GBP/USD ปรับขึ้นแตะบริเวณ 1.3430 ในช่วงต้นการซื้อขายยุโรป หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี ตลอด 4 เซสชันที่ผ่านมา คู่เงินยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 1.3407-1.3485 โดยพฤติกรรมราคาเกาะติดความคืบหน้าที่จำกัดของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพถาวร: สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า คณะเจรจาเตหะรานได้ยุติการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านคนกลางเพื่อประท้วงเหตุโจมตีในเลบานอน ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า การหารือยังดำเนินต่อไป และอายะตุลลอฮ์ของอิหร่านซึ่งระบุว่าเป็นผู้นำสูงสุด โมจตาบา คาเมเนอี มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย การปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยืดเยื้อยังเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินของเศรษฐกิจผู้นำเข้าน้ำมัน
ตลาดยังจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP) ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมในวันศุกร์ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของเฟด ในเชิงเทคนิค GBP/USD ยังมีอคติขาลงระยะสั้นตราบใดที่ยังอยู่ต่ำกว่าเส้น EMA 20 งวดที่ 1.3456 โดยรูปแบบ Symmetrical Triangle สะท้อนแนวโน้มภาพใหญ่แบบแกว่งตัวออกข้าง และ RSI ยืนในกรอบ 40.00-60.00 แนวต้านอยู่ที่ 1.3456 และถัดไป 1.3478; แนวรับอยู่ใกล้ 1.3408 โดยหากหลุดลงจะเปิดทางไปยังจุดต่ำสุดวันที่ 18 พ.ค. ที่ 1.3300
การซื้อขายในกรอบและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
เรากำลังเห็น GBP/USD ติดอยู่ในกรอบแคบ โดยเคลื่อนไหวแถว 1.2755 สะท้อนภาวะลังเลของตลาดในวงกว้าง ขณะที่นักลงทุนรอปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจน ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะแรงเสียดทานทางการค้าระลอกใหม่ระหว่างวอชิงตันและปักกิ่ง ทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ชะลอการตัดสินใจในระยะนี้
ปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักกับรายงาน NFP ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมในวันพรุ่งนี้ โดยฉันทามติมองการจ้างงานเพิ่มขึ้นราว 185,000 ตำแหน่ง ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจครั้งถัดไปของเฟด หากตัวเลขออกมาเบี่ยงเบนจากคาดมาก จะเพิ่มความผันผวนให้ดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ
ท่ามกลางเงินเฟ้อสหรัฐล่าสุดที่ยังทรงตัวสูงที่ 3.2% หากรายงานการจ้างงานออกมาอ่อนแอ อาจทำให้เส้นทางนโยบายของเฟดซับซ้อนขึ้น และมีแนวโน้มกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่า โดยสามารถย้อนดูเหตุการณ์ NFP พลาดคาดครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคม 2023 เพื่อเห็นว่าความประหลาดใจของข้อมูลสามารถทำให้ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงและทันทีได้ นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ควรประมาท
มุมมองทางเทคนิคและกลยุทธ์การซื้อขาย
ฝั่งสเตอร์ลิง เงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรที่ยังเหนียว ล่าสุดรายงานที่ 3.5% ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังคงมีท่าทีคุมเข้ม (hawkish) ปัจจัยพื้นฐานนี้ช่วยหนุนเงินปอนด์และก่อให้เกิดภาวะชะงักงันเมื่อเทียบกับดอลลาร์ อีกทั้งช่วยสร้าง “พื้น” ให้คู่เงินในระยะนี้
ภายใต้ความไม่แน่นอนที่สูง เรามองว่ากลยุทธ์ที่รอบคอบที่สุดคือ “ซื้อความผันผวน” (buy volatility) โดยกลยุทธ์ออปชันอย่าง straddle หรือ strangle อาจมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทำกำไรได้หากราคาเหวี่ยงแรงไม่ว่าทิศทางใดหลังประกาศข้อมูลการจ้างงาน ทั้งนี้ ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ขณะนี้อยู่ในระดับปานกลาง สะท้อนว่าต้นทุนของสถานะดังกล่าวยังไม่แพงเกินไป
ในเชิงเทคนิค คู่เงินกำลังบีบตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวต้านสำคัญใกล้ 1.2800 และแนวรับแข็งแกร่งบริเวณ 1.2700 การทะลุกรอบอย่างชัดเจนหลังประกาศ NFP มีโอกาสเป็นสัญญาณของเทรนด์ใหญ่รอบถัดไป จนกว่าจะถึงตอนนั้น เราคาดว่าการแกว่งตัวออกข้างจะยังดำเนินต่อไป