เป้าหมายการเติบโตของจีนและทิศทางนโยบาย
จีนตั้งเป้าหมายการเติบโตปี 2026 ไว้ที่ 4.5%–5% ลดลงจากการขยายตัว 5% ของปีก่อน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026–2030) ถูกยื่นต่อสภาประชาชนแห่งชาติในวันพฤหัสบดี โดยเน้น “การพัฒนาคุณภาพสูง” (เติบโตโดยเน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน) และ “พึ่งพาเทคโนโลยีของตนเอง” (ลดการพึ่งพาต่างประเทศด้านเทคโนโลยีสำคัญ) ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐ) จะผ่อนนโยบายเพิ่มเติม ทำให้มุมมองนโยบายยัง “เข้มงวด” (hawkish: มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ) และกดดัน NZD/USD NZD มักได้รับอิทธิพลจากเศรษฐกิจจีน เพราะจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ ราคานมและผลิตภัณฑ์นมก็สำคัญ เพราะเป็นสินค้าส่งออกหลักของนิวซีแลนด์ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: ธนาคารกลางของนิวซีแลนด์) ตั้งเป้าเงินเฟ้อ 1% ถึง 3% ในระยะกลาง โดยยึด 2% เป็นค่ากลาง การเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยและ “ส่วนต่างดอกเบี้ย” กับสหรัฐ (interest rate differential: ความต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) อาจกระทบอัตราแลกเปลี่ยน NZD/USDแผนการเทรดและมุมมองขาลง
เมื่อ NZD/USD หลุดระดับ 0.5950 เรามองว่าอาจมีโอกาสวางแผนเพื่อคาดหวังการอ่อนค่าต่อในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า แนวคิดหลักคือช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าและ “คิววี” (Kiwi: ชื่อเรียกดอลลาร์นิวซีแลนด์) ที่อ่อนค่า ความเสี่ยงโลกและปัจจัยในประเทศชี้ว่าแรงกดดันต่อคู่นี้อาจยังอยู่ การลดเป้าหมายการเติบโตปี 2026 ของจีนลงมาอยู่ที่ 4.5% ถึง 5% เป็นสัญญาณสำคัญ เพราะ NZD มักถูกมองเป็น “ตัวแทน” ของภาวะเศรษฐกิจจีน (proxy: ใช้แทนเพื่อสะท้อนภาวะของอีกสิ่งหนึ่ง) ข้อมูลล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยืนยันการชะลอ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของ Caixin (Caixin Manufacturing PMI: ดัชนีสำรวจภาคการผลิต ค่ามากกว่า 50 คือขยายตัว) อยู่ที่ 50.9 แปลว่าแทบไม่โต ซึ่งกระทบแนวโน้มส่งออกของนิวซีแลนด์และกดดันค่าเงิน อีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันสูง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude: มาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันโลก) ขึ้นเหนือ 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้กังวลเงินเฟ้อสหรัฐมากขึ้น ซึ่งเห็นจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวชี้เงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย) เดือนมกราคม 2026 ที่เงินเฟ้อ 3.1% ทำให้ Fed มีเหตุผลจะคงท่าทีเข้มงวดและหนุนดอลลาร์ให้แข็ง แม้ธนาคารกลางนิวซีแลนด์คงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.5% ในสัปดาห์ก่อน แต่ “แนวทางล่วงหน้า” (forward guidance: การสื่อสารทิศทางนโยบายในอนาคต) ไม่เข้มงวดเท่า Fed ส่วนต่างดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทำให้การถือดอลลาร์สหรัฐน่าสนใจกว่าถือ NZD เพิ่มแรงกดดันในประเทศอีกด้านคือผลประมูล Global Dairy Trade (GDT: การประมูลราคาสินค้านมระดับโลก ใช้เป็นตัวชี้นำราคานม) ล่าสุดที่ราคาปรับลดลงอีก ทำให้รายได้สำคัญของนิวซีแลนด์ลดลง เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในปี 2025 เมื่อความกังวลเรื่องการเติบโตโลกทำให้ NZD ถูกกดไว้ในฐานะ “สกุลเงินเสี่ยง” (high-risk currency: มักผันผวนและถูกขายเมื่อคนหลีกเลี่ยงความเสี่ยง) ตอนนี้นักลงทุนกลับมาเลือกดอลลาร์สหรัฐเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สิ่งที่คนถือเมื่อไม่แน่นอน) อีกครั้ง ภายใต้ภาพรวมนี้ การซื้อ “ออปชันพุต” (put options: สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไรจากการลง) บน NZD/USD อาจเหมาะเพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร หากราคาอาจลงไปแถว 0.5800
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets