การเติบโตของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสะสมของอินเดียเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.1% ในเดือนพฤษภาคม จาก 4.1% ก่อนหน้า สะท้อนถึงจังหวะการขยายตัวของกิจกรรมอุตสาหกรรมโดยรวมที่เร่งขึ้น ตัวชี้วัดแบบสะสมช่วยสะท้อนผลการดำเนินงานในช่วงเวลาที่กว้างกว่า จึงบ่งชี้โมเมนตัมพื้นฐานมากกว่าความผันผวนรายเดือนเพียงครั้งเดียว
การปรับขึ้นครั้งนี้เท่ากับเร่งตัว 1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ระหว่างสองช่วงการรายงาน ตลาดจะติดตามว่าการฟื้นตัวดังกล่าวจะต่อเนื่องในรายงานถัดไปหรือไม่ เนื่องจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสะสมมักถูกใช้เป็นเครื่องมือประเมินภาวะโดยรวมของภาคอุตสาหกรรม
นัยต่อ ตลาด และกลยุทธ์การลงทุน
การพุ่งขึ้นของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสู่ 5.1% ยืนยันว่าเศรษฐกิจร้อนแรงกว่าที่คาด ส่งสัญญาณความแข็งแกร่งในวงกว้าง เรามองว่านี่เป็นแรงหนุนชัดเจนต่อหุ้นอินเดีย โดยเฉพาะกลุ่มการผลิตและสินค้าเพื่อการลงทุน (Capital Goods) มุมมองระยะสั้นของเราเอนเอียงไปทางการวางสถานะเพื่อโอกาสปรับขึ้นของดัชนี Nifty และ Bank Nifty ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เรากำลังพิจารณาเข้าซื้อออปชันคอลแบบนอกเงิน (Out-of-the-money) บน Nifty 50 สำหรับวันหมดอายุรายเดือนที่กำลังจะมาถึง ข้อมูลนี้เมื่อรวมกับ PMI ภาคการผลิตล่าสุดที่ยังแข็งแกร่งที่ 58.5 บ่งชี้ว่ากำไรของภาคธุรกิจอาจออกมาดีกว่าคาด ความผันผวนโดยนัย (Implied Volatility) ยังอยู่ในระดับเหมาะสม สนับสนุนอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงสำหรับกลยุทธ์ออปชันขาขึ้น เช่น Bull Call Spread
แนวโน้มเศรษฐกิจภาพใหญ่ และมุมมองนโยบายการเงิน
การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้มีแนวโน้มดึงดูดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ (Foreign Portfolio Investment) เพิ่มขึ้น ซึ่งเดือนนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิแล้วมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่าเงินรูปีอินเดียจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในระยะใกล้ และกำลังวางสถานะโดยพิจารณาเปิดชอร์ตสัญญาฟิวเจอร์ส USD/INR
อย่างไรก็ดี กิจกรรมเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเช่นนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) จะคงท่าทีเข้มงวด (Hawkish) ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวบริเวณ 4.7% ทำให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ควรถูกตัดทิ้ง มุมมองนี้ตอกย้ำว่าหุ้นกลุ่มธนาคารที่มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) แข็งแกร่งมีโอกาสทำผลงานเหนือกว่าตลาด
ในอดีต ช่วงเวลาที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมเร่งตัวมักนำหน้าการปรับขึ้นของตลาดที่ยาวนานหลายสัปดาห์ คล้ายกับแนวโน้มในช่วงปลายปี 2023 เราแนะนำให้นักเทรดติดตามข้อมูลความถี่สูงที่จะประกาศในช่วงถัดไปเพื่อยืนยันโมเมนตัมดังกล่าว กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือทยอยเพิ่มสถานะฝั่งขาขึ้นอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มากกว่าการไล่ซื้อหลังการเคลื่อนไหวรอบแรก
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets