This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

บทวิเคราะห์ตลาดรายเดือน: สรุปภาพรวมเดือนมกราคม / แนวโน้มเดือนกุมภาพันธ์

by VT Markets
/
Aug 12, 2026

เดือนมกราคมยังคงมีประเด็นหลักต่อเนื่องจากปี 2025 โดย “ความไม่แน่นอนของนโยบาย” และ “ความเสี่ยงทางการเมือง” เป็นตัวขับเคลื่อน “ความผันผวน” (ความแกว่งของราคา) ช่วงต้นเดือนบรรยากาศเป็นแบบ risk-on (นักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น) จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแรงและ “เงื่อนไขการเงินผ่อนคลาย” (ต้นทุนกู้ยืม/สภาพคล่องเอื้อมากขึ้น) ทำให้หุ้นทั่วโลกปรับขึ้น แต่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ขู่ขึ้นภาษีนำเข้า จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่องกรีนแลนด์ ทำให้ตลาดกลับมากังวลสงครามการค้าที่กว้างขึ้น และเกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรวดเร็ว

ความผันผวนพุ่งขึ้นเมื่อ นักลงทุนสลับไปถือ สินทรัพย์ปลอดภัย (เช่น ดอลลาร์ พันธบัตร ทองคำ) ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่อง “เสถียรภาพของสถาบัน” เพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์

ท้ายที่สุดตลาดเริ่มนิ่งขึ้น เมื่อกระแสขู่ขึ้นภาษีผ่อนลงและยังไม่เกิดการยกระดับทันที อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าตลาดยังมีความระมัดระวังอยู่มาก

เดือนมกราคมปิดท้ายด้วยสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังยืนได้ แต่การจัดพอร์ตของนักลงทุนเน้น “การป้องกันความเสี่ยง” และ “ความยืดหยุ่น” มากกว่าการเดิมพันทางเดียวอย่างมั่นใจ

Forex

ตลาด ฟอเร็กซ์ (ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา) สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศรับความเสี่ยงตลอดเดือน โดยดอลลาร์สหรัฐยังเป็นแกนหลักของการถือครองทั่วโลก ช่วงต้นเดือน USD อ่อนลงเล็กน้อยตามการปรับขึ้นของหุ้นและความต้องการเสี่ยงที่ดีขึ้น

ต่อมาบรรยากาศกลับทิศเมื่อความตึงเครียดการค้าหวนมา และข่าวการเมืองถี่ขึ้น การกลับมาขู่ขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างสหรัฐ–อียู ประกอบกับกระแสตรวจสอบผู้บริหารเฟด ทำให้ค่าเงินผันผวนมากขึ้น เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของ USD ในฐานะ “ตัวชี้วัดความเสี่ยงการเมือง” และเป็น สินทรัพย์เชิงป้องกัน (ถือไว้เพื่อลดความเสี่ยง) เมื่อความไม่แน่นอนสูง

คู่เงิน AUDUSD (ดอลลาร์ออสเตรเลียเทียบดอลลาร์สหรัฐ) เด่นในเดือนนี้ ช่วงแรกแกว่งในกรอบ จากแรงหนุนของหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรงตัว กลางเดือนความไม่แน่นอนกดดันระยะสั้น แต่ปลายเดือนกลับมาแข็งขึ้น เมื่อกระแสภาษีนำเข้าผ่อนลงและภาพรวมความเสี่ยงดีขึ้น

รูปที่ 1: กราฟ AUDUSD กรอบเวลา 4 ชั่วโมง แสดงการปิดเดือนที่แข็งแกร่ง

Gold and Silver

โลหะมีค่าต่อยอดแรงส่งปลายปี 2025 โดยทั้งทองคำและเงินทำจุดสูงสุดใหม่ในเดือนมกราคม ทองคำขึ้นเหนือ 4,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก

แรงขับหลักยังมาจากความไม่มั่นคงทางการเมือง ทั้งความตึงเครียดการค้าที่กลับมา ความกังวลเรื่อง “ความเป็นอิสระของสถาบัน” ในสหรัฐ และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนหนุนความต้องการสินทรัพย์เชิงป้องกัน อีกด้านหนึ่ง “อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง” (real yields: ผลตอบแทนพันธบัตรหักเงินเฟ้อ) ที่ลดลง ทำให้ต้นทุนโอกาสของการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกผลอย่างทองคำต่ำลง

การซื้อทองคำของธนาคารกลางยังช่วยพยุงอุปสงค์ โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการกระจายทุนสำรองออกจากดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาเงินได้แรงหนุนทั้งจากบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยเหมือนทองคำ และความคาดหวังต่ออุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมจากธีม “การใช้ไฟฟ้ามากขึ้น” และ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” (จากฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด)

รูปที่ 2: กราฟราคาเงิน กรอบเวลา 4 ชั่วโมง แสดงการปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Oil

ราคาน้ำมันดิบผันผวนสูงตลอดเดือนมกราคม จากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านอุปทาน และความคาดหวังต่อนโยบายที่เปลี่ยนไป ทำให้ราคาขยับแรงทั้งขึ้นและลง

ช่วงต้นเดือนราคาปรับขึ้นตามบรรยากาศ risk-on ของตลาด และความคาดหวังว่า OPEC+ (โอเปกและพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน) จะยังคุมปริมาณการผลิตอย่างมีวินัย

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์มีอิทธิพลมากขึ้น เมื่อความตึงเครียดระหว่างเวเนซุเอลาและสหรัฐทำให้ตลาดกังวลการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร และความเสี่ยงที่การส่งออกของเวเนซุเอลาจะสะดุด

การประท้วงในอิหร่านเพิ่มความกังวลด้านอุปทาน และทำให้ตลาดหวั่นความไม่สงบในอีกหนึ่งแหล่งผลิตสำคัญ

OPEC+ ย้ำจุดยืนคุมอุปทาน และส่งสัญญาณพร้อมปรับกำลังผลิตหากจำเป็น ช่วยจำกัดแรงกดดันฝั่งขาลง

เดือนมกราคมสะท้อนอีกครั้งว่า ราคาน้ำมันไวต่อเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แม้การบริหารอุปทานจะช่วยไม่ให้ราคาปรับฐานลึก

รูปที่ 3: กราฟน้ำมัน กรอบเวลา 1 ชั่วโมง แสดงความผันผวนสูง แต่เปิดปี 2026 ยังบวกเล็กน้อย

Indices

ดัชนีหุ้นทั่วโลกเผชิญเดือนที่ผันผวน แต่ยังยืนได้ ช่วงต้นเดือนทำสถิติสูงสุดใหม่ ก่อนความตึงเครียดการค้าทำให้เกิดแรงขายหนักกลางเดือน

ตลาดฟื้นหลังการขู่ขึ้นภาษีนำเข้าถูกลดระดับลง

การเปลี่ยนอารมณ์ลงทุนเกิดจากความตึงเครียดสหรัฐ–อียูเรื่องกรีนแลนด์ หุ้นสหรัฐปรับลงเมื่อผู้ลงทุนประเมินความเสี่ยงต่อการเติบโตใหม่ ขณะที่ตลาดยุโรปถูกกดดันมากกว่า

ดัชนี DAX (ดัชนีหุ้นเยอรมนี) อ่อนแอกว่าตลาด สะท้อนการพึ่งพาการค้าโลกและอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมสูง โดยดัชนียุโรปวงกว้างก็อ่อนตัวตาม

เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ถอยจากการยกระดับภาษีนำเข้าในทันที บรรยากาศความเสี่ยงดีขึ้นและตลาดหุ้นเริ่มทรงตัว ดัชนีสหรัฐฟื้นคืนส่วนใหญ่ของที่ร่วง ขณะที่ยุโรปก็กลับมายืนได้เช่นกัน

รูปที่ 4: กราฟ DAX กรอบเวลา 4 ชั่วโมง แสดงการหลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นช่วงความตึงเครียดการค้าสหรัฐ–อียู ก่อนเริ่มทรงตัว

Crypto

บิตคอยน์เริ่มเดือนมกราคมได้แรงหนุนจากบรรยากาศรับความเสี่ยงที่ดีขึ้น และความหวังว่า “ผู้เล่นสถาบัน” (นักลงทุนรายใหญ่ เช่น กองทุน บริษัท) จะเข้ามามากขึ้น จากความคาดหวังว่ากฎหมายคริปโตของสหรัฐจะคืบหน้า

แต่ความหวังดังกล่าวลดลง เมื่อแรงส่งด้านกฎเกณฑ์ชะลอ ความล่าช้าของ Clarity Act (ร่างกฎหมายที่ตั้งใจทำให้กติกาคริปโตชัดเจนขึ้น) ทำให้ตลาดมองว่า “กรอบกำกับดูแล” (กฎกติกาจากหน่วยงานรัฐ) ที่ชัดเจนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐยังไม่ใกล้เกิด

สถานการณ์นี้นำไปสู่แรงขายทำกำไรในตลาดคริปโต บิตคอยน์ปรับลง และ altcoins (เหรียญอื่นนอกเหนือจากบิตคอยน์) อ่อนแอกว่าเมื่อความต้องการเสี่ยงลดลง

ความตึงเครียดการค้าที่กลับมาและความผันผวนในตลาดดั้งเดิม ทำให้นักลงทุนลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสูง ความสัมพันธ์ของบิตคอยน์กับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ (correlation: การเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน) กลับมาชัดเจน ทำให้ภาพ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของบิตคอยน์ถูกตั้งคำถามในช่วงตลาดตึงเครียด

รูปที่ 5: กราฟบิตคอยน์ กรอบเวลา 4 ชั่วโมง แสดงผลงานที่อ่อนลงในครึ่งหลังของเดือน

Heading into February

หลังเห็นความอ่อนแรงบางช่วงในเดือนมกราคม USD ยังแกว่งตัว ความต่างของแนวโน้มการเติบโตและความคาดหวังดอกเบี้ยอาจทำให้ตลาดฟอเร็กซ์ผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสวนทางกับยุโรปหรือเอเชีย หากดอลลาร์อ่อน จะเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและสินค้าโภคภัณฑ์ แต่หากดอลลาร์กลับมาแข็ง อาจทำให้ “เงื่อนไขการเงินทั่วโลกตึงตัว” (กู้ยืมแพงขึ้น สภาพคล่องลดลง)

ข้อมูลตลาดแรงงานจะสำคัญ หากการจ้างงาน “อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน” (สัดส่วนคนที่ทำงานหรือหางาน) หรือการเติบโตของค่าจ้างเริ่มชะลอ อาจสนับสนุนมุมมองว่า “การผ่อนคลายนโยบาย” (เช่น ลดดอกเบี้ย) ทำงานได้โดยไม่กระทบการเติบโต แต่หากยังตึงตัว อาจต้องประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและความคาดหวังดอกเบี้ยใหม่

ทองคำยังน่าจะไวต่อ real yields และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หากความตึงเครียดเพิ่มขึ้น เช่น ความสัมพันธ์อิหร่าน–สหรัฐ ความไม่แน่นอนยูเครน–รัสเซีย หรือความขัดแย้งการค้าสหรัฐ–อียู อาจทำให้นักลงทุนกลับไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย แม้เงินเฟ้อจะชะลอลง

เดือนกุมภาพันธ์อาจช่วยให้เห็นชัดว่า ความผันผวนช่วงต้นปีจะต่อเนื่องหรือไม่ ฤดูกาลประกาศงบจะทำให้ “แนวโน้มธุรกิจล่วงหน้า” (forward guidance: มุมมองของบริษัทต่อรายได้/กำไรในอนาคต) สำคัญกว่าตัวเลขหัวข่าว ตลาดจะมองหาความมั่นใจว่า “อัตรากำไร” (margins) ยังรักษาได้

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code