ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ปิดตลาดสหรัฐใกล้ระดับ 100.90 โดยทิศทางยังเป็นกลาง หลังตลาดซึมซับถ้อยแถลงเชิง “ตึงตัว” (hawkish) ของคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ควบคู่กับข้อมูลภาคบริการสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง วอลเลอร์ย้ำความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% และชี้ว่าความเสี่ยงเชิงนโยบายได้ “พลิกกลับ” โดยมองว่าตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว ขณะที่เงินเฟ้อปรับสูงขึ้น EUR/USD แกว่งแถว 1.1440 หลังอิซาเบล ชนาเบิล กรรมการคณะกรรมการบริหาร ECB ระบุว่า ยูโรโซนยังไม่กลับสู่ภาวะก่อนสงคราม แม้ราคาน้ำมันลดลงล่าสุด พร้อมเตือนถึงผลกระทบทางอ้อมและความเสี่ยงเอฟเฟกต์รอบสอง (second-round effects) ส่วน GBP/USD ทรงตัวใกล้ 1.3390 ท่ามกลางการจับตาความแตกต่างระหว่างท่าทีระมัดระวังของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) กับ Fed ที่ยังให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ
USD/JPY ไต่ขึ้นสู่ 162.10 จากอุปสงค์ดอลลาร์ที่ต่อเนื่องและปัจจัยส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (yield differential) โดยตลาดระวังสัญญาณตอบสนองจากทางการญี่ปุ่น หากเงินเยนอ่อนค่าต่อไป AUD/USD ปรับขึ้นเข้าใกล้ 0.6960 หลังดัชนีเงินเฟ้อ TD-MI ของออสเตรเลียชะลอลงสู่ 3.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนมิ.ย. จาก 4.4% ลดแรงกดดันให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ต้องคงท่าทีเข้มงวดมากขึ้น ด้าน WTI ซื้อขายราว 68.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ทองคำอ่อนแรงใกล้ 4,160 ดอลลาร์ จากดอลลาร์ที่แข็งค่ากดดันโลหะมีค่า
แนวโน้มนโยบายดอลลาร์สหรัฐและโอกาสการเทรดเชิงกลยุทธ์
ท่าทีเชิงตึงตัวของ Fed ทำให้เรามองว่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังมีแนวโน้มแข็งค่า โดยข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวเหนือ 3% มาตลอดปีที่ผ่านมา ขณะที่ถ้อยแถลงที่ย้ำเป้าหมาย 2% สนับสนุนภาพ “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer) นักลงทุนควรพิจารณาซื้อออปชัน Call บนดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) เพื่อใช้ประโยชน์จากความแตกต่างเชิงนโยบายเมื่อเทียบกับธนาคารกลางอื่น
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ดูจะอยู่ในจุดที่ลำบาก ส่งผลให้แนวโน้ม EUR/USD มีลักษณะเคลื่อนไหวในกรอบ (range-bound) แม้เงินเฟ้อทั่วไปชะลอลง แต่การเติบโตของค่าจ้างที่ยังยืดเยื้อ (คล้ายตัวเลขค่าจ้างที่เจรจาได้ราว 4.5% ที่เห็นในช่วงต้นปี 2024) มีแนวโน้มหนุนความกังวลของ ECB ต่อเอฟเฟกต์รอบสอง เรามองว่ากลยุทธ์ขาย Strangle แบบ out-of-the-money บน EUR/USD ยังน่าสนใจเพื่อเก็บพรีเมียมในช่วงที่คู่เงินขาดปัจจัยชี้นำทิศทางที่ชัดเจน
เราจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งกับเงินเยนญี่ปุ่น เนื่องจาก USD/JPY ซื้อขายเหนือ 162.00 ระดับดังกล่าวสูงกว่าระดับ 152 และ 160 ที่เคยกระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นแทรกแซงตลาดโดยตรงในปี 2022 และ 2024 อย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงของการย้อนกลับแบบฉับพลันและรุนแรงจึงสูงมาก ทำให้การซื้อออปชัน Put บน USD/JPY เป็นทั้งเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge) และโอกาสเชิงเก็งกำไรที่น่าสนใจ
ดอลลาร์ออสเตรเลียเผชิญแรงต้านจาก RBA ที่เริ่มลดความเข้มงวดเชิงตึงตัวลง ข้อมูลเงินเฟ้อในประเทศที่อ่อนลงเปิดช่องให้ RBA “พัก” ได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ช่องว่างนโยบายกับ Fed กว้างขึ้น เราคาดว่าปัจจัยนี้จะจำกัดการรีบาวด์ของ AUD/USD และนักเทรดสามารถพิจารณากลยุทธ์ Bear Put Spread เพื่อเดิมพันการปรับลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่ระดับ 0.6800
แนวโน้มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และกลยุทธ์การวางสถานะ
แม้ราคาน้ำมันอยู่ใกล้ 68 ดอลลาร์ แต่พลังงานยังเป็นแหล่งความผันผวนและความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สำคัญ การดำเนินการในอดีตของ OPEC+ เพื่อบริหารอุปทานสะท้อนว่า ราคาอาจพุ่งขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์ เราจึงวางสถานะด้วยการซื้อออปชัน Call อายุยาว (long-dated) บน WTI ซึ่งเป็นวิธีต้นทุนต่ำในการทำกำไรหากเกิดช็อกกับตลาดพลังงาน
การที่ทองคำไปต่อได้ยากบริเวณระดับสูง 4,160 ดอลลาร์ เป็นผลโดยตรงจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real rates) ที่สูงและเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ตราบใดที่ Fed ยังมุ่งต่อสู้เงินเฟ้อ ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำจะจำกัดอัพไซด์ เรากำลังพิจารณาขายออปชัน Call เทียบกับสถานะทองคำที่มีอยู่ หรือซื้อ Put เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับฐานของราคา
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets