ข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 มิถุนายน ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบปรับลดลง 8.262 ล้านบาร์เรล เทียบกับคาดการณ์ว่าจะลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล
ผลจริงสะท้อนว่าสต็อกลดลงมากกว่าที่คาดไว้ 3.662 ล้านบาร์เรล โดยอิงจากตัวเลขคาดการณ์ ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐตามรายงานของ EIA
อุปสงค์แข็งแกร่งกว่าคาด หนุนมุมมองเชิงบวกต่อตลาดน้ำมัน
การลดลงของสต็อกน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเกือบสองเท่าของที่ตลาดคาดไว้ บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งเกินคาด เรามองว่านี่เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจนต่อตลาดน้ำมัน สะท้อนว่าการบริโภคยังคงแข็งแกร่งในช่วงที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลขับขี่หน้าร้อนซึ่งเป็นช่วงพีคดีมานด์
รายงานนี้สอดคล้องกับมุมมองของเราที่ว่าอุปสงค์ตามฤดูกาลกำลังฟื้นตัวแข็งแกร่ง ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าการบริโภคน้ำมันเบนซินในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นปรับขึ้นเหนือ 95% เพื่อรองรับความต้องการเชื้อเพลิง ยืนยันว่าน้ำมันดิบถูกนำไปกลั่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ถูกกักเก็บไว้เฉย ๆ ในคลัง
พลวัตด้านอุปทานและการวางสถานะรับราคาช่วงพีคซีซัน
ด้านอุปทาน เราประเมินว่า OPEC+ ได้ยืนยันความมุ่งมั่นในการคงมาตรการลดกำลังการผลิตต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3 ซึ่งช่วยตัดปัจจัยเสี่ยงของอุปทานใหม่ที่อาจเข้ามาชดเชยอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ตลาดตึงตัวกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
จากปัจจัยดังกล่าว เราจึงวางสถานะเพื่อรับโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า โดยมองว่าการเข้าซื้อคอลออปชัน (call options) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI และ Brent ที่อายุสัญญาเดือนสิงหาคม มีความได้เปรียบด้านความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk-reward) กลยุทธ์นี้ช่วยให้สามารถมีส่วนร่วมกับแนวโน้มขาขึ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตลอดช่วงอุปสงค์สูงสุด
ในเชิงสถิติ ราคาน้ำมันมักทำจุดสูงสุดตามฤดูกาลในเดือนกรกฎาคม และภาพรวมปีนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก การผสมผสานระหว่างการลดลงของสต็อกที่เหนือความคาดหมายกับอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง สะท้อนรูปแบบคล้ายกับการปรับขึ้นของราคาช่วงหน้าร้อนในอดีต เราคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไป และอาจเร่งตัวขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงลึกของเดือนกรกฎาคมมากขึ้น