เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี โดย GBP/USD เพิ่มขึ้น 0.25% ซื้อขายที่ 1.3639 หลังแตะจุดสูงสุดระหว่างวัน 1.3659 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการประเมินข้อมูลสหรัฐที่ชี้ว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง แม้รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนก.ค. ออกมาอ่อนลง ขณะที่เงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรยังคงทำให้ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังอยู่ในการพิจารณา
ดอลลาร์ลดช่วงขาดทุนก่อนหน้า หลังกระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยโครงการซื้อคืนพันธบัตร (bond buyback) เพื่อยกระดับสภาพคล่องในช่วงปลายยาวของเส้นอัตราผลตอบแทน (long end) ซึ่งบางส่วนของตลาดตีความว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) โดย GBP/USD ขยายการปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง และทรงตัวแถว 1.3630 ในการซื้อขายยุโรป ได้แรงหนุนจากแผนของกระทรวงการคลังที่จะเพิ่มการซื้อคืนตราสารอายุยาว (10–30 ปี) เป็นสองเท่า เพื่อลดแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่ปรับสูงขึ้นและบรรเทาความตึงตัวด้านสภาพคล่อง โดยหากทะลุ 1.3650/60 ได้อย่างยืน จะถูกมองว่าเปิดทางไปสู่ 1.41 ภายในปีนี้
แนวต้าน GBP/USD โอกาสเบรกเอาต์ และกลยุทธ์การเทรด
เราจับตาคู่ GBP/USD อย่างใกล้ชิด ขณะทดสอบโซนแนวต้านสำคัญระหว่าง 1.3650–1.3660 หากคู่เงินปิดรายวันเหนือระดับดังกล่าวได้ จะเปิดทางให้เกิดการปรับขึ้นขนาดใหญ่ในกรอบกลางไปสู่ 1.4100 ผู้ซื้อขายอนุพันธ์ควรวางโพซิชันรับมือการเบรกเอาต์ด้วยการใช้คอลออปชันฝั่ง Long หรือกลยุทธ์ bull call spread เพื่อรับอัพไซด์ที่เป็นไปได้พร้อมจำกัดความเสี่ยง
ปัจจัยหนุนความแข็งแกร่งของปอนด์ และคำแนะนำตลาดออปชัน
แรงขับเคลื่อนหลักของการปรับขึ้นครั้งนี้คือความอ่อนค่าต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับโครงการซื้อคืนพันธบัตรเชิงรุกของกระทรวงการคลังสหรัฐ การอัดฉีดสภาพคล่องดังกล่าวซึ่งทำหน้าที่คล้าย “การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนแบบแฝง” ได้กดดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ลงมาใกล้ระดับ 100.50 เราแนะนำซื้อ GBP/USD คอลออปชันแบบใกล้ราคา (near-the-money) เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงกดดันขาลงที่ต่อเนื่องต่อเงินดอลลาร์
อีกด้านหนึ่ง เงินปอนด์ยังคงยืนได้ดี เพราะเงินเฟ้อในประเทศที่เหนียวตัว (sticky) ยังคงหนุนความคาดหวังต่อการคงอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลล่าสุดของสหราชอาณาจักรชี้ว่าเงินเฟ้อภาคบริการ (core services inflation) ทรงตัวที่ 4.6% ทำให้ BoE ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้เร็วเท่าธนาคารกลางรายอื่น เพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนี้ เราเสนอขายพุทออปชันนอกเงิน (out-of-the-money) เพื่อนำพรีเมียมมาช่วยเป็นต้นทุนสำหรับสถานะคอลขาขึ้น
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชันเงินปอนด์ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ทำให้กลยุทธ์แบบ Long volatility น่าสนใจก่อนเกิดเบรกเอาต์ครั้งสำคัญ ผู้ซื้อขายควรเน้นอายุสัญญา 30–60 วัน เพื่อให้การทะลุ 1.3650 มีเวลาเพียงพอในการพัฒนาและปรับขึ้นไปสู่เป้าหมาย 1.4100 ขณะเดียวกันควรวางจุดตัดขาดทุน (stop-loss) ให้กระชับสำหรับสถานะสปอต เพราะหากไม่สามารถทะลุ 1.3660 ได้ อาจเกิดการย่อตัวอย่างรวดเร็วกลับลงไปยังแนวรับบริเวณ 1.3450
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets