ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลี (ปรับฤดูกาล) เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่มองว่าจะลดลง 0.1% สะท้อนผลงานรายเดือนของภาคโรงงานที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด
สัญญาณฟื้นตัวของภาคการผลิตอิตาลีหนุนมุมมองเชิงบวกต่อยูโรโซน
การปรับขึ้นแบบ “เซอร์ไพรส์” 0.5% ของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอิตาลีในเดือนเมษายน บ่งชี้ว่าความกังวลในช่วงต้นไตรมาสอาจมากเกินไป ข้อมูลเชิงบวกนี้ท้าทายภาพเล่าเรื่องว่าภาคการผลิตยูโรโซนยังชะงักงัน เรามองว่านี่เป็นสัญญาณเริ่มต้นว่าตลาดอาจประเมินความแข็งแกร่งพื้นฐานของเศรษฐกิจต่ำเกินจริง
มุมมองดังกล่าวยิ่งได้รับแรงหนุนจากข้อมูลล่าสุด โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของอิตาลีเดือนพฤษภาคมปรับขึ้นสู่ 51.2 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สะท้อนว่าแรงส่งจากเดือนเมษายนยังต่อเนื่องไปจนถึงปลายไตรมาส 2 ดังนั้นควรพิจารณาว่าการฟื้นตัวมีความยั่งยืนมากกว่าที่ตลาด “ตั้งราคา” ไว้ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนพฤษภาคมทรงตัวที่ 2.4% ไม่ลดลงแรงอย่างที่ตลาดคาดหวัง ขณะที่ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวด (hawkish) ล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ ECB ก็ช่วยลดทอนความคาดหวังต่อวัฏจักรการปรับลดดอกเบี้ยแบบเร่งตัว ความแตกต่างของทิศทางนโยบายนี้สร้างโอกาสในช่วงที่ตลาดอัตราดอกเบี้ยค่อย ๆ ปรับมุมมองให้สอดคล้องกับข้อมูลมากขึ้น
โอกาสการลงทุนในหุ้นอิตาลีและเงินยูโร
จากปัจจัยข้างต้น เราเชื่อว่าความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ในตลาดหุ้นยูโรโซนอยู่ในระดับต่ำเกินไป โดยดัชนี V2X ซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปีที่ 13 เราควรพิจารณาซื้อออปชันคอล (call options) บนดัชนี FTSE MIB เพื่อรับสัมผัสโดยตรงต่อแนวโน้มอิตาลีที่ปรับดีขึ้นในต้นทุนที่ค่อนข้างถูก กลยุทธ์ดังกล่าวได้ประโยชน์ทั้งจากตลาดที่ปรับขึ้นและจากความผันผวนที่เพิ่มขึ้น
ในตลาดเงิน ยิ่งตอกย้ำมุมมองต่อเงินยูโรที่มีความทนทานมากขึ้น ตลาดได้สะท้อนการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ ECB เกือบ 75 เบสิกพอยต์ภายในสิ้นปี ซึ่งขณะนี้ดูผ่อนคลาย (dovish) เกินไป เรากำลังพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จาก EUR/USD ที่แข็งค่าขึ้น เช่น คอลสเปรด (call spreads) เพื่อวางตำแหน่งรับการปรับ “ตั้งราคาใหม่” ของความคาดหวังต่อนโยบายธนาคารกลาง