ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.5% สะท้อนว่าการเติบโตของราคาต้นน้ำในช่วงดังกล่าวเร่งตัวมากกว่าที่ประเมินไว้
แรงกดดันเงินเฟ้อและนัยต่อทิศทางนโยบายการเงิน
PPI เดือนพฤษภาคมที่ออกมาสูงกว่าคาด บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อภายในญี่ปุ่นมีความ “เหนียว” มากกว่าที่คาดไว้ โดยตัวเลข 0.9% เทียบกับคาดการณ์ 0.5% ช่วยเสริมเหตุผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงิน เรามองว่าสัญญาณนี้เพิ่มโอกาสของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในไตรมาส 3 อย่างมีนัยสำคัญ
ภายใต้มุมมองดังกล่าว เราจัดพอร์ตเพื่อรับแนวโน้มเงินเยนแข็งค่าภายในหลายสัปดาห์ข้างหน้า คู่เงิน USD/JPY ซึ่งยังคงยืนเหนือระดับ 158 มาระยะหนึ่ง ดูมีความเสี่ยงต่อการปรับลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น เราเห็นโอกาสในการซื้อออปชัน JPY call เพื่อรับประโยชน์หากธนาคารกลางส่งสัญญาณ “สายเหยี่ยว” มากขึ้น
ข้อมูล PPI ครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว โดยเกิดขึ้นหลังตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ของโตเกียวล่าสุดที่ 2.4% ซึ่งอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของ BoJ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ติดต่อกัน แรงกดดันที่ต่อเนื่องดังกล่าว ผนวกกับการปรับขึ้นค่าจ้างระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 5.5% จากการเจรจาฤดูใบไม้ผลิ “ชุนโตะ” (Shunto) ชี้ว่าเงินเฟ้อภายในประเทศเริ่มยึดเหนี่ยวได้มากขึ้น ยิ่งตอกย้ำมุมมองของเราว่า BoJ อาจหลีกเลี่ยงการขยับนโยบายได้ยากขึ้น
ความเสี่ยงต่อตลาดหุ้นและพลวัตตลาดเงิน
สำหรับผู้ลงทุนหุ้น สัญญาณเงินเฟ้อรอบนี้ถือเป็นแรงกดดันต่อดัชนี Nikkei 225 เราคาดว่าความผันผวนของตลาดจะเพิ่มขึ้น และแนะนำให้ลูกค้าป้องกันความเสี่ยงของสถานะซื้อ (long) ผ่านการซื้อ put options บนดัชนี เนื่องจากความเป็นไปได้ของต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจกดดันกำไรบริษัท ทำให้หุ้นดูน่าสนใจลดลง
เรายังจำได้ถึงปฏิกิริยาที่รุนแรงของตลาดหลังการปรับนโยบายครั้งล่าสุดช่วงปลายปี 2025 ซึ่งทำให้เงินเยนแข็งค่ากว่า 5% ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ บทเรียนจากอดีตสะท้อนว่าตลาดเงินมักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ BoJ อย่างรวดเร็วและรุนแรง ดังนั้น การวางสถานะล่วงหน้าก่อนการเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นจริงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง