ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของกรีซชะลอลงในเดือนพฤษภาคม โดยอัตราเงินเฟ้อรายปีลดลงมาอยู่ที่ 5.2% จาก 5.4% ก่อนหน้า ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาชะลอตัวลงเล็กน้อยในช่วงเดือนที่ผ่านมา
แม้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบรายปี แต่ตัวเลขล่าสุดสะท้อนการปรับลดลงเล็กน้อยของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline) โดยรายงานนำเสนอ CPI ในรูปแบบเทียบปีต่อปี (YoY) คือเปรียบเทียบระดับเดือนพฤษภาคมกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
นัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินและตลาดตราสารหนี้
เรามองว่าเงินเฟ้อกรีซที่ลดลงมาอยู่ที่ 5.2% เป็นสัญญาณของกระบวนการเงินเฟ้อชะลอ (disinflation) ที่ดำเนินต่อเนื่อง แม้ยังอยู่ในระดับสูง โดยข้อมูลนี้จะถูกนำไปประกอบการประเมินภาพรวมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก่อนการประชุมนโยบายครั้งถัดไป ประเด็นสำคัญคือความสอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากประมาณการเบื้องต้น (flash estimate) ของยูโรโซนสำหรับเดือนพฤษภาคมล่าสุดชี้ว่าเงินเฟ้อขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.7%
สำหรับเรา ประเด็นนี้ทำให้อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยและพันธบัตรน่าสนใจเป็นพิเศษ เราคาดว่าส่วนต่างผลตอบแทน (spread) ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลกรีซอายุ 10 ปีและพันธบัตรเยอรมนี (Bund) ซึ่งปัจจุบันอยู่ราว 130 จุดเบส (basis points) อาจมีโอกาสแคบลงได้อีก หากแนวโน้มเงินเฟ้อชะลอลงนี้ยังคงอยู่ กลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนของอัตราผลตอบแทนที่ลดลง หรือจากสเปรดที่แคบลง ดูมีความเหมาะสมในระยะสั้น
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน
ด้านตลาดหุ้น ข้อมูลนี้สนับสนุนมุมมองเชิงเสถียรต่อหุ้นกรีซ ซึ่งดัชนี Athens General Index ปรับขึ้นแล้ว 8% ตั้งแต่ต้นปี เรากำลังพิจารณาออปชันซื้อ (call options) บน ETF กลุ่มธนาคารกรีซและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคไม่จำเป็น (consumer discretionary) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อเงินเฟ้อที่ลดลงและอุปสงค์ผู้บริโภคที่ทรงตัว อย่างไรก็ดี เรายังคงระมัดระวังจนกว่า ECB จะให้แนวทางล่วงหน้า (forward guidance) ที่ชัดเจนมากขึ้นหลังการประชุมครั้งถัดไป
ข้อมูลของกรีซเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะทำให้เงินยูโรเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ ทิศทางของค่าเงินจะถูกกำหนดโดยตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซนในภาพรวมและโทนท่าทีของ ECB เมื่อเทียบกับธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยเมื่อพิจารณาว่าเงินเฟ้อรวมของยูโรโซนยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% เราไม่เห็นว่าการประกาศครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงกรณีฐานที่ ECB อาจ “พักแบบเข้มงวด” (hawkish pause) ซึ่งอาจช่วยพยุงคู่เงิน EUR/USD ได้ในระยะสั้น