ทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองในวันพุธ หลังดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือนบริเวณ 102.00 โดย XAU/USD หลุดระดับ 4,100 และซื้อขายแถว $4,061 ท่ามกลางสายตาตลาดที่จับตาการทดสอบจุดต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี (YTD) ที่ $4,023 และแนวรับจิตวิทยา $4,000 การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในช่วงปลายปี ซึ่งหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและหนุนค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่การปรับฐานของตลาดหุ้นโลกที่นำโดยหุ้นเทคโนโลยีก็ช่วยเสริมแรงซื้อ USD เช่นกัน
ในเชิงเทคนิค แรงขายกำลังกดดันบริเวณ Fibonacci extension 127.2% ที่ 4,055 โดยดัชนี Relative Strength Index (RSI) 14 บนกรอบเวลา 4 ชั่วโมงเข้าใกล้เขต Oversold และ Moving Average Convergence Divergence (MACD) ยังคงอยู่ในแดนลบ หากหลุดลงต่อ จะเปิดทางสู่แนวรับที่ $4,000 และถัดไปที่ extension 161.8% บริเวณ $3,964 ขณะที่แนวต้านอยู่ใกล้จุดสูงสุดของวันอังคารแถว $4,145 และจุดสูงสุดของวันจันทร์ใกล้ $4,220 ก่อนถึงเส้นแนวโน้มขาลงจากต้นเดือนมีนาคมบริเวณประมาณ $4,355 นอกจากนี้ สภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำ 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว $70,000 ล้านเข้าสู่ทุนสำรองในปี 2022
มุมมองขาลงและแท็กติกการเทรด
จากความแข็งแกร่งต่อเนื่องของดอลลาร์สหรัฐและสัญญาณเชิงเข้มงวด (Hawkish) จากเฟด เรามองว่า “เส้นทางที่มีแรงต้านน้อยที่สุด” ของทองคำในระยะสั้นยังคงเป็นขาลง ควรวางตำแหน่งเพื่อรอการทดสอบระดับจิตวิทยา $4,000 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยโมเมนตัมทางเทคนิคสนับสนุนมุมมองเชิงลบดังกล่าว เนื่องจากตัวชี้วัดสำคัญยังไม่สะท้อนว่าราคาทองคำอยู่ในภาวะ Oversold แล้ว
กลยุทธ์หลักคือการซื้อออปชัน Put ที่ราคาใช้สิทธิ (Strike) ที่ระดับเท่ากับหรือต่ำกว่าจุดต่ำสุดตั้งแต่ต้นปีที่ $4,023 โดยเน้นวันหมดอายุในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมเพื่อครอบคลุมจังหวะการเคลื่อนไหวที่คาดหวัง วิธีนี้เป็นการวางเดิมพันแบบมี Leverage ต่อการอ่อนตัวของราคาไปสู่แนวรับ $3,964 อย่างชัดเจน
บริบทตลาดและแนวทางเล่นความผันผวน
สภาพแวดล้อมตลาดลักษณะนี้คล้ายกับช่วงปี 2022-2023 เมื่อเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยจนทำให้ DXY พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 20 ปีและกดดันทองคำในระยะแรก ขณะนี้เห็นไดนามิกคล้ายกัน โดยตลาดฟิวเจอร์สเริ่มสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีก 2 ครั้งในปีนี้ อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางยังคงเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ โดยสภาทองคำโลกระบุว่าในไตรมาส 1 ปี 2026 มีการซื้อสุทธิรวมกว่า 228 ตัน ซึ่งช่วยสร้าง “แนวรับเชิงพื้นฐาน” ให้กับราคา
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงขายในกลุ่ม AI และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ ต้องเตรียมรับมือความผันผวนที่อาจพุ่งขึ้นฉับพลัน เพื่อทำกำไรจากความไม่แน่นอนนี้ สามารถพิจารณาซื้อกลยุทธ์ Straddle ซึ่งได้ประโยชน์หากราคาเกิดการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าทิศทางใด หากเกิดภาวะตื่นตระหนกจริง ทองคำอาจกลับทิศความสัมพันธ์แบบสินทรัพย์ปลอดภัยกับดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับกลยุทธ์ที่กำหนดความเสี่ยงชัดเจนมากขึ้น สามารถใช้ Bear Put Spread เพื่อลดต้นทุนเข้าเทรด โดยซื้อ Put ที่ Strike ใกล้ราคาปัจจุบัน เช่น $4,050 และขาย Put พร้อมกันที่ Strike ระดับเป้าหมาย เช่น $4,000 แนวทางนี้จำกัดกำไรสูงสุด แต่ช่วยลดค่า Premium ที่ต้องจ่าย และกำหนดความเสี่ยงสูงสุดได้ชัดเจน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets