การเติบโตของสินเชื่อธนาคารในญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคมออกมาดีกว่าคาด โดยยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบรายปี เทียบกับคาดการณ์ 5.6% สะท้อนว่าการขยายตัวของสินเชื่อยังทรงตัวเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ
ส่วนต่างระหว่างตัวเลขจริงกับประมาณการของตลาดอยู่ที่ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ผลในเดือนพฤษภาคมทำให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อธนาคารสูงกว่าที่ตลาดคาด และยังคงรักษาอัตราเร่งรายปีไว้ในกรอบกลางระดับ 5%
นัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินและค่าเงินเยน
ข้อมูลสินเชื่อธนาคารเดือนพฤษภาคมที่แข็งแกร่งกว่าคาด บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งต่อเนื่องของเศรษฐกิจภายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตอกย้ำหลักฐานว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังก่อตัวมากขึ้น ส่งผลให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) อยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยาก เรามองว่าสิ่งนี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่ BoJ จะส่งสัญญาณนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น (hawkish) ในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้
พัฒนาการดังกล่าวหนุนกรณีที่ค่าเงินเยนอาจแข็งค่าขึ้น หลังเผชิญแรงกดดันมาตลอดช่วงเกือบทั้งปีที่ผ่านมา โดย USD/JPY ปัจจุบันซื้อขายใกล้ระดับ 168 เราเชื่อว่าข้อมูลนี้อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการกลับทิศ (reversal) และกำลังพิจารณาซื้อออปชัน JPY แบบคอล เพื่อวางสถานะรับโอกาสที่อัตราแลกเปลี่ยนอาจขยับกลับไปแถวระดับ 160 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
การเติบโตของสินเชื่อประกอบกับเงินเฟ้อพื้นฐานที่ทรงตัวเหนือเป้าหมาย 2% ต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งปี ทำให้ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Core CPI ของญี่ปุ่นเดือนเมษายนอยู่ที่ 2.8% สูงกว่าเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น เราจะมองหาโอกาสเข้าทำสถานะในสัญญาอัตราดอกเบี้ยสว็อป (interest rate swaps) ที่จะได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนระยะสั้นของญี่ปุ่น
ผลกระทบต่อตลาดหุ้น
สำหรับตลาดหุ้น ข่าวนี้ให้ภาพที่ผสมผสาน เนื่องจากความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยอาจกลบความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ดัชนี Nikkei 225 ชะงักใกล้ระดับ 42,000 จุด สะท้อนความลังเลของนักลงทุน เรามองว่าเป็นเหตุผลให้เพิ่มความระมัดระวัง และจะพิจารณาซื้อพุทออปชัน (protective puts) บนดัชนีเพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedge) ของสถานะฝั่งซื้อที่ถืออยู่ หากเกิดการปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญ