ดัชนี CPI พื้นฐานของสหรัฐฯ (ปรับฤดูกาล) เพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม โดยดัชนีขยับขึ้นสู่ 336.1213 จาก 335.423 ในเดือนก่อนหน้า การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ยังคงปรับขึ้นเมื่อเทียบรายเดือน
คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเฟดและความผันผวนของตลาด
การเพิ่มขึ้นของ CPI พื้นฐานในเดือนพฤษภาคมสู่ระดับ 336.121 ชี้ว่าเงินเฟ้อยังอยู่ แต่ความเร็วเริ่มชะลอลง โดยการเพิ่มขึ้นรายเดือนเพียง 0.21% ถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี ตอกย้ำมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้ม “คง” อัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดี จะทำให้ตลาดหันไปโฟกัสความเป็นไปได้ของการ “ลดดอกเบี้ย” ในช่วงปลายไตรมาส 3 มากขึ้น
ในฝั่งออปชัน เราเห็นความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชันบน S&P 500 ลดลง หลังรายงานนี้ช่วยลดความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายระยะใกล้ของเฟด โดยดัชนี VIX ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความกลัวของตลาด ลดลงแล้ว 7% ลงมาต่ำกว่า 17 ในช่วงเช้าวันนี้ สะท้อนโอกาสในการขายพรีเมียมผ่านกลยุทธ์อย่าง iron condor เพื่อใช้ประโยชน์จากภาวะตลาดที่อาจเข้าสู่ช่วงแกว่งในกรอบและคาดการณ์ได้มากขึ้น
ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยและโอกาสรายกลุ่มอุตสาหกรรม
ตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยสัญญาฟิวเจอร์สเริ่มสะท้อนโอกาส 70% ของการลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2026 เพิ่มขึ้นจาก 50% เพียงเมื่อวานนี้ เราเห็นนักลงทุนวางสถานะรับกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงผ่านการเข้าซื้อฟิวเจอร์สบน Secured Overnight Financing Rate (SOFR) ทำให้การ “รับอัตราคงที่” (receive fixed) ในสวอปอัตราดอกเบี้ยเป็นสถานะที่น่าสนใจมากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
สภาพแวดล้อมดังกล่าวเอื้อเป็นพิเศษต่อกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์ โดยเรามองการซื้อคอลออปชันบนดัชนีที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีเป็นอีกทางเลือกเพื่อรับอานิสงส์ขาขึ้นจากโอกาสการปรับตัวขึ้นของตลาด ในอดีต แม้เพียงสัญญาณว่าเฟดอาจ “เปลี่ยนท่าทีไปทางผ่อนคลาย” (dovish pivot) ก็เคยเป็นตัวเร่งสำคัญต่อกลุ่มเติบโต (growth) เหล่านี้มาแล้ว