- จีนต้อนรับทรัมป์และปูตินภายในสัปดาห์เดียว ทำให้ “การพักศึกการค้า” สหรัฐ–จีน กลายเป็นสัญญาณทางการเมืองระหว่างประเทศ (ภูมิรัฐศาสตร์: การเมืองที่ผูกกับอำนาจและภูมิภาค) ที่กว้างขึ้น
- การพบทรัมป์–สี จิ้นผิง มีข้อตกลงที่เกี่ยวกับการค้า เช่น โบอิ้ง เกษตร ความกังวลเรื่องแร่หายาก และตั้งเวทีคุยการค้าใหม่ระหว่างรัฐต่อรัฐ
- การมาเยือนของปูตินไม่กี่วันถัดมา ตอกย้ำการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ (การร่วมมือด้านแผนระยะยาว) จีน–รัสเซีย โดยมีพลังงานและความร่วมมือด้านอื่นเป็นประเด็นหลัก
- สำหรับนักเทรด สัญญาณตลาดที่ชัดที่สุดอยู่ที่ ค่าเงินจีน เทคจีน พลังงาน แร่หายาก และจุดนัดสำคัญสหรัฐ–จีนรอบเดือนกันยายน

จีนต้อนรับผู้นำของทั้งสหรัฐและรัสเซียภายใน 6 วัน
ทรัมป์ออกจากปักกิ่ง 15 พ.ค. ปูตินมาถึง 19 พ.ค. ทั้งสองทริปไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว ๆ
การเยือนของทรัมป์ให้ผลที่จับต้องได้ด้านการค้า: จีนให้คำมั่นเบื้องต้น จะซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ, จะซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐอย่างน้อยปีละ 17,000 ล้านดอลลาร์ไปถึงปี 2028 และตั้งช่องทางคุยระดับรัฐต่อรัฐ 2 ช่องทาง — คณะกรรมการการค้า (Board of Trade: คณะทำงานรัฐต่อรัฐด้านการค้า) และคณะกรรมการการลงทุน (Board of Investment: คณะทำงานรัฐต่อรัฐด้านการลงทุน) ทำเนียบขาวยังระบุว่าทั้งสองฝ่ายตกลงสร้าง “ความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” (หมายถึงพยายามคุมความขัดแย้งไม่ให้ลุกลาม)
การเยือนของปูตินส่งสัญญาณอีกแบบ สี จิ้นผิงและปูตินลงนามแถลงการณ์ร่วมเรื่องการเสริมความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม เอกสารความร่วมมือทวิภาคีหลายฉบับ (ทวิภาคี: ระหว่าง 2 ประเทศ) กระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่านี่คือการเยือนจีนครั้งที่ 25 ของปูติน สะท้อนความสัมพันธ์ที่แน่นและพบกันบ่อย
เมื่อดูคู่กัน จะเห็นยุทธศาสตร์ของปักกิ่ง จีนไม่เลือกข้างระหว่างวอชิงตันกับมอสโก แต่ทำให้ทั้งสองความสัมพันธ์เดินต่อ โดยใช้การคุยการค้ากับสหรัฐเพื่อลดแรงกดดัน ขณะเดียวกันยังเก็บ “พื้นที่ต่อรอง” กับรัสเซียไว้
สำหรับตลาด “สามเหลี่ยม” นี้สำคัญกว่าการประชุมใดประชุมหนึ่ง
จาก Liberation Day ถึงปักกิ่ง
ความสัมพันธ์สหรัฐ–จีนเมื่อปีก่อนต่างจากตอนนี้มาก
ภาษี “Liberation Day” ของทรัมป์ในเดือนเมษายน 2025 เปลี่ยนเกมการค้า และตามมาด้วยแรงกดดันที่กว้างขึ้นทั้งภาษี มาตรการคุมการส่งออก (export controls: กฎห้าม/จำกัดการขายเทคโนโลยีออกนอกประเทศ) และห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์ (strategic supply chains: เส้นทางวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนสำคัญต่อความมั่นคงและอุตสาหกรรม) จีนตอบโต้ด้วยเครื่องมือต่อรองของตน เช่น จำกัดส่งออกแร่หายากและแร่สำคัญ ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลาโหม รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตขั้นสูง Reuters รายงานว่า การส่งออกแร่หายากชนิดหนักบางรายการยังลดลงมาก แม้มีการพักศึกการค้าแล้ว ซึ่งสะท้อนว่าจีน “ผ่อนบางส่วน” ได้ แต่ยังเก็บอำนาจต่อรองไว้
การหยุดพักครั้งแรกเกิดขึ้นที่ปูซาน เดือนตุลาคม 2025 ทรัมป์และสี จิ้นผิงพบกันราว 100 นาที ผลลัพธ์รวมถึง การลดภาษีที่ผูกกับประเด็นเฟนทานิล (เฟนทานิล: ยาแก้ปวดแรงที่ถูกลักลอบและเกี่ยวกับวิกฤตยาเสพติดในสหรัฐ), จีนกลับมาซื้อถั่วเหลืองสหรัฐ และผ่อน/เลื่อนข้อจำกัดแร่หายากเป็นเวลา 1 ปี
การพบที่ปักกิ่งในพฤษภาคม 2026 เดินตามแบบเดียวกัน
การประชุมไม่ได้ยุติสงครามการค้า แต่เปลี่ยนจาก “ชนกันแรง” มาเป็น “เสียดสีกันแบบคุมได้”
ทรัมป์ได้อะไร
ผลลัพธ์สหรัฐ–จีนชัดเจน แต่ขอบเขตยังแคบ
ทรัมป์ได้ผลงานด้านการค้าที่พูดเป็นตัวเลขได้ เช่น การส่งออก งาน และความผ่อนคลายของตลาด:
- การบิน: จีนส่งสัญญาณสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ
- เกษตร: จีนรับปากซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐมากขึ้น รวมถึงถั่วเหลืองและสินค้าเกษตรอื่น ๆ ถึงปี 2028
- ภาษี: สหรัฐลดภาษีที่ผูกกับเฟนทานิล และระงับการขึ้นภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs: ภาษีที่ขึ้นเพื่อตอบโต้กันไปมา) ที่สูงขึ้นเป็นเวลา 1 ปี
- เฟนทานิล: จีนคุมเข้มสารตั้งต้น (precursor chemicals: สารเคมีที่ใช้ผลิตยา/ยาเสพติด)
- ช่องทางการค้า: เห็นพ้องตั้งเวทีคุยการค้าและการลงทุนใหม่ระหว่างสองประเทศ
ผลลัพธ์เหล่านี้ทำให้ทั้งสองฝ่าย “มีอะไรไปบอก” จีนให้คำมั่นด้านการซื้อขายมากกว่า ส่วนสหรัฐเป็นฝ่าย “ถอย” จากแนวทางภาษีเดิมมากกว่า
ตามที่ นักวิเคราะห์ VT Nayel เคยชี้ไว้ ข้อจำกัดยังชัด: แร่หายากยังไม่ชัดเจน เซมิคอนดักเตอร์ (semiconductors: ชิปอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นหัวใจของอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์) ยังไม่จบ ไต้หวันยังไม่ถูกนำเข้ากรอบการค้า
เรื่องที่ตกลงกันได้ในเชิงซื้อขายก็ตกลงกันไป แต่เรื่องที่แตะอำนาจและความมั่นคงก็เลื่อนออกไป
ปูตินได้อะไร — และมันบอกอะไร
การเยือนของปูตินมีน้ำหนักคนละแบบ
การพบทรัมป์คือการลดความร้อนแรงของสงครามการค้า ส่วนการพบปูตินคือการโชว์ว่า รัสเซียยังมีหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีอิทธิพลทั่วโลก
ฉากหน้าคือ วันครบรอบสนธิสัญญามิตรภาพจีน–รัสเซีย แต่เนื้อหากว้างกว่า: พลังงาน เทคโนโลยี การค้า และการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์
วาระทางการคือความสัมพันธ์ทวิภาคี ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และประเด็นระหว่างประเทศ พลังงาน เป็นแกนหลัก เพราะรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ขณะที่จีนเป็นผู้ซื้อเชื้อเพลิงฟอสซิล (fossil fuels: น้ำมัน ก๊าซ ถ่านหิน) รายใหญ่
โครงการท่อส่งก๊าซที่คุยกันมานาน Power of Siberia 2 (ท่อส่งก๊าซ: โครงข่ายท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติข้ามประเทศ) ก็กลับมาเป็นประเด็น CNBC รายงานว่าท่อ 2,600 กม. อาจส่งก๊าซได้ปีละ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จากแหล่งยามาลของรัสเซียไปจีนผ่านมองโกเลีย แต่ราคา เงินทุน และกำหนดส่งมอบยังไม่ลงตัว
ความ “ยังไม่ลงตัว” ของท่อนี้เป็นประโยชน์กับปักกิ่ง
ถ้าจีนได้เงื่อนไขพลังงานจากรัสเซียที่ดีกว่า ก็เพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน ถ้าจีนถ่วงไว้ ก็ทำให้รัสเซียต้องแข่งขันเพื่อขายให้จีน ไม่ทางไหนจีนก็ได้พื้นที่ต่อรอง
จีนเปิดประตูไว้ทั้งสองด้าน
สัญญาณชัด: จีนไม่เลือกข้างระหว่างวอชิงตันกับมอสโก แต่ใช้ทั้งสองความสัมพันธ์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของตัวเอง
แนวทางของสหรัฐยังพึ่งแรงกดดัน ภาษี มาตรการคุมส่งออก นโยบายไต้หวัน และความเสี่ยงเรื่องคว่ำบาตร (sanctions: มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ/การเงิน) ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ส่วนจีนตอบแบบยืดหยุ่นกว่า: ยอมพอให้การค้าดูสงบ เพื่อลดแรงกดดันระยะสั้น แต่ยังไม่ยอมเสียตัวเลือกเชิงยุทธศาสตร์
การมาของปูตินทำให้ภาพนี้คมขึ้น จีนแสดงว่า “ทำให้การค้ากับสหรัฐนิ่ง” ไม่ได้แปลว่า “ต้องเข้าข้างสหรัฐ”
จีนคุยกับสหรัฐเรื่องเครื่องบิน เกษตร และการเข้าถึงตลาดได้ ขณะเดียวกันยังเปิดช่องเรื่องพลังงาน ความมั่นคง และการทูตกับรัสเซีย จีนให้ทรัมป์ความนิ่งด้านการค้าพอให้ตลาดเย็นลง แล้วให้ปูตินพื้นที่ทางการทูตพอให้เห็นว่าจีนยังมีทางเลือก
จุดกดดันที่ยังไม่จบ
การประชุมลดความเสี่ยงสงครามการค้าในทันที แต่ยังมี 3 จุดที่ค้างอยู่
- ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
แร่หายาก เซมิคอนดักเตอร์ และการคุม AI อยู่ในความขัดแย้งเดียวกัน จีนมีอำนาจต่อรองด้านแร่สำคัญ ส่วนสหรัฐมีอำนาจต่อรองผ่านการคุมส่งออกชิปและ AI (AI: ระบบคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้จากข้อมูลและช่วยตัดสินใจ) ทำให้หุ้นเทคจีน EV (EV: รถยนต์ไฟฟ้า) กลาโหม และหุ้นที่เกี่ยวกับชิป ไวต่อข่าวนโยบาย - ไต้หวันและความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ไต้หวันอยู่นอกข้อตกลงพักศึกการค้า Forbes รายงานว่าสี จิ้นผิงเตือนทรัมป์ว่า ประเด็นไต้หวันอาจผลักสองประเทศไปสู่ “ความขัดแย้ง” หากจัดการผิดพลาด พาดหัวข่าวเกี่ยวกับไต้หวันสามารถเปลี่ยนอารมณ์ตลาด ต่อหุ้นที่โยงจีน ค่าเงินในภูมิภาค หุ้นชิป และสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets: สินทรัพย์ที่ราคาผันผวน เช่น หุ้น) แม้การคุยการค้ายังดูดีอยู่ - พลังงานและความเสี่ยงจากการคว่ำบาตร
การมาของปูตินทำให้ความเสี่ยง น้ำมัน ก๊าซ และการคว่ำบาตรที่โยงรัสเซีย ยังอยู่ในสายตา จีนทำให้การค้ากับสหรัฐนิ่งได้ พร้อม ๆ กับเก็บช่องทางพลังงานและการทูตกับมอสโก ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันจากสหรัฐในอนาคตซับซ้อนขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดไม่ได้เกิดตลอดเวลา แต่มักมาแบบฉับพลัน ผ่านหุ้นกลาโหม สินทรัพย์เสี่ยงที่โยงจีน ค่าเงินในภูมิภาค และหุ้นที่เกี่ยวกับชิป
สิ่งที่ควรจับตา
ตอนนี้มี 3 เส้นเรื่องเดินพร้อมกัน:
กันยายน 2026 คาดว่าสี จิ้นผิงจะไปวอชิงตัน นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของสหรัฐ–จีน (inflexion point: ช่วงที่ทิศทางอาจเปลี่ยน) มี 3 ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้:
- พักศึกอยู่ต่อและแน่นขึ้น ทั้งสองฝ่ายขยายการระงับขึ้นภาษี และเริ่มแตะประเด็นแข่งกันด้านเทคโนโลยี ต้องมีความคืบหน้าในเรื่องที่การพบเดือนพฤษภาคมตั้งใจเลี่ยง
- พักศึกอยู่ต่อแต่ไม่ไปไหน ทั้งสองฝ่ายบอกว่ามีความคืบหน้า แต่แทบไม่มีผลลัพธ์ใหม่ ความเสียดสีแบบคุมได้ ไม่ยกระดับแต่ก็ไม่แก้
- พักศึกแตก มาตรการคุมส่งออกใหม่ เหตุการณ์เกี่ยวกับไต้หวัน หรือการขึ้นภาษีฝ่ายเดียว กระตุ้นการตอบโต้ วงจรเดิมกลับมา
ดีลพลังงานจีน–รัสเซีย จับตารายละเอียดสัญญาน้ำมันและก๊าซ โดยเฉพาะ Power of Siberia 2 เงื่อนไขจะบอกว่า จีนกำลังล็อกซัพพลายรัสเซียเพื่อกันความเสี่ยงจากแรงกดดันสหรัฐ หรือใช้การเจรจาเพื่อให้ทั้งสองฝั่งแข่งกันเพื่อธุรกิจจีน
การขยับใน UNSC (UN Security Council: คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ) ภายใน 6 เดือน สมาชิกถาวร (permanent members: ประเทศที่มีสิทธิ์ถาวร) อีก 4 ประเทศได้เยือนจีนทั้งหมด มาครงเดือนธันวาคม สตาร์เมอร์เดือนมกราคม ทรัมป์เดือนพฤษภาคม และปูตินเดือนพฤษภาคม
ผลต่อการลงทุน
การเคลื่อนไหวแรงสุดมักมาจากจุดที่ “พักศึกการค้า” ไปทับกับ “อำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์”: ค่าเงิน เทคโนโลยี พลังงาน และแร่สำคัญ
- หยวนและค่าเงินที่โยงจีน
หยวนเป็นตัวชี้วัดที่ตรงที่สุดว่าตลาดเชื่อหรือไม่ว่าการพักศึกยังอยู่ โทนสหรัฐ–จีนที่นิ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่น แต่ถ้ากลับมาขู่ขึ้นภาษี พูดเรื่องคว่ำบาตร หรือกดดันเรื่องรัสเซีย หยวนอ่อนเร็วได้ - เทคจีนและหุ้นที่โยงชิป
การประชุมไม่ได้แก้เรื่องการคุมชิป AI หรือข้อจำกัดเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นเทคในฮ่องกง (HKTECH: ดัชนี/กลุ่มหุ้นเทคที่จดทะเบียนฮ่องกง) หุ้นอินเทอร์เน็ตจีน และซัพพลายเออร์ที่เกี่ยวกับชิป ยังไวต่อการอัปเดตมาตรการคุมส่งออกของสหรัฐ หรือสัญญาณตอบโต้ของจีน - ตลาดพลังงาน
การมาของปูตินกระทบตรงจุดที่ รัสเซียยังมีอำนาจต่อรอง: น้ำมัน ก๊าซ และการทูตเรื่องท่อส่ง หากจีน–รัสเซียประสานงาน พลังงาน มากขึ้น จีนจะยิ่งมีทางเลือกด้านซัพพลายนอกอิทธิพลสหรัฐ - แร่หายากและโลหะเชิงยุทธศาสตร์
แร่หายากคือคันโยกห่วงโซ่อุปทานที่ชัดที่สุดของจีน หากมีสัญญาณคุมส่งออกที่เข้มขึ้น อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานด้านกลาโหม EV ชิป และพลังงานสะอาดขยับแรง
ภาคเกษตรและโบอิ้งยังสำคัญ แต่เป็นเรื่อง “ทำได้จริงไหม” ความผันผวนหลักอยู่ตรงจุดที่นโยบายการค้าไปเจอกับอำนาจต่อรองเชิงยุทธศาสตร์
การประชุมทรัมป์–สี จิ้นผิงทำให้ตลาดลดความเสี่ยงสงครามการค้าในทันที แต่ยังไม่ตัดความเสี่ยงที่ทำให้ผันผวนกลับมาได้ สำหรับนักเทรด การพักศึก “เทรดได้” แต่เปราะบาง ต้องอาศัยเงื่อนไขว่าทั้งสองฝ่ายจะคุมประเด็นยาก ๆ ไม่ให้ปะทุ กันยายนจะชี้ว่า นี่กำลังกลายเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงขึ้น หรือเป็นแค่การพักยาวก่อนการยกระดับรอบใหม่ ในเกมที่ตอนนี้มีผู้เล่นคนที่สามชัดเจนแล้ว
Frequently Asked Questions
การพบทรัมป์–สี จิ้นผิงยุติสงครามการค้าสหรัฐ–จีนไหม? ไม่ การประชุมลดความเสี่ยงระยะสั้นผ่านคำมั่นเรื่องเครื่องบิน เกษตร ภาษี และเวทีคุยการค้า แต่ยังไม่แก้ข้อขัดแย้งลึก ๆ เรื่องเทคโนโลยี แร่หายาก ไต้หวัน หรือความมั่นคง
ทำไมการเยือนจีนของปูตินถึงสำคัญต่อการพักศึกการค้าสหรัฐ–จีน? เพราะมันชี้ว่าจีน “เก็บรัสเซียไว้ใกล้ตัว” พร้อมกับทำให้การค้ากับสหรัฐนิ่งลง นั่นทำให้จีนมีความยืดหยุ่นทางการทูตมากขึ้น และทำให้การพักศึกสหรัฐ–จีนเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์แบบสามฝ่าย
ตลาดไหนเสี่ยงสุดจากการเปลี่ยนท่าทีทางการทูตนี้? การเคลื่อนไหวแรงอาจมาจากหยวนและค่าเงินที่โยงจีน หุ้นเทคจีน หุ้นที่โยงชิป ตลาดพลังงาน แร่หายาก และโลหะเชิงยุทธศาสตร์
ทำไมแร่หายาก เซมิคอนดักเตอร์ และ AI ถึงถูกจัดกลุ่มด้วยกัน? เพราะเป็นคนละชั้นของความขัดแย้งเดียวกันในห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์ แร่หายากคือวัตถุดิบสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์คือ “คอขวดการผลิต” (choke point: จุดที่ถ้าถูกคุมจะทำให้ทั้งระบบสะดุด) และ AI คือการแข่งขันปลายทางด้านพลังประมวลผลและอำนาจทางอุตสาหกรรม
นักเทรดควรดูอะไรเป็นอย่างต่อไป? ควรจับตาการไปเยือนวอชิงตันของสี จิ้นผิง ข่าวพลังงานจีน–รัสเซีย สัญญาณนโยบายแร่หายาก การอัปเดตมาตรการคุมชิปของสหรัฐ ข่าวไต้หวัน และหลักฐานว่าคำมั่นเรื่องโบอิ้งกับการซื้อสินค้าเกษตรเกิดขึ้นจริง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets