USD/JPY ไม่สามารถต่อยอดการรีบาวด์ของวันพฤหัสบดีจากระดับ 158.00 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นระดับต่ำสุดในรอบราว 1 สัปดาห์ครึ่ง และเผชิญแรงขายใหม่ในวันศุกร์ โดยคู่เงินเคลื่อนไหวใกล้ 158.60 ในช่วงครึ่งแรกของการซื้อขายตลาดยุโรป ทรงตัวในแดนลบเล็กน้อย และมีแนวโน้มบันทึกการปรับตัวลงรายสัปดาห์ครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์
เงินเยนได้แรงหนุนจำกัดหลังดัชนี CPI พื้นฐานของญี่ปุ่น (ไม่รวมอาหารสด) เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนกรกฎาคม จาก 1.6% ก่อนหน้า ทำสถิติเร่งตัวเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ขณะที่มาตรวัดอีกตัวที่ไม่รวมอาหารสดและพลังงานเพิ่มขึ้น 1.9% หลังจาก 1.7% ในเดือนมิถุนายน ตอกย้ำการให้ความสำคัญต่อเงินเฟ้อของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และกดดันคู่เงินร่วมกับดอลลาร์ที่อ่อนลง ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทรงตัวใกล้ระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ 14 พฤษภาคม หลังความคาดหวังต่อการปรับนโยบายของเฟดในทันทีลดลง แม้การคาดการณ์ในตลาดยังสะท้อนโอกาสราว 68% ของการขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี โดยรายงานการประชุม FOMC วันที่ 28–29 กรกฎาคม ชี้ถึงโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้หากเงินเฟ้อไม่คืบหน้าตามต้องการ ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ–ญี่ปุ่นที่กว้าง ความกังวลต่อเส้นทางการคลังของญี่ปุ่น ข้อมูล PMI สหรัฐแบบเบื้องต้นที่กำลังจะประกาศ และพัฒนาการในตะวันออกกลาง ยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตา
กลยุทธ์การเทรดอนุพันธ์และความอ่อนไหว
เราเชื่อว่านักเทรดอนุพันธ์ไม่ควรรีบร้อนเปิดสถานะชอร์ตเชิงรุกในคู่ USD/JPY แม้จะปรับตัวลงล่าสุดเข้าใกล้ระดับ 158.00 ก็ตาม แม้คู่เงินเผชิญแรงกดดันขาลง แต่แนวโน้มในอดีตสะท้อนว่า USD/JPY มีความอ่อนไหวสูงต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงฉับพลันของนโยบายธนาคารกลาง คล้ายกับความผันผวนรุนแรงที่เกิดขึ้นหลัง BoJ ยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในช่วงต้นปี 2024 ระยะนี้ควรรอการหลุดลงอย่างยั่งยืนต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ 155.20 ก่อนจึงค่อยยึดมุมมองขาลงระยะยาว
ควรติดตามกลยุทธ์ออปชัน เช่น straddle อย่างใกล้ชิดเพื่อใช้ประโยชน์จากความผันผวนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อเงินเฟ้อญี่ปุ่นเร่งตัว โดย CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.8% และดัชนีพื้นฐานที่ตัดอาหารและพลังงานออกเพิ่มเป็น 1.9% ทำให้แรงกดดันต่อ BoJ ในการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งจากระดับปัจจุบัน 0.25% เพิ่มสูงขึ้น เงินเฟ้อในประเทศที่สูงขึ้นทำให้เงินเยนดูน่าสนใจมากขึ้น แต่ต้องติดตามว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีจะไต่ขึ้นเหนือระดับสำคัญ 1.0% ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่ เพื่อยืนยันโมเมนตัมดังกล่าว
การบริหารความเสี่ยงและปัจจัยขับเคลื่อนตลาด
ขณะเดียวกัน เราแนะนำการใช้ออปชันค่าเงินระยะสั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการดีดกลับอย่างฉับพลันของดอลลาร์สหรัฐ แม้ DXY จะซบเซาใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน แต่ตลาดยังคงประเมินโอกาสราว 68% ของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ จากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ เนื่องจากช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างอัตรานโยบายของเฟดกับญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับกว้างเป็นประวัติการณ์ สัญญาณเชิงเหยี่ยว (hawkish) ใด ๆ จากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังจะออกมาอาจกระตุ้นให้ค่าเงินกลับทิศอย่างรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ต้องเฝ้าระวังปัจจัยภายนอก เช่น PMI สหรัฐแบบเบื้องต้น และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดำเนินอยู่ ซึ่งอาจกระตุ้นกระแสเงินไหลเข้าทรัพย์สินปลอดภัยอย่างรวดเร็ว สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ การตั้งจุดหยุดขาดทุน (stop-loss) ที่กระชับในสถานะชอร์ตเยนจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบริหารความเสี่ยงท่ามกลางสภาวะที่คาดเดายากนี้ ควรคงความยืดหยุ่น โดยเน้นกลยุทธ์ระยะสั้นแบบแกว่งในกรอบ (range-bound) จนกว่าจะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้นจากการประชุมธนาคารกลางที่กำลังจะมาถึง
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets