นักกลยุทธ์ของ Deutsche Bank ระบุว่า หุ้นสหรัฐฯ ขยายการปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่แท้จริง (real yields) ที่สูงขึ้นกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.19% เป็นการปรับลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และหุ้นราวสองในสามขององค์ประกอบดัชนีปิดลบ ขณะที่บรรยากาศกลุ่มเทคโนโลยีโดยรวมยังซบเซา: NASDAQ ลดลง 0.05% และหุ้นกลุ่ม “Mag-7” อ่อนตัว 0.07% ด้านหุ้นชิปทรงตัวมากกว่าเดิม หลังดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย (Philly semiconductor index) เพิ่มขึ้น 0.60% ภายหลังร่วงลง 9.97% เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ระดับดัชนีไม่อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกิน 20% อีกต่อไปเมื่อเทียบกับวันศุกร์ ขณะที่ตลาดยุโรปก็อ่อนตัวเช่นกัน โดย STOXX 600 ลดลง 0.30% และ FTSE 100 ลดลง 0.71%
ในเอเชีย สัญญาซื้อขายล่วงหน้าชี้สัญญาณการรีบาวด์ โดย S&P futures เพิ่มขึ้น 0.42% และ Nasdaq futures สูงขึ้น 1.03% ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่ง 4.63% หลังจากร่วงเกือบ 5% ในวันก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 2.76% หลังเปิดทำการอีกครั้งจากวันหยุด ด้านจีน ดัชนี CSI 300 เพิ่มขึ้น 1.76% และ Shanghai Composite บวก 0.62% ขณะที่ Hang Seng ของฮ่องกงขยับขึ้น 0.03% และดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 0.08%
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets