย์ เพราะความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการผู้ลงทุนกับลักษณะกองทุน เป็นสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์แย่กว่าที่ควรได้บ่อยครั้ง


กองทุนหลายสินทรัพย์ vs. กองทุนสินทรัพย์ประเภทเดียว

ประเด็นกองทุนหลายสินทรัพย์กองทุนสินทรัพย์ประเภทเดียว
การกระจายความเสี่ยงกระจายหลาย ประเภทสินทรัพย์กระจุกใน ประเภทสินทรัพย์ เดียว
ความเสี่ยงขาลง (downside risk)ลดได้ด้วย สัดส่วนสินทรัพย์ (asset mix)ความเสี่ยงกระจุกตัวสูงกว่า
ศักยภาพสร้าง รายได้มีหลายแหล่งรายได้ขึ้นกับสินทรัพย์ประเภทเดียว
ค่าธรรมเนียมการจัดการมักสูงกว่า (หาก บริหารเชิงรุก)แตกต่างกันไป; มีแบบต้นทุนต่ำได้
ความซับซ้อนมีผู้จัดการกองทุนดูแลผู้ลงทุนต้องเลือกทิศทางเองหรือกติกาง่าย
ความยืดหยุ่นปรับโครงสร้างได้กว้างจำกัดอยู่ในสินทรัพย์ประเภทเดียว
เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการความง่าย + กระจายความเสี่ยงผู้ลงทุนที่ต้องการเน้นเฉพาะด้าน/เฉพาะสินทรัพย์

ประเมินกองทุนหลายสินทรัพย์อย่างไร

ขั้นที่ 1 — อ่านหนังสือชี้ชวน

ทุก กองทุน ต้องมี หนังสือชี้ชวน หรือ สรุปหนังสือชี้ชวน ระบุ เป้าหมายการลงทุน นโยบาย การจัดสรรสินทรัพย์ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และการเปิดเผย ความเสี่ยง เอกสารนี้สำคัญที่สุดในการประเมินกองทุนหลายสินทรัพย์

ขั้นที่ 2 — ดูสัดส่วนสินทรัพย์

ตรวจว่า กองทุน แบ่งเงินไปแต่ละ ประเภทสินทรัพย์ อย่างไร สอดคล้องกับ ความเสี่ยงที่รับได้ และ เป้าหมายการลงทุน ของคุณหรือไม่ หากกองทุนถือ หุ้น สูง อาจไม่เหมาะกับผู้ต้องการ รายได้ ที่มั่นคงและรับความผันผวนน้อย

ขั้นที่ 3 — ทำความเข้าใจกลยุทธ์

กองทุน บริหารเชิงรุก หรือใช้กติกา/สูตร? ผู้จัดการพอร์ต ปรับพอร์ตเมื่อ สภาวะตลาด เปลี่ยนอย่างไร การเข้าใจ กลยุทธ์หลายสินทรัพย์ ช่วยตั้งความคาดหวังผลตอบแทนให้เหมาะสมและดูว่าเข้ากับ เป้าหมายการลงทุน หรือไม่

ขั้นที่ 4 — ดูผลงานย้อนหลังแบบมีบริบท

แม้ ผลงานย้อนหลัง ไม่ใช่ตัวชี้อนาคต แต่การดูผลการดำเนินงานใน สภาวะตลาด ที่ต่างกัน โดยเฉพาะช่วงขาลง ช่วยให้เห็นวิธี บริหารความเสี่ยง (managing risk) และลด ความเสี่ยงขาลง ในทางปฏิบัติ

ขั้นที่ 5 — คิดต้นทุนรวมทั้งหมด

พิจารณา ค่าใช้จ่าย ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ ค่าธรรมเนียมการจัดการ เช่น ค่าซื้อขาย (transaction costs) ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ เลเวอเรจ ภายในกองทุน ต้นทุนเหล่านี้มีผลต่อผลตอบแทนสุทธิใน ระยะเวลาลงทุน โดยเฉพาะการถือยาวผ่านหลาย วัฏจักรตลาด


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: กองทุนหลายสินทรัพย์ต่างจากกองทุนผสมอย่างไร?

กองทุนผสม (balanced funds) เป็นกองทุนหลายสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง ที่มักคงสัดส่วนระหว่าง หุ้น และ ตราสารหนี้ ค่อนข้างตายตัว เช่น 60/40 ส่วน กองทุนหลายสินทรัพย์ เป็นคำที่กว้างกว่า ครอบคลุมกองทุนผสม กองทุนเป้าหมายตามปี กองทุนเติบโตแบบ บริหารเชิงรุก และกองทุนเน้น รายได้ หลายสินทรัพย์ กล่าวคือ กองทุนผสมทุกกองเป็นกองทุนหลายสินทรัพย์ แต่กองทุนหลายสินทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเป็นกองทุนผสม

Q2: กองทุนหลายสินทรัพย์เหมาะกับนักลงทุนอนุรักษ์นิยมหรือไม่?

เหมาะได้ โดยเฉพาะ กองทุนผสม และกองทุนที่ให้น้ำหนัก ตราสารรายได้固定 สูง ซึ่งมักเน้นรักษาเงินต้นและสร้าง รายได้ มากกว่าการเติบโตแรง ๆ ผ่านการจัดสรรไปยังสินทรัพย์ผันผวนน้อยอย่าง ตราสารหนี้ และ เงินสด ควรอ่าน สรุปหนังสือชี้ชวน เพื่อยืนยันว่าความเสี่ยงของกองทุนสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

Q3: กองทุนเป้าหมายตามปีต่างจากกองทุนหลายสินทรัพย์อื่นอย่างไร?

กองทุนเป้าหมายตามปี จะปรับ การจัดสรรสินทรัพย์ ตามเวลาโดยอัตโนมัติ อิงปีเป้าหมาย (มักเป็นปีเกษียณ) เมื่อเข้าใกล้ปีนั้น กองทุนจะลดสัดส่วน หุ้น และเพิ่ม ตราสารรายได้固定 กับ เงินสด ให้อนุรักษ์มากขึ้น ขณะที่กองทุนหลายสินทรัพย์ประเภทอื่นอาจคงสัดส่วนค่อนข้างคงที่ หรือปรับตาม สภาวะตลาด มากกว่าตามเวลา

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code