คำสั่งซื้อเครื่องจักรหลัก (core machinery orders) ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบรายปีในเดือนเมษายน สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 9.3% สะท้อนว่าอุปสงค์ด้านการลงทุน (capital expenditure) แข็งแกร่งกว่าที่ประเมินไว้ในเดือนดังกล่าว
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงส่งของคำสั่งซื้อพื้นฐานแข็งแกร่งกว่าฉันทามติ โดยอัตราการขยายตัวจริงสูงกว่าประมาณการ 6.3 จุดเปอร์เซ็นต์ คำสั่งซื้อเครื่องจักรหลักถูกใช้อย่างแพร่หลายในฐานะตัวชี้นำล่วงหน้าแนวโน้มการลงทุนภาคธุรกิจในญี่ปุ่น
ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและวัฏจักรการลงทุน
ข้อมูลคำสั่งซื้อเครื่องจักรในเดือนเมษายนออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบรายปี นี่เป็นสัญญาณชัดเจนของความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งและแผนการลงทุน ซึ่งเป็นตัวชี้นำล่วงหน้าที่ทรงพลังต่อเศรษฐกิจ เรามองว่านี่เป็นการยืนยันว่าบริษัทญี่ปุ่นกำลังเตรียมพร้อมสำหรับวัฏจักรการเติบโต
แนวโน้มการลงทุนที่แข็งแกร่งนี้หนุนหุ้นญี่ปุ่นโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่ดัชนี Nikkei 225 เคลื่อนไหวในกรอบแคบใกล้ระดับ 41,000 จุด ในอดีต ช่วงที่การลงทุนเร่งตัวในลักษณะเดียวกัน เช่น ที่เห็นในปี 2017 มักนำหน้าด้วยการปรับขึ้นของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นเรากำลังพิจารณาซื้อออปชันคอล (call options) บน Nikkei 225 ที่มีวันหมดอายุเดือนสิงหาคมและกันยายน เพื่อวางสถานะรับโอกาสการ “เบรกกรอบ” ขึ้น
นัยต่อ BOJ และโอกาสในการเทรด
ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจพื้นฐานอาจเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยเฉพาะเมื่อเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) เดือนพฤษภาคมยังทรงตัวที่ 2.3% แม้ BOJ จะยังคงท่าทีระมัดระวัง แต่ข้อมูลล่าสุดนี้เพิ่มโอกาสที่จะเห็นถ้อยแถลงที่เข้มงวดขึ้น (hawkish) หรือการดำเนินการที่เข้มงวดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ด้วยเหตุนี้ เรากำลังประเมินการถือสถานะเชิงลบต่อ USD/JPY เช่น ผ่านการซื้อพุท (puts) เพื่อเก็งกำไรเยนแข็งค่า
จากขนาดของ “เซอร์ไพรส์” ครั้งนี้ เราคาดว่าความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชันทั้ง Nikkei และ JPY จะปรับสูงขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้เทรดเดอร์ขายพรีเมียมได้ เช่น การขายพุทสเปรด (put spreads) ที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money) บน Nikkei โดยตลาดจะมีความอ่อนไหวสูงต่อผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ Tankan ไตรมาส 2 ซึ่งจะประกาศในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อยืนยันแนวโน้มดังกล่าวเพิ่มเติม