ราคาทองคำในอินเดียปรับขึ้นในวันอังคาร ตามข้อมูลรวบรวมของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 13,832.82 รูปีต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 13,766.94 รูปีในวันจันทร์ ขณะที่ราคาต่อโทลาปรับขึ้นเป็น 161,341.70 รูปี จาก 160,574.90 รูปี นอกจากนี้ FXStreet ยังประเมินราคาไว้ที่ 138,326.80 รูปีต่อ 10 กรัม และ 430,293.90 รูปีต่อทรอยออนซ์
ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากการแปลงราคาทองคำในตลาดโลกผ่านอัตรา USD/INR มาเป็นหน่วยและสกุลเงินท้องถิ่น โดยอัปเดตรายวันตามอัตราตลาด ณ เวลาที่เผยแพร่ ทั้งนี้ระดับราคาที่อ้างอิงเป็นราคาเชิงบ่งชี้ และราคาท้องถิ่นอาจแตกต่างเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ที่อ้างถึงในรายงานระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรอง 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นยอดซื้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ
แนวโน้มราคาทองคำและอิทธิพลจากปัจจัยมหภาค
เรากำลังเห็นราคาทองคำไต่ระดับขึ้น และการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยรายวันนี้สะท้อนแนวโน้มที่ใหญ่กว่านั้นมาก ภายใต้สภาพแวดล้อมเศรษฐกิจในปัจจุบัน เราคาดว่าโมเมนตัมขาขึ้นนี้จะดำเนินต่อไปในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ผู้ค้าตราสารอนุพันธ์ควรวางสถานะเพื่อรับแรงหนุนต่อเนื่องของโลหะมีค่า
ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักอย่างมากต่อการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจากธนาคารกลางหลัก รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ณ เดือนมิถุนายน 2026 ตลาดกำหนดราคาไว้แล้วว่าอย่างน้อยจะมีการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในสิ้นปี ซึ่งทำให้การถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยอย่างทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้น ความคาดหวังดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งโดยทั่วไปเคลื่อนไหวสวนทางกับทองคำ
เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนกังวล แม้จะชะลอลงจากระดับสูงสุดก่อนหน้า ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดของสหรัฐฯ ชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงทรงตัวเหนียวแน่นที่ 2.8% สูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ สภาพแวดล้อมนี้ย้ำบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการกัดกร่อนของอำนาจซื้อ
อุปสงค์จากธนาคารกลาง ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และกลยุทธ์การเทรด
เรายังเห็นอุปสงค์ที่ต่อเนื่องและแข็งแกร่งจากธนาคารกลางทั่วโลก ต่อเนื่องจากการซื้อในระดับทำสถิติของปี 2022 และ 2023 ธนาคารกลางยังคงเพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองตลอดครึ่งแรกของปี 2026 การซื้ออย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยสร้าง “ฐานรองรับ” ที่แข็งแกร่งให้กับราคาทองคำ โดยลดปริมาณอุปทานที่มีอยู่ในตลาดโลก
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงคุกรุ่น และเป็นแรงหนุนต่อเนื่องให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หากความตึงเครียดทั่วโลกทวีความรุนแรง มีแนวโน้มจะเกิดแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย (flight to safety) ซึ่งจะหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม ภาพรวมดังกล่าวทำให้การถือสถานะ “ชอร์ต” ทองคำมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ
สำหรับผู้ค้าตราสารอนุพันธ์ เราเห็นว่าการซื้อออปชันแบบคอล (call options) เป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อจับโอกาสขาขึ้น พร้อมบริหารความเสี่ยง เนื่องจากสามารถมีส่วนร่วมกับการปรับขึ้นของราคาโดยกำหนดขาดทุนสูงสุดได้ชัดเจน เรามองการย่อตัวระยะสั้นของตลาดเป็นโอกาสในการทยอยสะสมสถานะเชิงบวกดังกล่าว