TD Securities ระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดในตลาดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐถูกขับเคลื่อนโดยพาดหัวข่าวที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับอิหร่าน และการปรับพอร์ตช่วงสิ้นเดือน เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury curve) ชันขึ้นในวันศุกร์ หลังมีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการยุติสงครามในอิหร่านซึ่งดึงอัตราดอกเบี้ยให้แกว่งคนละทิศทาง ก่อนจะเกิดแรงซื้อช่วงท้ายเข้าสู่สิ้นเดือน แรงซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการขยายอายุคงค้าง (month-end extension) ของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐราว 0.10 ปี ยิ่งตอกย้ำการโฟกัสต่อพลวัตของ duration และความเคลื่อนไหวระยะสั้นในดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนสหรัฐ
ความสนใจหันไปยังสัปดาห์ที่มีข้อมูลเศรษฐกิจหนาแน่น นำโดยตัวเลขแรงงานและกิจกรรมเศรษฐกิจ TD คาดว่า nonfarm payrolls จะออกมาในโทน dovish ที่ 60,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานคาดว่าจะขยับขึ้นสู่ 4.4% นอกจาก NFP แล้ว ปฏิทินยังมี ISM ภาคบริการและภาคการผลิต รวมถึง JOLTS และ ADP ในช่วงต้นสัปดาห์ และศาลฎีกาสหรัฐคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยในวันพฤหัสบดี สำหรับ ISM ภาคการผลิต TD คาดว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้น 1 จุดสู่ 53.7 สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 53.0 โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการผลิต ขณะที่ดัชนีราคาที่จ่าย (prices paid) ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตา ท่ามกลางช็อกราคาน้ำมันที่ยังดำเนินอยู่และต้นทุนปัจจัยนำเข้าที่สูงขึ้น
ความผันผวนของตลาดและแนวโน้มข้อมูลแรงงาน
เมื่อเข้าสู่เดือนมิถุนายน 2026 ความเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยในช่วงหลังมีสัญญาณสับสนผันผวน โดยถูกขับเคลื่อนจากพาดหัวข่าวภูมิรัฐศาสตร์และการปรับพอร์ตช่วงสิ้นเดือนมากกว่าข้อมูลเศรษฐกิจพื้นฐาน สถานการณ์ดังกล่าวปูทางสู่สัปดาห์สำคัญที่สถิติที่จะประกาศมีแนวโน้มชี้นำทิศทางตลาด เราคาดว่าจะเห็นความผันผวนสูงทั้งในอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์
เราวางสถานะรองรับรายงาน nonfarm payrolls ที่อ่อนแอ โดยคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มเพียง 60,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ 4.4% ล่าสุดตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉลี่ย 245,000 รายในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสนับสนุนมุมมองว่าตลาดแรงงานกำลังเย็นลง หากข้อมูลแรงงานออกมาอ่อนแอมีแนวโน้มกดอัตราดอกเบี้ยให้ลดลง ทำให้กลยุทธ์ซื้อคอลออปชันบนสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
สัญญาณภาคการผลิตและโอกาสการเทรด
อย่างไรก็ดี เรามองเห็นสัญญาณที่ขัดแย้งจากภาคการผลิต และคาดว่าดัชนี ISM จะปรับขึ้นสู่ 53.7 สูงกว่ามุมมองฉันทามติ โดยมีแรงหนุนจาก S&P Global Flash PMI ล่าสุดที่ออกมาแข็งแกร่งที่ 52.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หากรายงานภาคการผลิตออกมาดีกว่าคาด จะหนุนให้อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น และกดดันราคาพันธบัตรให้ลดลง
ด้วยแรงผลักที่สวนทางกันจากข้อมูลแรงงานและภาคการผลิต เราคาดว่าจะเกิดการพุ่งขึ้นของความผันผวน ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอายุ 1 สัปดาห์ขยับขึ้นแล้วสู่ 7.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนก่อนที่ 6.5% ทำให้กลยุทธ์ซื้อออปชันแบบ straddle หรือ strangle บนคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสทำกำไรจากการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ไม่ว่าทิศทางใด
การชันขึ้นของเส้นอัตราผลตอบแทนในวันศุกร์ยังเปิดโอกาสสำหรับนักเทรด เรามองว่ามีมูลค่าสำหรับกลยุทธ์ curve steepener เช่น เปิดสถานะ long ในฟิวเจอร์ส Treasury อายุ 2 ปี พร้อมกับเปิดสถานะ short ในฟิวเจอร์ส Treasury อายุ 10 ปี ซึ่งจะได้ประโยชน์หาก NFP อ่อนแอจนทำให้ตลาดเริ่มสะท้อนความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยระยะใกล้ที่รุนแรงขึ้น