ราคาทองคำในมาเลเซียปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 557.51 ริงกิตต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 554.74 ริงกิตเมื่อวันศุกร์ ขณะที่ราคาต่อโทลา (tola) ขยับขึ้นเป็น 6,502.70 ริงกิต จาก 6,470.41 ริงกิต ส่วนชุดราคาที่กว้างขึ้นระบุว่า ทองคำ 10 กรัมอยู่ที่ 5,574.95 ริงกิต และ 1 ทรอยออนซ์อยู่ที่ 17,340.21 ริงกิต
FXStreet คำนวณราคาทองคำของมาเลเซียโดยแปลงจากระดับราคาทองคำในตลาดโลกผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/MYR จากนั้นจึงปรับให้สอดคล้องกับหน่วยชั่งตวงวัดในประเทศ ตัวเลขดังกล่าวอัปเดตเป็นรายวันโดยใช้อัตราตลาดที่บันทึก ณ เวลาที่เผยแพร่ และมีไว้เพื่อใช้อ้างอิง เนื่องจากราคาที่ประกาศในท้องถิ่นอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ ข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ในปี 2022 ธนาคารกลางต่าง ๆ ได้เพิ่มทองคำเข้าสู่ทุนสำรองรวม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดซื้อรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์
เงินเฟ้อ แนวโน้มค่าเงิน และเสน่ห์ของทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่า
เรากำลังเห็นราคาทองคำขยับขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อทรงตัวที่ 3.2% ส่งผลให้นักลงทุนหันมาหาการป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของสกุลเงิน สภาพแวดล้อมเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความน่าสนใจของทองคำในฐานะแหล่งเก็บรักษามูลค่าหลัก
การอ่อนตัวลงล่าสุดของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index) สู่ระดับ 103 เป็นแรงหนุนสำคัญต่อโลหะมีค่า เราเชื่อว่าตลาดกำลังสะท้อนความเป็นไปได้ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะหลังจากรายงานการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เผยให้เห็นว่าคณะกรรมการมีความเห็นแตกต่างกันมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อในต่างประเทศ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นอุปสงค์
การซื้อของธนาคารกลาง และกลยุทธ์การลงทุน
แรงหนุนสำคัญของตลาดนี้คือการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องและเชิงรุกจากธนาคารกลาง รายงานของสภาทองคำโลกสำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 ยืนยันว่า เศรษฐกิจเกิดใหม่ได้เพิ่มทองคำอีก 250 ตันเข้าสู่ทุนสำรอง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2022 อุปสงค์เชิงโครงสร้างนี้ช่วยสร้าง “ฐานราคา” ที่แข็งแกร่ง และจำกัดความเสี่ยงขาลงของสถานะการลงทุนของเรา
เมื่อพิจารณาจากการมีฐานรองรับที่เอื้อตลาดและโอกาสปรับขึ้น เราแนะนำให้ใช้คอลออปชัน (call options) เพื่อวางตำแหน่งรับการปรับตัวขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ยังอยู่ในระดับปานกลาง ทำให้ออปชันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเก็บโอกาสทำกำไรพร้อมกำหนดกรอบความเสี่ยง เราจะพิจารณาซื้อคอลแบบนอกเงิน (out-of-the-money) บนสัญญาฟิวเจอร์สเดือนสิงหาคม เพื่อเล่นจังหวะการเบรกเอาต์ที่อาจเกิดขึ้น