EUR/USD ปรับขึ้น 0.36% หลังดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวันดังกล่าว ภายหลังโดนัลด์ ทรัมป์ยกเลิกการโจมตีอิหร่าน และระบุว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังสรุปข้อตกลงสันติภาพ โดยล่าสุดคู่เงินถูกเสนอราคาที่ 1.1579 แกว่งตัวสะสมกำลังใต้ 1.1600 หลังรีบาวด์จากจุดต่ำสุดของสัปดาห์บริเวณ 1.1589 ดัชนี Relative Strength Index (RSI) ปรับดีขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าระดับเป็นกลางที่ 50
หากทะลุ 1.1600 ได้ จะทำให้เห็นโซนแนวต้านที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) 50 วันและ 200 วันมาบรรจบกันราว 1.1655 ถึง 1.1676 โดยมี SMA 100 วันที่ 1.1689 ก่อนถึง 1.1700 หากคู่เงินไม่สามารถยืนเหนือ 1.1600 ได้ ความสนใจจะย้ายไปที่แนวรับ 1.1500 และหากหลุดระดับดังกล่าว เป้าหมายถัดไปคือจุดต่ำสุดรายวันวันที่ 30 มี.ค. ที่ 1.1443 ตามด้วย 1.1400 ตารางคะแนนค่าเงินของวันชี้ว่า ยูโรทำผลงานแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา
โครงสร้างตลาดปัจจุบันและปัจจัยขับเคลื่อน
เรามองว่าบทวิเคราะห์นี้โฟกัสที่ระดับ 1.1600 แต่ระดับดังกล่าวกลายเป็นเรื่องของอดีตจากยุคตลาดที่ต่างออกไปแล้ว ณ วันนี้ 12 มิถุนายน 2026 EUR/USD ซื้อขายใกล้ 1.0850 มากกว่า ทำให้ระดับเทคนิคเดิมเหล่านั้นแทบไม่เกี่ยวข้องกับการจัดวางสถานะในปัจจุบัน ปัจจัยขับเคลื่อนเปลี่ยนจากประเด็นการเมืองในอดีตไปสู่ความเป็นจริงของนโยบายธนาคารกลางอย่างชัดเจน
ปัจจัยหลักในตอนนี้คือ “ความแตกต่างของทิศทางนโยบาย” ระหว่างธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยเงินเฟ้อพื้นฐานของยูโรโซนล่าสุดยังทรงตัวที่ 2.9% ทำให้ ECB ส่งสัญญาณแนวทาง “คงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คาด” (higher for longer) ตรงข้ามกับสหรัฐฯ ที่ดัชนี PCE deflator ล่าสุดชะลอลงสู่ 2.5% เพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี
ภาพรวมเทคนิคและตลาดอนุพันธ์
ในมุมของอนุพันธ์ เราจับตา “สไตรก์ 1.0900” ของออปชัน Call เป็นแนวต้านสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน ขณะที่ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชันอายุ 1 เดือนปรับขึ้นสู่ 7.2% จาก 6.5% เมื่อเดือนก่อน สะท้อนว่าตลาดกำลัง “ตั้งราคา” โอกาสการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญมากขึ้นในช่วงก่อน/หลังการประชุมธนาคารกลางที่กำลังจะมาถึง หากหลุดแนวรับ 1.0780 อาจจุดชนวนการทำงานของคำสั่งตัดขาดทุน (stop-loss) ต่อเนื่องเป็นทอด ๆ
ในอดีต ช่วงที่ความแตกต่างด้านนโยบายธนาคารกลางมีนัยสำคัญ เช่นที่เกิดขึ้นในปี 2022 มักนำไปสู่แนวโน้ม (trend) ที่ยืดเยื้อในคู่เงิน เราคาดว่าความเห็นเชิงผ่อนคลาย (dovish) จากเจ้าหน้าที่ Fed ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าอาจเป็นตัวเร่งให้ราคาเคลื่อนขึ้นเหนือ 1.0900 เราจัดวางสถานะเพื่อใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมขาขึ้นที่เป็นไปได้ พร้อมทำเฮดจ์ป้องกันความเสี่ยงกรณีราคาหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุด