EUR/USD ขยับขึ้นไปแตะ 1.1622 แต่ไม่สามารถทรงตัวเหนือ 1.1620 ได้ และต่อมาถอยกลับมาปิดที่ 1.1590 เพิ่มขึ้น 0.19% เนื่องจากแรงส่งเริ่มแผ่วลง คาดว่าพฤติกรรมราคาในระยะสั้นจะเข้าสู่การพักฐาน โดยมองว่าคู่เงินจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1.1570 ถึง 1.1610
ในช่วง 1-3 สัปดาห์ข้างหน้า คู่เงินยังคงมีอคติทางขึ้น ตราบใดที่ยืนเหนือ 1.1555 ได้ ขณะที่ 1.1650 ถูกระบุเป็นแนวต้านสำคัญ สำหรับช่วงต้นไตรมาส 3/26 การซื้อขายถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบ 1.1555–1.1750 โดย 1.1555 ถูกมองว่าเป็นขอบล่างที่เปราะบางกว่า; หากหลุดลงมาอาจเปิดทางสู่โซนแนวรับรายสัปดาห์ที่ 1.1390–1.1410 ภาพรวมตลาดลงวันที่ 05 มิ.ย. 2026 โดยอ้างอิง EUR/USD ที่ 1.1635
สัญญาณการพักฐานและปัจจัยพื้นฐานขับเคลื่อน
เราพบว่าโมเมนตัมขาขึ้นของยูโรเริ่มชะลอลง หลังจากพยายามฝ่าแนว 1.1620 แต่ยังทำได้ไม่สำเร็จ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของเราว่า การปรับขึ้นใด ๆ มีแนวโน้มถูกจำกัดใกล้บริเวณแนวต้าน 1.1650 ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า โดยคู่เงินดูเหมือนกำลังเข้าสู่ช่วงการพักฐาน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากข้อมูลล่าสุดที่สะท้อนว่าเงินเฟ้อยูโรโซนชะลอลงเล็กน้อยสู่ 2.4% ส่งผลให้แรงกดดันต่อธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลดลง อีกทั้งยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ก่อนยังช่วยพยุงดอลลาร์ ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำข้อจำกัดด้านบนของ EUR/USD
กลยุทธ์ในกรอบการซื้อขายท่ามกลางการบีบตัวของความผันผวน
ภายใต้แนวโน้มดังกล่าว เราเห็นว่าการขายออปชัน Call ที่ราคาใช้สิทธิ (strike) ที่ระดับ 1.1650 หรือสูงกว่า เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ แนวทางนี้ใช้ประโยชน์จากภาวะคาดการณ์การพักฐาน และความยากที่คู่เงินจะยืนแรงรีบาวด์ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อาจพิจารณาใช้กลยุทธ์ Bear Call Spread เพื่อกำหนดความเสี่ยง ขณะยังมีโอกาสทำกำไรจากการแกว่งตัวออกข้างถึงอ่อนตัวลง
จำเป็นต้องติดตามแนวรับ 1.1555 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็น “เส้นแบ่ง” สำคัญของเรา การหลุดต่ำกว่าระดับนี้อย่างชัดเจนจะเป็นสัญญาณว่าโมเมนตัมเปลี่ยนทิศ และทำให้มุมมองอคติทางขึ้นระยะสั้นใช้ไม่ได้ ผู้ลงทุนอาจพิจารณาซื้อ Put ที่ strike ต่ำกว่า 1.1555 เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรต่อการปรับลงสู่บริเวณ 1.1400
ลักษณะการพักฐานลักษณะนี้ชวนให้นึกถึงพฤติกรรมตลาดในไตรมาส 4 ปี 2024 ซึ่งคู่เงินเคลื่อนไหวในกรอบแคบราว 200 pips ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ในช่วงนั้นความผันผวนโดยนัย (implied volatility) อยู่ในระดับต่ำ ทำให้กลยุทธ์อย่างการขาย Strangles หรือ Iron Condors ให้ผลค่อนข้างดี เราอาจกำลังก้าวเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่คล้ายกันในเวลานี้ ซึ่ง “การทำกำไรจากการไม่เคลื่อนไหว” จะเป็นเป้าหมายหลัก