การคาดการณ์ของตลาดต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เริ่มเย็นลงหลังถ้อยแถลงล่าสุดของผู้ว่าการ แอนดรูว์ เบลีย์ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงก็ช่วยบรรเทาความคาดหวังต่อการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ช่วงหนึ่งนักลงทุนเคยคาดว่า BoE อาจคุมเข้มมากกว่า 80bp ในปีนี้ แต่ล่าสุดลดลงเหลือ 33bp เบลีย์ระบุว่า BoE อาจ “มองข้าม” เงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายชั่วคราวได้ ตราบใดที่ยังไม่เกิดผลกระทบระลอกสอง (second-round effects)
เงินปอนด์ยังคงค่อนข้างยืดหยุ่น แม้การคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยจะเปลี่ยนไป อย่างไรก็ดี โทนดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นถูกมองว่ายังจำกัดการฟื้นตัวของ GBP/USD แถว 1.3500 ส่วนในคู่ครอส EUR/GBP ถูกระบุว่ามีแรงพยุงบริเวณ 0.8610/20 บทความนี้จัดทำโดยใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์และผ่านการทบทวนโดยบรรณาธิการ
การเปลี่ยนโทนนโยบาย BoE ช่วยลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ย
เราเห็นว่า BoE สามารถกดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้เงินปอนด์จะยังค่อนข้างทนทาน แต่กระแสดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่งมีแนวโน้มจำกัดการปรับขึ้นของ GBP/USD ใกล้ระดับ 1.3000 ซึ่งยังสะท้อนว่า EUR/GBP น่าจะมีแนวรับที่แข็งแรงบริเวณ 0.8550
ไม่นานมานี้ ตลาดยังเคยตีมูลค่าโอกาสที่ BoE จะขึ้นดอกเบี้ยเต็ม ๆ 2 ครั้ง ครั้งละ 25bp ก่อนสิ้นปี อย่างไรก็ดี หลังข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดซึ่งแสดงให้เห็นว่า CPI ทรงตัวที่ 2.5% ขณะนี้ตลาดประเมินโอกาสเพียง 40% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนี้สะท้อนโทนที่ระมัดระวังมากขึ้นของธนาคารกลาง
ในถ้อยแถลงล่าสุด ผู้ว่าการฯ เน้นว่าเมื่อการเติบโตของค่าจ้างในสหราชอาณาจักรชะลอลงมาอยู่ที่ 3.8% ต่อปีในที่สุด ธนาคารสามารถมองข้ามเงินเฟ้อภาคบริการที่หนืดเล็กน้อยได้ ความกังวลต่อผลกระทบระลอกสองจำนวนมากดูเหมือนจะลดลง ซึ่งเปิดโอกาสให้ BoE หยุดและประเมินผลจากการคุมเข้มที่ผ่านมา
กลยุทธ์ตลาด FX และความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ มุมมองนี้ทำให้ “ขายเมื่อสเตอร์ลิงแข็งค่า” เทียบดอลลาร์ กลายเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เราเชื่อว่าการขายคอลออปชัน (call options) บน GBP/USD โดยมีราคาใช้สิทธิ (strike) แถว 1.3050 อาจเป็นวิธีที่เหมาะสมเพื่อใช้ประโยชน์จากเพดานการปรับขึ้นที่คาดไว้ พรีเมียมจากโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ BoE ที่ลดลง ไม่ได้สนับสนุนการถือสถานะ Long เชิงรุกเหมือนเดิม
มุมมองดังกล่าวยิ่งได้รับแรงหนุนจากความแข็งแรงต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งรายงานการจ้างงานเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 220,000 ตำแหน่ง ตรงข้ามกับตัวเลขการเติบโตของสหราชอาณาจักรที่ชะลอลง และตอกย้ำท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่มีแนวโน้มคงนโยบายตึงตัวนานขึ้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะยังคงเอื้อให้ดอลลาร์ได้เปรียบต่อไป