Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ อยู่ที่ 452 แท่น เทียบกับที่ตลาดคาด 451 แท่น โดยตัวเลขล่าสุดสูงกว่าคาด 1 แท่น
การผลิตเชลสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งกว่าคาด
เราพบว่าตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันล่าสุดของ Baker Hughes ออกมาที่ 452 แท่น สูงกว่าคาดการณ์ 451 แท่นเล็กน้อย แม้จะสะท้อนถึงวินัยด้านการลงทุนของผู้ผลิตเชลสหรัฐฯ อย่างมากเมื่อเทียบกับระดับ 500+ แท่นที่เห็นในปีก่อน แต่ก็ชี้ว่าการผลิตภายในประเทศยังมีความยืดหยุ่นสูงอย่างยิ่ง ผู้ซื้อขายอนุพันธ์ควรมอง “การออกมาดีกว่าคาด” เล็กน้อยนี้เป็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านอุปทานจะไม่ได้คลี่คลายเร็วอย่างที่ฝั่งมองลบ (bear) บางส่วนหวังไว้
กลยุทธ์การเทรดท่ามกลางอุปทานทรงตัวและอุปสงค์โลกซบเซา
ในช่วงที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) แกว่งใกล้ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างอุปทานสหรัฐฯ ที่ทรงตัวกับอุปสงค์โลกที่ซบเซา ตัวอย่างเช่น ข้อมูลศุลกากรโลกช่วงล่าสุดสะท้อนว่าการนำเข้าน้ำมันดิบของจีนลดลงมาก โดยหดตัวเกือบ 7% เมื่อเทียบรายปี เรามองว่าฉากทัศน์มหภาคดังกล่าวสร้าง “เพดาน” ให้ราคาน้ำมันค่อนข้างแข็งแรง ทำให้ราคามีแนวโน้มถูกจำกัดอยู่บริเวณช่วงกลาง 70 ดอลลาร์ในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ภายใต้กรอบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างแคบนี้ เราแนะนำให้ผู้เทรดออปชันเน้นกลยุทธ์เก็บพรีเมียม เช่น iron condors หรือ credit spreads ส่วนผู้เทรดฟิวเจอร์ส การขายชอร์ตเมื่อราคาดีดขึ้นใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 74–75 ดอลลาร์ ดูเป็นจังหวะที่มีความน่าจะเป็นสูง นอกจากนี้ควรติดตามความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของสัญญา WTI ซึ่งยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ทำให้การซื้อ put เพื่อป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้ถือสถานะ long มีต้นทุนไม่แพง
ในเชิงประวัติศาสตร์ เมื่อจำนวนแท่นขุดเจาะทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ราคาน้ำมันมักเข้าสู่ภาวะสะสมตัว (consolidation) มากกว่าจะเกิดการเบรกเอาต์ ผู้เทรดควรเตรียมรับมือกับช่วงความผันผวนต่ำและการไต่ระดับแบบค่อยเป็นค่อยไปของกลุ่มพลังงานไปจนถึงเดือนตุลาคม เราแนะนำให้คุมขนาดสถานะอย่างระมัดระวัง เนื่องจากฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น (seasonal refinery maintenance) เริ่มต้น ซึ่งมีแนวโน้มกดทอนอุปสงค์น้ำมันดิบภายในประเทศลงบางส่วน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets