ผู้ว่าการธนาคารกลางฟินแลนด์ โอลลี เรห์น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่าเมื่อวันอังคารว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายเดือนนี้ หากเกิดขึ้น ควรถูกมองว่าเป็นมาตรการ “ประกันภัย” เพื่อรับมือความเสี่ยงเงินเฟ้อในอนาคต ECB ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในแฟรงก์เฟิร์ต เป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับยูโรโซน และมีเป้าหมายคุมเงินเฟ้อให้อยู่ใกล้ 2% โดยใช้นโยบายต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นหรือต่ำลงเป็นเครื่องมือหลัก การตัดสินใจนโยบายทำโดยคณะผู้ว่าการ ECB (Governing Council) ผ่านการประชุมตามกำหนดปีละ 8 ครั้ง โดยมีผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งชาติลงคะแนนร่วมกับกรรมการถาวร 6 คน รวมถึงประธาน คริสติน ลาการ์ด
เงินยูโรแทบไม่ตอบสนองต่อถ้อยแถลงดังกล่าว โดย EUR/USD เพิ่มขึ้น 0.1% มาอยู่ราว 1.1645 นอกเหนือจากนโยบายดอกเบี้ยแล้ว ECB ยังสามารถใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งเป็นการสร้างเงินยูโรเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ เช่น พันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชน ซึ่งโดยทั่วไปจะกดดันค่าเงิน และเคยถูกใช้ในช่วงปี 2009-11 ใช้อีกครั้งในปี 2015 และในช่วงการระบาดใหญ่ ขณะที่นโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณ (QT) เป็นการกลับทิศทางดังกล่าวด้วยการหยุดซื้อพันธบัตรสุทธิ และยุติการนำเงินต้นที่ครบกำหนดไถ่ถอนไปลงทุนต่อ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นปัจจัยหนุนเงินยูโร
สัญญาณเชิงเข้มงวดจาก ECB กระตุ้นการประเมินเงินยูโรใหม่
เรามองว่าความเห็นล่าสุดจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรปเป็นสัญญาณชัดเจนถึงท่าทีเชิงเข้มงวด (hawkish) มากขึ้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ถูกวางกรอบว่าเป็นมาตรการ “ประกันภัย” สะท้อนว่า ECB กังวลต่อเงินเฟ้อมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนสถานะการลงทุนในเงินยูโรในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
มุมมองดังกล่าวยิ่งได้รับการสนับสนุนจากการประเมินเร่งด่วน (flash estimate) ล่าสุดของ Eurostat ที่ระบุว่าเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2026 ยังอยู่ในระดับสูงที่ 2.8% ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ยังเหนียวตัว โอกาสของการขึ้นดอกเบี้ยเชิงป้องกันล่วงหน้าจึงมีน้ำหนักมากขึ้น เราเชื่อว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปอย่างเต็มที่
การวางสถานะตลาดและกลยุทธ์บริหารความเสี่ยง
ภายใต้ภาพดังกล่าว เราวางสถานะให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเน้นการเข้าซื้อออปชัน EUR/USD แบบคอล (call options) ระยะสั้น เพื่อรับประโยชน์จากโอกาสการปรับขึ้นหลังการประกาศนโยบายของ ECB ณ วันนี้ โดย EUR/USD ซื้อขายใกล้ 1.0950 การขยับขึ้นไปแถว 1.1100 ดูมีความเป็นไปได้มากขึ้น
ตลาดอนุพันธ์เริ่มสะท้อนความไม่แน่นอนนี้ โดยความผันผวนโดยนัย (implied volatility) อายุ 1 เดือนของ EUR/USD ขยับขึ้นจาก 5.5% เป็น 6.2% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่านักเทรดเริ่มซื้อการป้องกันความเสี่ยงและวางเดิมพันเชิงทิศทางต่อการแกว่งตัวที่มากกว่าคาด เรามองว่าการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของความผันผวนนี้เป็นสัญญาณเริ่มต้นที่สนับสนุนการตั้งสถานะ และยังไม่อยู่ในระดับที่ทำให้ต้นทุนสูงจนเป็นอุปสรรค
ในอดีต การเริ่มต้นวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB มักเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเงินยูโร ดังที่เกิดขึ้นในช่วงการคุมเข้มเชิงรุกซึ่งเริ่มในเดือนกรกฎาคม 2022 ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของค่าเงิน หลังจากยูโรอ่อนค่าลงไปแตะระดับเทียบเท่าดอลลาร์ (parity) เราเห็นความคล้ายคลึงกับการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศการลงทุนในระยะแรก แม้จะเป็นในขนาดที่เล็กกว่ามาก
เพื่อบริหารความเสี่ยงกรณี ECB ตัดสินใจผ่อนคลายกว่าคาด (dovish surprise) เราพิจารณาใช้กลยุทธ์ bull call spread ด้วย กลยุทธ์นี้จะจำกัดอัพไซด์ที่เป็นไปได้ แต่ช่วยลดพรีเมียมที่จ่าย เป็นวิธีที่อนุรักษนิยมกว่าในการแสดงมุมมองเชิงบวกต่อเงินยูโร ทำให้เรายังได้ประโยชน์หากเกิดแรงรีบาวด์ พร้อมปกป้องเงินทุนหาก ECB เลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม