เงินปอนด์ทรงตัวหลังร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ 1.3163 เมื่อวันศุกร์ โดยดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงิน (hawkish) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ท่ามกลางสภาพคล่องตลาดสหรัฐที่เบาบางจากวันหยุด GBP/USD รีบาวด์ 0.18% สู่ 1.3226 อย่างไรก็ดี คู่เงินยังมีแนวโน้มลดลงราว 1.25% ในสัปดาห์นี้ ก่อนหน้านี้ในช่วงเดียวกันยังถูกประเมินว่าเคลื่อนไหวซบเซาต่อเนื่องเป็นวันที่สาม โดยซื้อขายแถว 1.3190 ในช่วงต้นตลาดยุโรป
ข้อมูลสหราชอาณาจักรระบุว่ายอดค้าปลีก (Retail Sales) เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนพฤษภาคม พลิกจากการหดตัว 1.0% (ปรับทบทวน) ในเดือนเมษายน ตามรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ONS) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เพิ่มขึ้น 0.5% แม้ตัวเลขออกมาดีกว่าคาด แต่ GBP/USD ยังอยู่ในแดนลบเมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังการประกาศข้อมูล
การซื้อขายในกรอบท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่สวนทางกัน
เราเห็นว่าเงินปอนด์สเตอริงเคลื่อนไหวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจุบันซื้อขายใกล้ระดับ 1.2450 ทั้งนี้เกิดขึ้นหลังช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง สะท้อนจากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรล่าสุดที่เพิ่มขึ้นถึง 210,000 ตำแหน่ง ช่วยพยุงดอลลาร์ให้แข็งค่า ขณะที่ตลาดกำลังประเมินแรงหนุนที่สวนทางกันของเศรษฐกิจทั้งสองฝั่ง
ทางฝั่งสหราชอาณาจักร ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ 3.1% ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังเผชิญสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยาก แม้จะปรับดีขึ้นจาก 3.5% ในไตรมาสก่อน แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้โอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นั้นมีน้อยมาก
แนวโน้มความผันผวน GBP/USD และกลยุทธ์การเทรด
ด้วยแรงขับเคลื่อนที่สวนทางกันเหล่านี้ เรามองว่าความผันผวนของ GBP/USD อาจยังถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ ภาวะดังกล่าวบ่งชี้ว่ากลยุทธ์ “ขายความผันผวน” (selling volatility) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เรากำลังพิจารณากลยุทธ์อย่าง short strangles เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.2300 ถึง 1.2600
ควรไม่ลืมว่าคู่เงินนี้เคยขึ้นไปสูงกว่านี้มาก เช่น บริเวณ 1.3200 ในช่วงที่พลวัตนโยบายแตกต่างออกไป ขณะเดียวกันเรายังจำได้ถึงการร่วงลงอย่างรุนแรงใกล้ระดับ 1.03 ในปลายปี 2022 ซึ่งตอกย้ำความอ่อนไหวของคู่เงินต่อ “ความประหลาดใจ” จากธนาคารกลาง ประวัติศาสตร์ดังกล่าวเตือนให้ระมัดระวัง เพราะข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาเหนือคาดหรือผิดคาดอาจทำให้ความสงบในปัจจุบันถูกทำลายได้อย่างรวดเร็ว