หุ้น Intel ร่วงมากกว่า 4% ในวันจันทร์ หลังบริษัทประกาศเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน (equity offering) โดยตั้งเป้าระดมทุนอย่างน้อย 15,000 ล้านดอลลาร์ เงินที่ได้จะถูกจัดสรรเป็นหลักเพื่อการขยายการลงทุนด้าน AI รวมถึง AI compute, “physical AI”, ซิลิคอนที่ออกแบบเฉพาะ (purpose-built silicon), แพ็กเกจจิ้งขั้นสูง (advanced packaging) และการจัดซื้อเวเฟอร์จากภายนอก (external wafers) ดีลนี้มีเงื่อนไขการจัดสรรเพิ่มเติม (over-allotment option) ที่เปิดทางให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ได้แก่ Citigroup, Goldman Sachs และ Morgan Stanley ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มได้อีก 2,250 ล้านดอลลาร์ ภายใน 30 วันถัดไป
ภาพรวมตลาดกว้างทรงตัวใกล้ระดับเดิม ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 3% ช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังถูกปิด ในเชิงเทคนิค Intel ทำจุดต่ำสุดใหม่ (lower low) เมื่อ 29 ก.ค. และกำลังพยายามยืนบนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 100 วัน (100-day SMA) เพื่อเป็นแนวรับ หลังหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 30 มี.ค. ดัชนี Relative Strength Index (RSI) อยู่ใกล้ 47 และ “ช่องว่างราคา” (gap) เดือนเม.ย. จะถูกปิดที่ 70 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้น 200-day SMA เคลื่อนไหวอยู่
ความเสี่ยงขาลงระยะสั้นและกลยุทธ์การเทรด
เราแนะนำให้นักเทรดอนุพันธ์เตรียมรับความเสี่ยงขาลงระยะสั้นของ Intel เนื่องจากการเพิ่มทุนขนาดใหญ่ 15,000 ล้านดอลลาร์กดดันราคาหุ้น โดยในอดีต การระดมทุนด้วยการออกหุ้นใหม่ในระดับนี้มักทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ถูกลดทอน (dilution) ราว 5% ถึง 10% ซึ่งแทบจะกระตุ้นแรงขาย (bearish reaction) อยู่เสมอ จากการปรับลง 4% ในวันนี้ (10 ส.ค. 2026) สัญญาณทางเทคนิคกำลังสะท้อนคำเตือนชัดเจนว่าโมเมนตัมได้เปลี่ยนไปอยู่ฝั่งผู้ขาย
เรามองว่าเป้าหมายระยะใกล้ของ Intel อยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ ซึ่งจะปิด gap ที่ยังไม่ถูกปิดจากเดือนเม.ย. และเป็นการทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) ที่มีนัยสำคัญ สถิติระบุว่า gap รายวันของหุ้นเทคขนาดใหญ่ที่ยังไม่ถูกปิด มีโอกาสถูกปิดภายใน 6 เดือนมากกว่า 75% ทำให้การปรับตัวลงสู่ 70 ดอลลาร์มีความเป็นไปได้สูงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดควรพิจารณาซื้อออปชัน Put แบบรายเดือนที่ราคาใช้สิทธิ (strike) 70 ดอลลาร์ เพื่อเกาะกระแสการปรับลงรอบนี้
แรงกดดันมหภาคและการบริหารความเสี่ยง
แรงกดดันเศรษฐกิจมหภาคกำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ดันราคาน้ำมันขึ้นมากกว่า 3% แล้วในวันนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในอดีตมักบีบอัตรากำไรของอุตสาหกรรมผลิตชิป โดยเฉพาะโรงงานผลิต (fab) ที่ใช้พลังงานเข้มข้นอย่างโครงการที่ Intel กำลังก่อสร้าง เราคาดว่าแรงกดดันสองเด้งจากการ dilute ของหุ้นและเงินเฟ้อด้านพลังงาน จะเร่งให้ราคาหุ้นถูกผลักเข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันมากขึ้น
สำหรับแนวทางที่ปลอดภัยกว่า เราแนะนำการทำกลยุทธ์ bear put spread โดยตั้งเป้าช่วง 70–75 ดอลลาร์ เพื่อคุมต้นทุนพรีเมียมให้อยู่ในระดับต่ำ อีกทางเลือกคือการขาย Call นอกเงิน (out-of-the-money) เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน เพื่อสร้างรายได้สม่ำเสมอ ขณะที่แนวต้านด้านบนมีความชัดเจนมากขึ้น ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) เริ่มปรับขึ้น ซึ่งหมายความว่าฝั่งผู้ซื้อออปชันควรตัดสินใจเร็ว ก่อนที่พรีเมียมจะแพงขึ้นมากเกินไป
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets