FXStreet คำนวณราคาทองคำซาอุดีอาระเบียอย่างไร
FXStreet คำนวณราคาทองคำในซาอุฯ โดยแปลงราคาทองคำโลกผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/SAR (ดอลลาร์สหรัฐ/ริยาลซาอุฯ) และหน่วยชั่งน้ำหนักที่ใช้ในพื้นที่ ราคาอัปเดตทุกวันตามเวลาที่เผยแพร่ และใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น เพราะราคาจริงในท้องถิ่นอาจต่างกันเล็กน้อย ทองคำถูกใช้เป็น “ที่เก็บมูลค่า” (เก็บความมั่งคั่งไว้ได้นาน) และเป็น “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” (ใช้แลกซื้อขาย) และมักถูกมองเป็นเครื่องมือ “ป้องกันความเสี่ยง” จากเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าแพงขึ้น) และค่าเงินอ่อนตัว (เงินมีค่าน้อยลง) ธนาคารกลาง (หน่วยงานการเงินหลักของประเทศ) ถือทองคำมากที่สุด และใช้ทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของ “ทุนสำรอง” (เงิน/สินทรัพย์ที่ประเทศเก็บไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน) ข้อมูลจาก World Gold Council (องค์กรติดตามข้อมูลทองคำโลก) ระบุว่าในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับซื้อรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีบันทึก โดยจีน อินเดีย และตุรกีเป็นกลุ่มประเทศที่เพิ่มทุนสำรอง ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และอาจสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น) ราคาทองได้รับผลจากภูมิรัฐศาสตร์ (ความตึงเครียดระหว่างประเทศ) ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย และความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ เพราะทองคำซื้อขายในหน่วยดอลลาร์ (XAU/USD คือสัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์ โดย XAU หมายถึงทองคำ)ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่หนุนราคาทอง
ความแข็งแกร่งของทองคำช่วงล่าสุดยังเด่นชัด โดยสอดคล้องกับดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนลง และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลงเล็กน้อยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เทรดเดอร์ควรมองว่าไม่ใช่เรื่องเฉพาะพื้นที่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ ตลาดเริ่ม “คาดราคา” ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) จะมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น (dovish: เน้นลดดอกเบี้ย/ผ่อนเงิน) ซึ่งต่างจากท่าทีเข้มงวดที่เคยเห็น (hawkish: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) ในช่วงส่วนใหญ่ของปี 2025 จากรายงานการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐที่อัตราว่างงานขยับขึ้นเป็น 4.1% ตลาดจึงคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนถึงไตรมาส 3 สภาพแวดล้อมที่คาดว่าดอกเบี้ยจะต่ำลง ทำให้ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (สิ่งที่เสียไปเมื่อเลือกถืออย่างหนึ่งแทนอย่างอื่น) ของการถือทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ “ไม่ให้ดอกผล” (non-yielding: ไม่มีดอกเบี้ย/เงินปันผล) ลดลง ความต้องการซื้ออย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลางยังเป็นแรงพยุงราคา หลังจากซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อเพิ่มอีก 1,037 ตันในปี 2023 และยังซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดปี 2024–2025 โดยจีนและโปแลนด์เป็นผู้ซื้อที่เด่น ความต้องการจากสถาบันแบบนี้ทำให้เวลาราคาลงแรงมักมีคนเข้าซื้อ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคสำคัญยังคงอยู่ เพิ่มความน่าสนใจของทองในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven: คนมักถือเมื่อไม่มั่นใจตลาด) อีกทั้งคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026 ที่ชะลอลง ทำให้เงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปสู่สิ่งที่ดูปลอดภัยมากขึ้น ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ตัวชี้วัดความกลัว/ความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ) ค่อยๆ สูงขึ้น สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้น สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ทอง) การซื้อออปชันคอล (call options: สิทธิซื้อในราคาที่กำหนด) หรือทำสเปรดคอลขาขึ้น (bull call spread: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาเพื่อจำกัดต้นทุน) บน ETF ทอง (กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและอิงราคาทอง) อาจเป็นกลยุทธ์เพื่อเก็บโอกาสขาขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ตัวเลขจากราคาออปชันที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาจะผันผวนแค่ไหน) ยังอยู่ในระดับไม่สูงมาก จึงยังพอเป็นจุดเข้าซื้อสำหรับสถานะฝั่งซื้อได้ เทรดเดอร์อาจพิจารณาขายพุทที่อยู่นอกกรอบราคา (out-of-the-money puts: พุทที่ยังไม่มีมูลค่าในตัว) เพื่อรับพรีเมียม (premium: เงินที่ได้จากการขายออปชัน) โดยคาดว่าการซื้อของธนาคารกลางจะช่วยพยุงราคา
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets