Key Takeaways
- CFD และออปชันเป็น ตราสารอนุพันธ์ (สัญญาการเงินที่มูลค่าอ้างอิงกับราคาสินทรัพย์อื่น) ที่ทำให้ผู้ลงทุนเก็งกำไรจาก สินทรัพย์อ้างอิง (เช่น หุ้น ทองคำ ดัชนี ค่าเงิน) ได้โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์นั้นจริง
- CFD (Contract for Difference) คือ “สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา” ที่เคลื่อนไหวตามราคาตลาดของสินทรัพย์อ้างอิงแบบเรียลไทม์ กำไร/ขาดทุนเปลี่ยนตามทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของราคา
- ออปชัน (Option) คือสัญญาที่ให้ “สิทธิ” แก่ผู้ซื้อ แต่ ไม่บังคับ ให้ต้องซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ ราคาใช้สิทธิ ภายในหรือ ณ วันหมดอายุ
- CFD มักเข้าใจง่ายกว่า ส่วนออปชันมีปัจจัยมากกว่า เช่น มูลค่าแท้จริง (ส่วนต่างที่คุ้มค่าทันที), มูลค่าเวลา (มูลค่าที่มาจากเวลาคงเหลือ), และ พรีเมียม (ราคา/ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)
- ทั้งสองมีความเสี่ยง ต้องเข้าใจความเสี่ยงก่อนเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมายการเทรด
- การเลือกควรดู ความสามารถรับความเสี่ยง, ระยะเวลาถือครอง, เงินทุน, และประเภทสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด
Why the CFD vs Options Debate Matters
หลายคนลังเลระหว่าง เทรด CFD กับ เทรดออปชัน ในปี 2026 การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ของรายย่อยทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง โดยตลาดออปชันในสหรัฐมีมูลค่า Notional (มูลค่าตามหน้าสัญญา เป็นตัวเลขอ้างอิงขนาดสัญญา ไม่ใช่เงินที่จ่ายจริงทั้งหมด) เฉลี่ยต่อวันมากกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ CFD เป็นส่วนสำคัญของการเทรดแบบใช้ เลเวอเรจ (การใช้เงินวางน้อยเพื่อคุมสถานะใหญ่) ในยุโรป เอเชียแปซิฟิก และแคนาดา คู่มือนี้สรุปความต่างให้เข้าใจง่าย

What Are CFDs? A Plain-English Explanation
CFD หรือ Contract for Difference คือ “สัญญาซื้อขายส่วนต่างราคา” เมื่อคุณ เทรด CFD คุณทำสัญญากับโบรกเกอร์เพื่อรับ/จ่าย “ส่วนต่าง” ระหว่างราคาเปิดกับราคาปิดของ สินทรัพย์อ้างอิง คุณไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง สินค้าโภคภัณฑ์จริง ดัชนี หรือสกุลเงินจริง แต่เก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคา
จุดเด่นคือ เลเวอเรจ ทำให้ใช้เงินวาง (มาร์จิน) น้อยแต่คุมมูลค่าสถานะได้มาก เช่น เลเวอเรจ 10:1 วางเงิน 1,000 ดอลลาร์แคนาดา สามารถถือสถานะมูลค่า 10,000 ดอลลาร์แคนาดา ในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือคู่เงินฟอเร็กซ์
How CFD Trading Works
กำไร/ขาดทุนของ CFD คำนวณจากจำนวนหน่วยที่ถือ คูณด้วยส่วนต่างระหว่างราคาสินทรัพย์อ้างอิงตอนเข้าและตอนออก หากราคาเคลื่อนไหวไปทางที่ถูกต้องจะได้กำไร หากสวนทางจะขาดทุน และเพราะมีเลเวอเรจ ผลลัพธ์จะถูก “ขยาย” ทั้งกำไรและขาดทุน
| Feature | CFDs |
| Ownership | ไม่ถือครองสินทรัพย์จริง ติดตามราคาอ้างอิงเท่านั้น |
| Leverage | มี ช่วยเพิ่มแรงส่งทั้งกำไรและขาดทุน |
| Expiry | ไม่มีวันหมดอายุตายตัว (อาจมีค่าถือข้ามคืน) |
| Markets | หุ้น, ดัชนี, ฟอเร็กซ์, สินค้าโภคภัณฑ์, คริปโต ฯลฯ |
| Cost | สเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) + ค่าสวอป/ค่าถือข้ามคืน (มีต้นทุนการเทรด) |
| Regulation | ต่างกันตามประเทศ มักเป็น OTC (ซื้อขายนอกตลาด ผ่านโบรกเกอร์โดยตรง) |
What Are Options? The Right Without the Obligation
สัญญาออปชัน คือ สัญญาการเงิน ที่ให้ ผู้ถือออปชัน มี “สิทธิ” แต่ ไม่บังคับ ให้ต้อง ซื้อหรือขาย สินทรัพย์อ้างอิงที่ ราคาใช้สิทธิ (ราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า) ภายในหรือ ณ วันหมดอายุ ผู้ซื้อจ่าย พรีเมียม (ค่าออปชัน/ราคาสัญญาที่จ่ายล่วงหน้า) ให้ผู้ขายหรือ ผู้ออกสัญญา (writer) เพื่อแลกกับสิทธินี้
Call Options and Put Options Explained
ออปชันหลักมี 2 แบบ:
- Call option: ให้สิทธิซื้อสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาใช้สิทธิ มักซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้นเกินราคาใช้สิทธิก่อนหมดอายุ
- Put option: ให้สิทธิขายสินทรัพย์อ้างอิงที่ราคาใช้สิทธิ มักซื้อเมื่อคาดว่าราคาจะลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิก่อนหมดอายุ
หากทางตลาดไม่เป็นใจ ผู้ซื้อออปชันขาดทุนสูงสุดเท่ากับ พรีเมียมที่จ่าย ต่างจาก CFD ที่อาจขาดทุนเกินเงินวางได้เมื่อใช้เลเวอเรจ
Key Options Terminology
| Term | Definition |
| Strike Price | ราคาใช้สิทธิ: ราคาคงที่ที่ผู้ซื้อออปชันใช้สิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์อ้างอิง |
| Expiration Date / Expiry Date | วันหมดอายุ: วันที่ต้องใช้สิทธิภายในหรือ ณ วันนั้น (แล้วแต่ประเภทสัญญา) |
| Option’s Premium | พรีเมียม: จำนวนเงินที่ผู้ซื้อจ่ายเพื่อได้สิทธิในสัญญาออปชัน |
| Intrinsic Value | มูลค่าแท้จริง: ส่วนต่างระหว่างราคาตลาดของสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิ (เมื่อ “คุ้มค่า”) |
| Time Value | มูลค่าเวลา: ส่วนของพรีเมียมที่สะท้อน “เวลาที่เหลือ” จนหมดอายุและโอกาสที่ราคาจะไปในทางที่ได้เปรียบ |
| In the Money | อยู่ในสถานะคุ้มค่า: ราคาอ้างอิงทำให้ใช้สิทธิแล้วได้เปรียบเมื่อเทียบกับราคาใช้สิทธิ |
| Out of the Money | ไม่คุ้มค่า: ใช้สิทธิแล้วไม่เกิดประโยชน์ มูลค่าแท้จริงเป็นศูนย์ |
| Open Interest | สัญญาคงค้าง: จำนวนสัญญาออปชันที่ยังเปิดอยู่ทั้งหมดในตลาด |
CFD vs Options: Side-by-Side Comparison
ตารางนี้สรุปความต่างที่สำคัญระหว่าง CFD vs ออปชัน
| Criteria | CFDs | Options |
| Ownership of underlying asset | ไม่เป็นเจ้าของ | ไม่เป็นเจ้าของ |
| Right vs obligation | เป็นสัญญาที่ต้องปิดสถานะตามราคาตลาด | เป็น “สิทธิ” ไม่บังคับต้องใช้สิทธิ |
| Leverage | มาจาก มาร์จิน (เงินวางประกัน) | แฝงอยู่ในพรีเมียม (จ่ายน้อยแต่ได้ผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น) |
| Maximum loss | อาจไม่จำกัดเมื่อใช้เลเวอเรจ | จำกัดที่พรีเมียม (ฝั่งผู้ซื้อ) |
| Expiry | ไม่มีวันหมดอายุ | มีวันหมดอายุ |
| Complexity | ปานกลาง | สูงกว่า (มีหลายตัวแปร) |
| Flexibility | สูง เปิด Long/Short ได้ง่าย | สูงมาก ทำกลยุทธ์ได้หลายแบบ |
| Cost structure | สเปรดและค่าถือข้ามคืน | พรีเมียม + ค่าคอมมิชชั่น |
| Exchange-traded? | ส่วนใหญ่เป็น OTC | ส่วนใหญ่ซื้อขายในตลาดซื้อขาย (Exchange) ที่มีมาตรฐาน |
| Suitable for beginners? | พอเริ่มได้ | เหมาะกับระดับกลาง-สูงมากกว่า |
Understanding the Underlying Asset
ทั้ง CFD และออปชันมีมูลค่าผูกกับ สินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งอาจเป็นหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี ค่าเงิน อัตราดอกเบี้ย หรือ ETF (กองทุนรวมที่ซื้อขายเหมือนหุ้นในตลาด)
CFD จะเคลื่อนไหวตาม “ราคาตลาด” ของสินทรัพย์อ้างอิงใกล้เคียงมาก กำไร/ขาดทุนสะท้อนส่วนต่างราคาตอนเข้า-ออก
แต่ออปชันมีปัจจัยมากกว่า ราคาออปชันขึ้นกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึง เวลาที่เหลือ (มูลค่าเวลา), ความผันผวน (ความแรงของการแกว่งราคา), อัตราดอกเบี้ย, และระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบันกับราคาใช้สิทธิ จึงทำให้ออปชัน “ยืดหยุ่น” แต่ซับซ้อนกว่า
The Strike Price: The Heart of Every Option
ราคาใช้สิทธิ คือหัวใจของออปชัน เป็นราคาที่ระบุไว้ในสัญญาว่าผู้ถือออปชันจะใช้สิทธิ ซื้อ (call) หรือ ขาย (put) สินทรัพย์อ้างอิง
ความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นปัจจุบันกับราคาใช้สิทธิ จะบอกได้ว่าออปชัน “คุ้มค่า” หรือไม่:
| Option Type | Stock Price vs Strike Price | Status | Intrinsic Value |
| Call Option | Stock price > Strike price | In the Money | Positive |
| Call Option | Stock price = Strike price | At the Money | Zero |
| Call Option | Stock price < Strike price | Out of the Money | Zero |
| Put Option | Stock price < Strike price | In the Money | Positive |
| Put Option | Stock price > Strike price | Out of the Money | Zero |
หากหมดอายุแบบ “คุ้มค่า” ผู้ถือจะได้รับ มูลค่าแท้จริง หากหมดอายุแบบ “ไม่คุ้มค่า” สัญญาจะหมดมูลค่า และผู้ซื้อเสียแค่ พรีเมียม
Intrinsic Value and Time Value: Two Pillars of Option Pricing
พรีเมียมของออปชันประกอบด้วย 2 ส่วน: มูลค่าแท้จริง และ มูลค่าเวลา
มูลค่าแท้จริง คือส่วนต่างระหว่างราคาสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาใช้สิทธิเมื่อออปชันอยู่ในสถานะคุ้มค่า เช่น Call ราคาใช้สิทธิ 50 ดอลลาร์แคนาดา ขณะหุ้นอยู่ที่ 60 ดอลลาร์แคนาดา มูลค่าแท้จริงเท่ากับ 10 ดอลลาร์แคนาดา
มูลค่าเวลา คือมูลค่าที่มาจากเวลาคงเหลือและโอกาสที่ราคาจะไปในทางที่ได้เปรียบ โดยทั่วไปเมื่อเข้าใกล้วันหมดอายุ มูลค่าเวลาจะลดลง เรียกว่า Theta decay (การลดลงของมูลค่าเวลา) ทำให้พรีเมียมลดลงแม้ราคาสินทรัพย์อ้างอิงแทบไม่เปลี่ยน
CFD ไม่มีวันหมดอายุ จึงไม่มี “มูลค่าเวลาลดลง” แบบออปชัน แต่จะมีต้นทุนการถือครอง เช่น ค่าสวอป/ค่าถือข้ามคืน
Why Trade Options? Key Benefits Explained
เหตุผลที่นักลงทุนเลือกเทรดออปชัน:
- ความเสี่ยงสูงสุดชัดเจน: ฝั่งผู้ซื้อ ขาดทุนสูงสุดเท่ากับพรีเมียม
- ยืดหยุ่น: ทำได้หลายกลยุทธ์ ตั้งแต่เก็งทิศทาง ไปจนถึงกลยุทธ์สร้างรายได้ เช่น covered call (ถือหุ้นจริงแล้วขาย call เพื่อรับพรีเมียม)
- ได้ “เลเวอเรจ” โดยไม่เจอ margin call (การถูกเรียกเติมเงินวางประกันเมื่อพอร์ตขาดทุน): ผู้ซื้อจ่ายพรีเมียมครั้งเดียวและจบ
- สร้างรายได้: ฝั่งผู้ขายสัญญารับพรีเมียมเป็นรายได้ (แต่ความเสี่ยงอาจสูงกว่า โดยเฉพาะหากไม่ทำแบบมีสินทรัพย์ค้ำ)
- เฮดจ์ (การป้องกันความเสี่ยง): เช่น ซื้อ put เพื่อกันพอร์ตหุ้นขาลง คล้ายทำประกัน
Why Trade CFDs? Advantages Worth Knowing
จุดเด่นของ CFD:
- เข้าใจง่าย: คาดว่าราคาจะขึ้นหรือจะลง
- ไม่ต้องกังวลวันหมดอายุ
- เข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายบนแพลตฟอร์มเดียว: หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ ฟอเร็กซ์ และคริปโต
- เปิดสถานะขาย (Short) ได้ง่าย: ไม่ต้องยืมหุ้นเหมือนการชอร์ตในตลาดหุ้น
- ใช้เงินเริ่มต้นน้อยกว่า: ด้วยเลเวอเรจ ไม่ต้องซื้อสินทรัพย์เต็มมูลค่า
Understanding Risk: What Every Trader Should Keep in Mind
ข้อควรจำ: ทั้ง CFD และออปชันมีความเสี่ยง ไม่มีเครื่องมือใด “ปลอดภัยกว่า” โดยอัตโนมัติ ความเสี่ยงเพียงแสดงออกต่างกัน
CFD Trading — Points of Caution
- เลเวอเรจขยายผล: กำไรเพิ่มได้ แต่ขาดทุนก็เพิ่มได้ และอาจเกินเงินวางหากราคาเคลื่อนไหวรุนแรง
- ค่าถือข้ามคืน: การถือยาวอาจถูกค่าสวอปกัดกินผลตอบแทน
- ความเสี่ยงคู่สัญญา (ความเสี่ยงที่อีกฝ่ายในสัญญาไม่สามารถชำระได้): CFD มักเป็น OTC จึงพึ่งพาโบรกเกอร์โดยตรง
- ความผันผวน + เลเวอเรจ: ราคาอาจแกว่งแรงจนคำสั่ง stop-loss (คำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติ) ทำงานไม่ทันหรือได้ราคาคลาดเคลื่อน
Options Trading — Points of Caution
- ซับซ้อน: ต้องดูราคาอ้างอิง มูลค่าเวลา มูลค่าแท้จริง ราคาใช้สิทธิ และเวลาใกล้หมดอายุ
- พรีเมียมลดลงตามเวลา: ผู้ซื้อออปชันอาจขาดทุนจาก “มูลค่าเวลาลดลง” แม้ราคาดูเหมือนไปทางที่คาด
- ออปชัน OTC: หากเป็นการทำสัญญาแบบ OTC ระหว่างเอกชน ความเสี่ยงคู่สัญญามักสูงกว่าออปชันในตลาดซื้อขาย
- ออปชันแบบยุโรป (European option): ใช้สิทธิได้เฉพาะวันหมดอายุ ไม่สามารถใช้สิทธิก่อนวันนั้น
CFD vs Options: Which Is Right for You?
การเลือก CFD หรือออปชันขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละคน แนวทางโดยสรุป:
| Trader Profile | Recommended Instrument | Why |
| มือใหม่ เน้นความง่าย | CFD | ดูแค่ขึ้น/ลง |
| ต้องการจำกัดขาดทุนชัดเจน | ออปชัน | ขาดทุนสูงสุด = พรีเมียม (ฝั่งผู้ซื้อ) |
| เทรดสั้นตามโมเมนตัม | CFD | ไม่มีมูลค่าเวลาลดลง เปิด Long/Short ง่าย |
| ต้องการป้องกันความเสี่ยงพอร์ตหุ้น | ออปชัน | put ทำหน้าที่เหมือนประกันพอร์ต |
| เน้นรายได้ | ออปชัน | ขายพรีเมียม เช่น covered call |
| ต้องการกลยุทธ์หลายขา | ออปชัน | ทำกลยุทธ์ซับซ้อนได้มากกว่า |
| อยากเทรดฟอเร็กซ์และสินค้าโภคภัณฑ์ | CFD | เข้าถึงได้กว้างผ่านแพลตฟอร์ม CFD |
Options Strategies: Beyond the Basics
จุดแข็งของ การเทรดออปชัน คือทำ กลยุทธ์ออปชัน ได้หลากหลาย โดยเอาหลายสัญญามาผสมเพื่อให้ผลตอบแทน/ความเสี่ยงตรงกับมุมมองตลาด
- Covered Call: ถือหุ้นจริงแล้วขาย call เพื่อรับพรีเมียม แต่กำไรขาขึ้นจะถูกจำกัดเหนือราคาใช้สิทธิ
- Protective Put: ซื้อ put บนหุ้นที่ถืออยู่ เพื่อลดความเสี่ยงขาลง เหมือนทำประกัน
- Bull Call Spread: ซื้อ call ที่ราคาใช้สิทธิต่ำ และขาย call ที่ราคาใช้สิทธิสูง เพื่อลดต้นทุนพรีเมียม แต่ยังได้ประโยชน์หากราคาขึ้น
- Iron Condor: กลยุทธ์ 4 ขา ใช้สเปรดฝั่ง call และ put เพื่อหวังผลเมื่อราคาแกว่งอยู่ในกรอบ
กลยุทธ์ลักษณะนี้ทำได้จำกัดใน CFD จึงเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์ออปชันมองว่าเครื่องมือยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องใช้ความเข้าใจมากกว่า
Costs and Fees: What You Actually Pay
ต้นทุนการเทรดเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อเทียบ CFD vs ออปชัน:
| Cost Type | CFDs | Options |
| Entry cost | สเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) | พรีเมียมของออปชัน |
| Ongoing cost | ค่าสวอป/ค่าถือข้ามคืน | ไม่มีแบบค่าถือครอง (แต่พรีเมียมอาจลดลงจากมูลค่าเวลา) |
| Exit cost | สเปรดตอนปิดสถานะ | สเปรดตอนปิด + อาจมีค่าใช้สิทธิ |
| Leverage cost | รวมอยู่ในอัตราสวอป/ต้นทุนการถือ | ผู้ซื้อไม่มี (พรีเมียมคือค่าใช้จ่ายหลัก) |
| Commission | บางโบรกเกอร์คิดตามแพลตฟอร์ม | มักคิดเป็นค่าธรรมเนียมต่อสัญญา |
พรีเมียมของออปชันเป็นต้นทุนครั้งเดียว ที่รวมทั้ง มูลค่าแท้จริง และ มูลค่าเวลา ต่างจาก CFD ที่ผลลัพธ์หลักมาจากส่วนต่างราคาอ้างอิงระหว่างตอนเข้าและออก
Exchange-Traded vs OTC: Understanding Where You Trade
อีกประเด็นคือ “ซื้อขายที่ไหน”
ออปชันในตลาดซื้อขาย (Exchange-traded) ซื้อขายบนตลาดที่ถูกกำกับดูแล (เช่น CBOE ในสหรัฐ หรือ Montreal Exchange ในแคนาดา) มี สัญญามาตรฐาน (เงื่อนไขสัญญากำหนดชัดเจนเหมือนกันทั้งตลาด) ราคาโปร่งใส มีหน่วยงานชำระบัญชีกลาง ลดความเสี่ยงคู่สัญญา และมีข้อมูล open interest กับปริมาณซื้อขายให้ดู
ขณะที่ CFD ส่วนใหญ่เป็น OTC คือทำสัญญาระหว่างลูกค้ากับโบรกเกอร์โดยตรง ทำให้ รายละเอียดสัญญา อาจต่างกันตามแพลตฟอร์ม และคุณมีโบรกเกอร์เป็นคู่สัญญา ไม่ใช่ตลาดกลาง
โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจะช่วยลดความเสี่ยงด้วยการแยกเงินลูกค้า เกณฑ์มาร์จิน และการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับ
The Role of the Stock Price in Both Instruments
ไม่ว่าคุณเทรด CFD หรือออปชัน “ราคา” ของสินทรัพย์อ้างอิงคือจุดตั้งต้นของการตัดสินใจ
ฝั่ง CFD หากราคาเพิ่ม สถานะซื้อ (Long) จะได้กำไรตามสัดส่วน ทุกการขยับของราคาจะสะท้อนเป็นกำไร/ขาดทุนทันที
ฝั่งออปชัน ราคาที่ขึ้นมักส่งผลบวกต่อ call แต่ผลจริงอาจซับซ้อนเพราะเกี่ยวกับความผันผวนและระยะห่างจากราคาใช้สิทธิ หากราคาขยับจนจาก “ไม่คุ้มค่า” กลายเป็น “คุ้มค่า” ราคาออปชันอาจกระโดดแรง โดยเฉพาะเมื่อยังเหลือเวลามากก่อนหมดอายุ
When to Consider Using Both: Combining CFDs and Options
บางสถานการณ์สามารถใช้ทั้ง CFD และออปชันร่วมกันได้:
- ใช้ CFD สำหรับเทรดสั้นที่ต้องการความเร็วและความง่าย
- ใช้ออปชันเพื่อเฮดจ์สถานะ CFD เช่น ซื้อ put เพื่อกันความเสี่ยงของสถานะซื้อ CFD ที่ใช้เลเวอเรจในหุ้นผันผวน
- ผสมกลยุทธ์ออปชันกับ CFD เพื่อออกแบบความเสี่ยง/ผลตอบแทนให้เหมาะกับหลายกรณีและหลายกรอบเวลา
Frequently Asked Questions (FAQs)
1. What is the main difference between a CFD and an option contract?
ความต่างหลักคือ “ภาระผูกพัน” CFD เป็นสัญญาที่เมื่อปิดสถานะต้องรับ/จ่ายส่วนต่างราคาอ้างอิง หากราคาไปผิดทาง ขาดทุนอาจไม่จำกัดเมื่อใช้เลเวอเรจ ส่วน ออปชัน ให้สิทธิแต่ไม่บังคับ ผู้ซื้อขาดทุนสูงสุดเท่ากับ พรีเมียม
2. Can I lose more than my initial investment with CFDs?
ได้ เพราะ CFD มีเลเวอเรจ หากราคาเคลื่อนไหวสวนทางแรง ขาดทุนอาจเกินเงินมาร์จินที่วางไว้ โบรกเกอร์ที่ถูกกำกับดูแลหลายแห่งมี negative balance protection (ระบบป้องกันยอดติดลบ ไม่ให้บัญชีต่ำกว่า 0) แต่ยังควรใช้ stop-loss และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง
3. What happens when an option expires out of the money?
หากออปชันหมดอายุแบบ out of the money (ไม่คุ้มค่า) สัญญาจะหมดมูลค่า ผู้ซื้อเสียพรีเมียมทั้งหมด แต่ไม่เสียมากกว่านั้น ต่างจาก CFD ที่ความเสี่ยงอาจขยายจากเลเวอเรจ