ทองคำ (XAU/USD) ซื้อขายใกล้ระดับ 4,050 ดอลลาร์ในวันพุธ ลดลง 1.40% ระหว่างวัน หลังแรงซื้อย้ายไปที่ดอลลาร์สหรัฐ (USD) จากความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทองคำยังคงถูกกดดันแม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น โดยตลาดประเมินความเป็นไปได้ว่าราคาพลังงานที่แข็งแกร่งขึ้นอาจทำให้ท่าทีของนโยบายการเงินสหรัฐฯ ยังคงตึงตัว บรรยากาศการลงทุนอ่อนแรงลงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน “จบแล้ว” พร้อมเสริมว่าไม่ต้องการเจรจากับอิหร่านอีก ขณะเดียวกันยังประกาศมาตรการการค้าต่อสเปนและวิจารณ์ NATO ส่งผลให้ USD ได้แรงหนุน และราคาน้ำมันปรับขึ้นจากความกังวลต่อการหยุดชะงักของอุปทาน
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงหลังการโจมตีของสหรัฐฯ พุ่งเป้าโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่าน ภายหลังเหตุโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ความกังวลต่อความปลอดภัยของเส้นทางหลักในการส่งออกน้ำมันโลกกลับมาอีกครั้ง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงยังคงกดดันทองคำซึ่งไม่มีดอกผล ขณะที่ตลาดหันไปจับตารายงานการประชุม (Minutes) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เดือนมิถุนายนซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธ นอกจากนี้ ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่าธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำ 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นการซื้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติ
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินดอลลาร์แข็ง และกลยุทธ์การเทรด
เรามองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ซึ่งกดดันทองคำโดยตรง สถานการณ์นี้ทำให้ดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ตลาดเลือกมากกว่าโลหะมีค่าในช่วงนี้ เราคาดว่าแรงขับเคลื่อนดังกล่าวจะยังดำเนินต่อในระยะใกล้ ส่งผลให้การปรับขึ้นของทองคำถูกจำกัดและยากจะเกิดการรีบาวด์อย่างมีนัยสำคัญ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง โดยพันธบัตรอายุ 10 ปีให้ผลตอบแทนมากกว่า 4.75% เพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ สภาพแวดล้อมเช่นนี้สะท้อนว่าการขายคอลออปชัน หรือการจัดตั้งกลยุทธ์พุตสเปรดเชิงลบบน XAU/USD เป็นแนวทางที่เป็นไปได้ ซึ่งจะได้ประโยชน์จากมุมมองว่าราคามีโอกาสปรับลงหรือแกว่งตัวในกรอบ
ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น โดยน้ำมันดิบ WTI ล่าสุดทะลุระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กำลังเสริมความคาดหวังของตลาดว่า Fed จะคงนโยบายการเงินแบบตึงตัว เราเชื่อว่าตลาดให้น้ำหนักกับธีม “ดอกเบี้ยสูงนาน” มากกว่าบทบาทดั้งเดิมของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองระมัดระวังไปจนถึงเชิงลบต่อทองคำในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ความผันผวนโดยนัย แรงซื้อจากธนาคารกลาง และ Fed Minutes
ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ในออปชันทองคำเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้พรีเมียมออปชันมีราคาแพงขึ้นเมื่อเทียบกับปกติ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เทรดที่ขายความผันผวน (sell volatility) เรามองว่ากลยุทธ์อย่าง short strangles หรือ iron condors มีความน่าสนใจ ภายใต้สมมติฐานว่าทองคำจะถูก “ตรึง” ระหว่างแรงกดดันจากดอลลาร์แข็งค่าและแรงพยุงจากความไม่มั่นคงทั่วโลก
แม้มุมมองระยะสั้นจะออกไปทางขาลง แต่เราต้องยอมรับแรงพยุงเชิงโครงสร้างจากการซื้อของธนาคารกลางที่ยังแข็งแกร่ง ตัวเลขล่าสุดชี้ว่าธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่เพิ่มการถือครองมากกว่า 80 ตันในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งช่วยสร้าง “พื้นรองรับ” ให้กับราคาในเชิงจิตวิทยา ด้วยเหตุนี้ กลยุทธ์ที่จำกัดความเสี่ยง (defined-risk) จึงเหมาะสมกว่าการเปิดสถานะขายชอร์ตแบบตรงตัว
รายงานการประชุม Fed เดือนมิถุนายนเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญถัดไปที่เราจับตา หากมีสัญญาณว่า Fed กังวลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าเงินเฟ้อ อาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์กลับทิศอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราควรคงความยืดหยุ่นและพร้อมปรับพอร์ตหลังการเผยแพร่รายงานดังกล่าว
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets