ความเสี่ยงสงครามและความกังวลเงินเฟ้อ
ความขัดแย้งเข้าสู่วันที่ห้า โดยสหรัฐและอิสราเอลเพิ่มการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธทั่วอิหร่าน ขณะที่เตหะรานตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐและสถานที่ของพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย ความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ดันราคาพลังงานและเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ (inflation: ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้น) โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากจำเป็น และจะให้ประกันความเสี่ยงทางการเมือง (political risk insurance: ประกันความเสียหายจากเหตุการเมือง/สงคราม) สำหรับเรือในอ่าวเปอร์เซีย ตลาดตอนนี้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยอย่างน้อยรวม 50 เบสพอยต์ (basis points: 1 เบสพอยต์ = 0.01%) ภายในเดือนธันวาคม ตาม CME FedWatch (เครื่องมือที่ใช้ดูความน่าจะเป็นของการขึ้น/ลงดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ADP (รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ) ระบุว่าการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่ม 63,000 ตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ เทียบคาด 50,000 และ 11,000 ในเดือนมกราคม ISM Services PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ: ตัวชี้ทิศทางเศรษฐกิจ; มากกว่า 50 = ขยายตัว) เพิ่มเป็น 56.1 จาก 53.8 ส่วน S&P Global Composite PMI (ดัชนีรวมหลายภาคส่วน) ลดเป็น 51.9 จาก 52.3 เชิงเทคนิค (การวิเคราะห์จากกราฟราคา) แนวรับอยู่แถว 5,057 ดอลลาร์ และบริเวณ 5,100–5,000 ดอลลาร์ โดยมีระดับถัดไปใกล้ 4,850 และ 4,650 ดอลลาร์ แนวต้านอยู่ใกล้ 5,200 จากนั้นราว 5,259 และ 5,461 ดอลลาร์กลยุทธ์ออปชันสำหรับตลาดผันผวน
จากการร่วง 4.4% แล้วรีบฟื้นตัว ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ค่าที่ตลาดคาดว่าราคาจะเหวี่ยงในอนาคต สะท้อนผ่านราคาออปชัน) ของออปชันทองคำ (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายที่ราคาและเวลาที่กำหนด) น่าจะพุ่งสูง กลยุทธ์ที่ตรงคือซื้อ Long Straddle หรือ Strangle (ซื้อออปชัน Call และ Put พร้อมกัน เพื่อได้กำไรเมื่อราคาเหวี่ยงแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) เพื่อใช้ประโยชน์จากความไม่แน่นอน โดยไม่ต้องเดาทิศทาง มุมมองขาขึ้น เทรดเดอร์อาจพิจารณาซื้อ Call (สิทธิซื้อ) หรือทำ Bull Call Spread (ซื้อ Call แล้วขาย Call อีกตัวที่ราคาเป้าสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไร) โดยหวังให้ราคาทะลุแนวต้าน 5,200 ดอลลาร์ มุมมองขาลง ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแรง เช่น ADP และ ISM เป็นเหตุผลให้ราคาทองถูกกด เพราะเมื่อเศรษฐกิจดี Fed อาจคุมเข้มนโยบาย (hawkish: มุ่งคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/เข้มงวด) ทำให้ดอลลาร์แข็งและกดดันทองคำ ซึ่งสนับสนุนการซื้อ Put (สิทธิขาย) หรือทำ Bear Put Spread (ซื้อ Put แล้วขาย Put อีกตัวที่ราคาต่ำกว่า เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไร) โดยเล็งหลุดระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์ (psychological level: ระดับกลม ๆ ที่ตลาดให้ความสำคัญ) สำหรับผู้ที่ถือสถานะซื้อทองหรือหุ้นเหมืองทองอยู่แล้ว การย่อตัวจากขอบบนของ Bollinger Bands (เครื่องมือวัดความผันผวนจากเส้นค่าเฉลี่ยและกรอบบน-ล่าง) เป็นสัญญาณให้ป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบจากการเคลื่อนไหวที่ไม่พึงประสงค์) ด้วยการซื้อ Protective Puts (ซื้อ Put เพื่อเป็นประกันพอร์ต) โดยเลือกราคาใช้สิทธิแถวแนวรับ 5,000 หรือ 4,850 ดอลลาร์ เพื่อคุ้มครองกรณีความขัดแย้งคลี่คลายเร็วหรือ Fed กลับมาเข้มงวดมากขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets