ยอดขายบ้านที่อยู่ระหว่างรอปิดการขาย (pending home sales) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพฤษภาคม จาก 3.2% ในงวดก่อนหน้า โดยการเร่งตัวดังกล่าวสะท้อนกิจกรรมการทำสัญญาซื้อขายที่แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าอัตราการเติบโตแบบรายปีของธุรกรรมที่อยู่ระหว่างรอปิดการขายปรับดีขึ้นในเดือนพฤษภาคมเมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนหน้า บ่งชี้อุปสงค์ที่ดีขึ้นในขั้นตอนการลงนามสัญญา โดย pending home sales เป็นตัวชี้วัดสัญญาซื้อขายที่ลงนามแล้ว และมักเป็นสัญญาณนำของยอดขายบ้านมือสองที่ปิดการขายจริง
ความแข็งแกร่งของตลาดที่อยู่อาศัยและนัยต่อเศรษฐกิจ
ข้อมูล pending home sales เดือนพฤษภาคมที่ขยับขึ้นสู่การเติบโต 4.8% เมื่อเทียบรายปีจาก 3.2% บ่งชี้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยกำลังร้อนแรงเร็วกว่าที่คาด เรามองว่านี่เป็นสัญญาณชัดเจนถึงความแข็งแกร่งพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐ การเร่งตัวดังกล่าวสะท้อนว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังแข็งแรงพอจะรองรับอัตราดอกเบี้ยจำนองในปัจจุบัน ซึ่งทรงตัวใกล้ระดับ 6.1% สำหรับสินเชื่ออัตราคงที่ 30 ปี
ความแข็งแกร่งของภาคที่อยู่อาศัยที่กลับมาอีกครั้งทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซับซ้อนขึ้น โดยเมื่อเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ยังเหนียวตัวที่ระดับ 2.8% ข้อมูลนี้ยิ่งทำให้เฟดมีเหตุผลยากขึ้นในการปรับลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้เรามองว่าตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยที่แข็งแกร่งเพิ่มน้ำหนักให้กับมุมมอง “ดอกเบี้ยสูงนาน” (higher for longer)
การวางพอร์ตและโอกาสการลงทุน
ด้วยปัจจัยดังกล่าว เรากำหนดกลยุทธ์รับมือกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่มีโอกาสปรับขึ้น วิธีการที่ตรงไปตรงมาคือการใช้ออปชันบน ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เช่น TLT โดยเฉพาะการซื้อพุต (puts) หรือจัดโครงสร้างพุตสเปรด (put spreads) ในอดีต ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เหนือคาด โดยเฉพาะในภาคที่อยู่อาศัย มักนำไปสู่แรงขายในพันธบัตรรัฐบาล กดราคาลงและดันอัตราผลตอบแทน (yields) ให้สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน เราเห็นโอกาสที่ชัดเจนในกลุ่มผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย (homebuilders) เอง เนื่องจากข้อมูลนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มดังกล่าว และเราคาดว่าหุ้นในกลุ่มจะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เรากำลังพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options) บน ETF เช่น iShares U.S. Home Construction ETF (ITB) เพื่อเก็บเกี่ยวโอกาสการปรับขึ้น
ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เหนือคาดนี้ยังอาจเพิ่มความผันผวนของตลาดโดยรวม เนื่องจากนักลงทุนปรับประมาณการต่อทิศทางนโยบายเฟดใหม่ ซึ่งชี้ไปสู่ความผันผวนที่สูงขึ้น เรากำลังพิจารณาซื้อคอลออปชันบนดัชนี VIX หรือใช้กลยุทธ์สตราดเดิล (straddles) บน S&P 500 ก่อนรายงานเงินเฟ้อครั้งถัดไป เพื่อใช้ประโยชน์จากความไม่แน่นอนดังกล่าว