USD/CHF ปรับขึ้น 0.11% ในวันอังคาร สู่บริเวณ 0.7991 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 สัปดาห์ หลังภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk aversion) หนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและดันคู่เงินเข้าใกล้ 0.8000 ภาพทางเทคนิคยังคงเอื้อต่อการปรับขึ้น หลังรูปแบบ “หัวและไหล่กลับตัว (inverse head-and-shoulders)” ยืนยันด้วยการทะลุเส้นคอ (neckline) ทำให้อคติขาขึ้นยังคงอยู่ ขณะที่ตัวชี้วัดโมเมนตัมก็เอนเอียงเชิงบวก โดยดัชนี RSI ทรงตัวแถว 65
หากทะลุ 0.8000 ได้ เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่เป้าหมายวัดจากรูปแบบ (measured objective) บริเวณ 0.8040–0.8050 ซึ่งต่อจากนั้นจะทำให้ระดับ 0.8100 เข้ามาอยู่ในสายตา ถัดไปคือจุดสูงสุดแบบสวิงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 ที่ 0.8124 และตามด้วย 0.8200 ส่วนฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่ที่จุดสูงสุดรายวันของวันที่ 5 มิ.ย. ที่ 0.7968 จากนั้น 0.7950 และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 200 วัน (200-day SMA) ที่ 0.7907 นอกจากนี้ ฟรังก์สวิสเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุดในกลุ่มสกุลเงินหลักที่ระบุ เมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย
สัญญาณทางเทคนิคและกลยุทธ์เริ่มต้น
รูปแบบ inverse head-and-shoulders ที่ได้รับการยืนยันใน USD/CHF ให้สัญญาณขาขึ้นที่ชัดเจน โดยมองว่าการเบรกเหนือเส้นคอเป็นเหตุผลที่แข็งแรงในการวางสถานะเพื่อเล่นฝั่งขาขึ้นต่อในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า RSI ที่ทรงตัวใกล้ 65 บ่งชี้ว่ากำลังซื้อกำลังพักฐาน/สะสมแรงก่อนมีโอกาสเร่งขึ้นอีกระลอก
เมื่อคู่เงินกำลังทดสอบระดับ 0.8000 มองว่าการซื้อคอลออปชัน (call options) เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อเก็บโอกาสจากการเคลื่อนไหวที่คาดไปยังเป้าหมาย 0.8050 ข้อมูล CPI สหรัฐล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ออกมาที่ 3.1% หนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น เนื่องจากลดความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในไตรมาสนี้ ปัจจัยพื้นฐานดังกล่าวช่วยเสริมมุมมองทางเทคนิค
ภาพรวมมหภาคและการบริหารความเสี่ยง
แรงหนุนของดอลลาร์สหรัฐยิ่งเด่นชัดขึ้นจากท่าทีผ่อนคลาย (dovish) ของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) โดยคอมเมนต์ล่าสุดของ SNB สะท้อนความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อสวิสอยู่ในระดับต่ำที่ 1.2% ความแตกต่างด้านนโยบายที่เพิ่มขึ้นระหว่างเฟดที่ยังแข็งกร้าวกับ SNB ที่เริ่มผ่อนคลาย ถือเป็นตัวเร่งสำคัญต่อ USD/CHF
หากแตะเป้าหมาย 0.8050 จะมองเป้าหมายถัดไปที่ 0.8100 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มช่วงปลายปี 2024 เมื่อการคงดอกเบี้ยแบบเข้มงวดของเฟด (hawkish hold) นำไปสู่การแข็งค่าของดอลลาร์อย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางมีท่าทีผ่อนคลายมากกว่า โดยสามารถใช้คอลสเปรดระยะยาว (longer-dated call spreads) เพื่อวางตำแหน่งสำหรับการเคลื่อนไหวที่ยืดเยื้อขึ้น พร้อมบริหารต้นทุนพรีเมียม
อย่างไรก็ดี ต้องบริหารความเสี่ยงหากการเบรกขึ้นล้มเหลว การหลุดต่ำกว่าแนวรับ 0.7950 จะเป็นสัญญาณแรกว่าโมเมนตัมขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง ซึ่งอาจเป็นจังหวะในการซื้อพุทออปชัน (protective put options) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedge) ของสถานะลองที่ถืออยู่